| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
"บริเวณหมู่เกาะตะรุเตา-ลังกาวี เป็นที่รู้จักในฐานะเส้นทางเดินเรือข้ามมหาสมุทรมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 เมื่อชาวฮินดูพวกแรกได้อพยพจากอิเดียผ่านทางพม่าและไทยไปยังอินโดนีเซีย" "ตามตำนานเล่าขานกันว่า เกาะตะรุเตานั้นมีอาถรรพ์ ผู้ใดหาญกล้าเข้าไปในป่าที่เขียวชอุ่มซึ่งมีแน่นหนาอยู่บนเกาะแห่งนี้ จะไม่ได้กลับออกมาอีก และผู้ที่อาศัยอยู่ตามอ่าวต่างๆ ของเกาะนี้มาเป็นเวลานานแล้วจะตกเป็นเหยื่อของความหนาวเย็น การจับไข้ อาการเพ้อ หรือแม้กระทั่งความตาย" ผมเล่าเรื่องราวจากที่เคยบันทึกไว้จากบอร์ดภายในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เมื่อคราวไปเยือนเกาะตะรุเตาเมื่อประมาณ 10 ที่แล้วให้หลานสาววัย 13 ปีฟัง หลังจากที่โดนคะยั้นคะยอให้พาไปเที่ยวเกาะภูเก็ต จนทำให้การเดินทางช่วงหลังวันสงกรานต์เปลี่ยนไปในทันที
"สมัยก่อนเกาะตะรุเตาเคยเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมืองอีกด้วยนะ" ผมโม้ให้เธอฟังเพิ่มความน่าสนใจ "ทำไมเค้าไม่ขังไว้ในคุกล่ะ" เธอถามด้วยความสงสัย "ก็ตะรุเตาเป็นเกาะที่ทุรกันดาร มีทะเลล้อมรอบ เหมือนเป็นกำแพงกั้นไม่ให้นักโทษหลบหนีไง แล้วในทะเลก็มีทั้งฉลาม และจระเข้เยอะ ไม่มีใครสามารถหนีออกไปได้ ไม่ต้องสร้างคุกให้เปลืองตังค์" "งั้นไม่ไปแล้วภูเก็ต ไปตะรุเตาดีกว่า" เธอเปลี่ยนใจ "ดีแล้ว.. ภูเก็ตมันก็เหมือนกรุงเทพฯ นั่นแหละ คนเป็นหนอนเลย รถก็ติด ไม่มีที่จะกินจะนอน" ผมโน้มน้าวเพิ่มเติม
จริงๆ แล้วผมไม่ได้ตั้งใจไปด้วยซ้ำไป เพราะหน้าเทศกาลผมมักเก็บตัวเงียบๆ เพื่อหลบหนีผู้คนและความวุ่นวายอยู่แล้ว แต่ถ้าจะไปแล้วก็พยายามไปในที่ที่คิดว่าสงบที่สุด.. ตะรุเตานี่แหละเป็นเหตุผลที่ดีที่สุดในตอนนี้ และผมอยากย้อนกลับไปอีกครั้ง หลังจากที่ผมเฝ้าคิดถึงมันอยู่ตลอดมา แต่เป็นทริปที่แสนสั้น เพราะเรามีเวลาไม่มากนัก จึงได้แต่ดื่มด่ำความสงบอยู่เฉพาะที่อ่าวพันเตมะละกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติเกาะตะรุเตาเท่านั้น ตะรุเตาเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วกับในวันนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ความเงียบสงบยังมีเหมือนเดิม บรรยากาศที่ผมต้องการยังคงเหมือนเดิม.. นั่นแหละที่ผมปรารถนา
"ทำไมไม่ไปหลีเป๊ะ.. สวยกว่าตั้งเยอะ" เพื่อนฝูงและญาติถามในคำถามเดียวกัน "ไม่เอา.. ไม่อยากเจอบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอตะวันตก ทุกอย่างถูกเตรียมไว้สำหรับฝรั่ง เหมือนเดินอยู่แถวพัทยาหรือสมุย" ผมบอกพวกเขาไปอย่างนั้น
ตลอดเวลาบนตะรุเตา ผมพยายามโอบกอดมันไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมกระโจนและนอนแช่น้ำทะเล เฝ้าเดินตามดวงตะวัน และส่งมันลงสู่พื้นน้ำจนลับหายไปกับตา นั่งฟังเสียงคลื่นส่งเสียงคำรามด้วยความสุขใจยามค่ำคืน.. และคิดถึงเธอ และเช้าตรู่ผมก็วิ่งกระโจนลงไปโอบกอดมันอีกครั้ง ก่อนกล่าวอำลา และสัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน แล้วเจอกันนะตะรุเตา ผมจะกลับมาพร้อมเธอและเราจะอยู่กันให้นานกว่านี้ ด้วยมิตรภาพครับ ............................................................................ กับอีกหลายๆ บรรยากาศ.. เชิญทัศนาครับ
ชมภาพของทริปนี้เพิ่มเติม ........................................................................................ แล้วอย่าพลาดโอกาสในการช่วยเหลือ แบ่งปันน้ำใจซับน้ำตาน้องๆ บ้านพรุชิง นะครับ การแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล
ขอขอบคุณอย่างแรง
|