| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ผมนั่งมองภาพเก่าๆ จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาพจากการเดินทางที่ผ่านมา ทั้งภาพภูเขา ทะเล ภาพเมืองหลวงที่แสนจะวุ่นวาย ภาพถ่ายตอนรถติดยามมือไม้มันอยู่ไม่นิ่ง ในขณะที่เบียร์กระป๋องที่สามถูกยกขึ้นดื่มเป็นอึกสุดท้าย ก่อนที่เบียร์กระป๋องที่สี่จะถูกเปิดขึ้น มองไปที่ตัวเลขนาฬิกาที่จอ บอกเวลาว่าตอนนี้เวลาตีสามยี่สิบแปดนาที เมษายน.. เหมือนเป็นเวลาเตือนที่บอกให้ผมได้รู้ว่า เวลาแห่งการเดินทางกลับบ้านได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง.. บ้านของผู้ที่มีชีวิตพลัดหลงอยู่ ณ ต่างถิ่น ชีวิตที่คกหล่นอยู่ในเมืองหลวง จนหาทางกลับบ้านไม่ถูก หลงอยู่กับบางสิ่งบางอย่างที่ดูเหมือนเป็นความว่างเปล่า.. หากเมื่อเราได้มานั่งทบทวนเรื่องราวเก่าๆ จากจุดเริ่มต้นจนมาถึงวันนี้.. เหมือนไม่รู้อะไรเลยและหาสาเหตุไม่เจอ
การได้นั่งมองอะไรอยู่นิ่งๆ และเงียบๆ ทบทวนบทบาทของตัวเองที่ผ่านมาต่อเรื่องราวและภาระที่ต้องกระทำว่ามันเหมาะสมและมีความสมดุลกันอย่างไรบ้าง และแปรผันไปในทิศทางอย่างไรต่อกัน มันได้เป็นไปตามกลไกของตลาด.. ไม่ใช่สิ.. กลไกแห่งธรรมชาติหรือเปล่า.. ไม่น่าจะใช่ น่าจะเป็นการฝืนธรรมชาติมากกว่า
อากาศร้อนเอามากๆ กับฤดูกาลที่เป็นไปตามธรรมชาติ.. อากาศที่ร้อนนั้นมันมีอิสระของมันและเดินทางเวียนมาถึงของมันเอง แต่ความร้อนของร่างกาย ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ได้วนเวียนให้เป็นไปตามธรรมชาติบ้าง.. หรือเพราะเราเป็นสัตว์เลือดอุ่นตามที่ทฤษฎีได้ว่าไว้ ไม่สามารถปรับสภาวะของร่างกายให้แปรเปลี่ยนไปตามสภาวะสิ่งแวดล้อมได้.. เลยทำให้มีอาการร้อนและหนาวเมื่อถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้น.. ทั้งๆ ที่ชีวิตเราก็คือธรรมชาติอย่างหนึ่งเช่นกัน ธรรมชาติของความร้อนหนาวแลเจ็บปวด.. อ้อ !!.. มีสุขด้วยในบางครา ไม่รู้ว่าทำไมกับบางอย่าง เราไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับมันได้เหมือนดั่งสัตว์เลือดเย็นอื่นๆ
ความสุขเหรอ !!.. ผมไม่รู้ว่าเคยมีใครสักคนเคยนำมาวัดหรือยัง ว่าระหว่างความสุขและไม่สุขในชีวิตของตัวเองอย่างไหนมีมากกว่ากัน.. แต่หากมีผมก็ไม่รู้ว่าเขาใช้อะไรเป็นมาตรในการวัด.. น่าจะมีเครื่องมือในการวัดนะครับ เหมือนกับการวัดระยะทาง หรือวัดน้ำหนักอะไรทำนองนั้น.. ไม่รู้ว่ามันจะบาลานซ์กันหรือเปล่า หากไม่บาลานซ์แล้วเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งมันจะปรับตัวเข้าสู่จุดดุลยภาพหรือเปล่า.. ตามทฤษฎีของสำนักคลาสสิค บางทีเราเหมือนไม่รู้อะไรเลย.. แม้กระทั่งตัวของเราเอง แต่สิ่งที่รู้อยู่เสมอสำหรับผม.. ผมรู้รู้ว่าในขณะนี้ วินาทีนี้ผมกำลังทำอะไรอยู่.. แน่นอนครับว่าตอนนี้มือของผมกำลังจิ้มอยู่ที่คีย์บอร์ด จิ้มมันลงไปเพื่อที่จะทำให้ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วเรื่องราวทั้งหมดอยู่เพียงปลายนิ้วสัมผัสแค่นั้นเอง.. อยู่ในกำมือของเราเอง
ผมไม่รู้ว่าที่ได้นั่งเขียน.. ไม่ใช่สิ.. นั่งจิ้มต่างหาก.. มันคืออะไร เอาเถอะ.. ยังไงเสียมันก็คือความรู้สึกในความรู้สึกของตัวมันเอง (ความรู้สึกซ้อนกันอีกแล้ว) ร้อนนี้ถึงแม้ว่าเลือดผมจะไม่เย็น แต่ผมก็จะวิ่งโผเข้ากอดมัน.. ทะเลคลั่งที่น่ากลัวของผม และการเดินทางก็ได้เดินทางมาถึงอีกคราก็แล้วกัน ถึงแม้ว่ามันจะแฝงความสำนึกบางอย่างที่มีอยู่ในหัวใจว่าเป็นการเดินทางเพื่อกลับสู่ภูมิลำเนา และแม้จะมีความขัดแย้งในความคิดอยู่บ้างว่าทำไมเหตุการณ์เหล่านี้ต้องเกิดขึ้นเมื่อมีเทศกาลประจำปี.. ก็ไม่เป็นไร หากเราไม่นึกถึงมัน.. คำว่าเทศกาล มันก็เหมือนเป็นธรรมชาตินั่นเอง.. ให้ชีวิตมันดำเนินไปตามธรรมชาติของมันเถอะ ผมก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกของเรามันจะมีเทศกาลกับเขาหรือเปล่าเหมือนกัน.. แต่ก็ต้องทำไป เท่านั้นเอง.. ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย สำหรับเธอ.. ทะเลคลั่งที่น่ากลัว ฉันรักเธอเสมอ เมื่อฉันได้กระโดดลงไปแล้วฉันหวังว่าร่างกายและจิตใจของฉันจะเคลื่อนและไหลไปด้วยความนุ่มนวลของเธอ.. ใต้ท้องน้ำที่อบอุ่น ใขณะที่พื้นผิวของเธอกำลังโหมกระหน่ำอยู่ ณ เบื้องบน ปล่อยร่างกายฉันให้ถูกโอบรัดโดยเธอเถอะ.. กอดฉันไว้ให้แน่นและซึมซับความรู้สึกของฉันไว้ ส่วนฉันก็จะกอดเธอไว้ตลอดไป เจอกันที่ทะเลใดทะเลหนึ่ง หาดใดหาดหนึ่ง เกาะใดเกาะหนึ่ง ถ้าอยู่แถวนั้น หากไม่แล้ว.. กลับมาแล้วเจอกันครับ
---------------------------------------------------------- ขอบคุณอย่างแรง
|