| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ผมผละจากการแช่น้ำที่อ่าวพันเตมะละกา บนเกาะตะรุเตา เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง แม้จะทำให้การนอนแช่อยู่ในน้ำหยุดลง แต่ไม่ได้หมายถึงว่ามันจะหยุดลงตลอดไป แต่หากสิ่งที่ได้รับมันมากมายมหาศาลต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่ง.. ขอกลับลงไปยังทะเลอีกรอบคงไม่ว่ากัน จะว่าไปแล้วธรรมชาติที่เกิดขึ้นบนโลกนี้มีทั้งดีและร้ายในตัวมันเอง ใขณะที่ผมกำลังนั่งจิ้มบนแป้นคีย์บอร์ดอยู่นั้น รายงานข่าวจากทีวีถึงความเสียหายจากพายุไซโคลนนาร์กีสที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างมากมาย นั่นแหละครับธรรมชาติ.. ธรรมชาติและความโหดร้ายของมัน อย่างไรก็ตาม เราในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติก็คงหาหนทางเอาตัวรอดกันให้ได้ภายใต้ความโหดร้าย เพราะผมเชื่อว่าคงไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แม้จะมีความพยายามทำอย่างนั้นกันอยู่บ้างก็ตาม เพราะในที่สุดแล้วเราก็ต้องคืนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับธรรมชาติอย่างแน่นอน.. แม้กระทั่งร่างกายของเราเอง แล้วจิตใจของเราล่ะ !! .. เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอย่างหนึ่งหรือเปล่า ? ข้อสงสัยนี้มันทำให้ผมต้องมองย้อนกลับมายังตัวเองทันที มีหลายสิ่งหลายอย่างในจิตใจที่มันเกิดขึ้นมาโดยไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าทำไม มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีอะไรเป็นสิ่งเร้าหรือไม่ หรือมันเกิดของมันเอง.. มันคือธรรมชาติหรือเปล่า ? ความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ที่เกิดขึ้นในจิตใจก็คงเช่นเดียวกัน !! ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นน่าจะมี 3 แบบนั่นคือ (1) ความรู้สึกทั้งสองฝ่ายเป็นไปในทางเดียวกัน, (2) แต่ละฝ่ายไม่มีความรู้สึกอะไรต่อกันเลย และ (3) ความรู้สึกมีอยู่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งคิดว่าที่เป็นปัญหาน่าจะเป็นกรณีหลังมากกว่า เหมือนกับการที่มนุษย์กำลังฝืนธรรมชาติอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่ค่อยได้คิดถึงความรู้สึกของเขาเลยว่าจะยินดีปรีดากับสิ่งที่มนุษย์ได้หยิบยื่นให้หรือเปล่า การฝืนธรรมชาตินำมาซึ่งความเจ็บปวดเสมอ บทเรียนของการฝืนธรรมชาติมีให้เห็นกันบ่อยๆ แต่มนุษย์ก็ยังไม่วายที่จะฝืนมัน ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าผลที่จะได้รับมันคืออะไร "ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมันเถอะ"
พล่ามซะยาวจนลืมลงทะเลไปเลย.. เฮ้อออ มีโอกาสได้ไปเยือน หาดเจ้าไหม ชายฝั่งทะเลอันดามัน ในวันฝนตกวันหนึ่งก่อนวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็เลยอยากนำบรรยากาศอันเงียบสงบของธรรมชาติในวันนั้นมาเก็บไว้ที่นี่ เก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้สัมผัสมัน สัมผัสความอ่อนหวาน ความน่ารัก และความสวยงามสดใสของมัน แม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมา แต่เป็นสายฝนแห่งความสงบสวยงาม เป็นความงดงามของธรรมชาติอีกความรู้สึกหนึ่งทีเดียว หาดเจ้าไหม เป็นหาดที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมอยุ่ในท้องที่อำเภอสิเกา และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง บนฝั่งทะเลอันดามัน พิกัดอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 7 องศา 17 ลิบดา - 7 องศา 32 ลิบดาเหนือ และเส้นแวงที่ 99 องศา 13 ลิบดา - 99 องศา 29 ลิบดา แบ่งพื้นที่ออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ พื้นที่ดินชายฝั่งทะเล รวมทั้งเกาะมุกต์ เกาะกระดาน เกาะแหวน เกาะเชือก เกาะเมง เกาะปลิง และเกาะเจ้าไหม บริเวณชายฝั่งนี้ประกอบด้วยเขาหินปูนสูงชัน ทางตอนเหนือด้านตะวันออกมีเทือกเขาจองจันทร์ เทือกเขาควนเม็ดจูน เทือกเขาควนแดง ฯลฯ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารหลายสายที่มารวมกันเป็นคลองบางสัก ไหลลงสู่แม่น้ำตรัง และพื้นน้ำ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 137.22 ตารางกิโลเมตร เป็นห้วงน้ำลึก มีความลึกเฉลี่ย 20 เมตร คงไม่ต้องบรรยายรายละเอียดให้มากไปกว่านี้ เพราะท่านสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ของอุทยานแห่งชาติครับ (คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด) ด้วยมิตรภาพครับ -------------------------------------------------------------------------------------------- ขอขอบคุณ
|