| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
ในขณะที่ผมนั่งฟัง "ทักทายอารัมภบท" ในอัลบั้มลำดับที่ 2 โดย มาโนช พุฒตาล & สมพงศ์ ศิวิโรจน์ หลังจากที่ได้ไปซื้อหามาฟังตามคำแนะนำของ "นายความทรงจำเก่าๆ" พร้อมกับเปิดทีวีช่องไทยพีบีเอสเพื่อติดตามการอำลาในโอกาสที่หมดวาระลงของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ไปด้วยพร้อมกัน มาโนชได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง "(กนกพงศ์) คนฟังเสียงฝน" ว่าตอนสมัยเด็กๆ เขาจะชอบนอนฟังเสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาสังกะสี แม้ว่าเสียงฝนที่ตกลงมาจะดังมากเนื่องจากหลังคาเป็นสังกะสี แต่ก็ไม่ได้เป็นเสียงที่รบกวนในการนอนหลับแต่อย่างใด กลับทำให้นอนหลับด้วยความสุขด้วยซ้ำไป และพูดไปถึงว่าทำไมถึงมีชื่อของกนกพงศ์ประกอบอยู่ในชื่อเพลง คงจะเคยรับทราบกันมาบ้างแล้วนะครับว่าก่อนที่ กนกพงศ์ สงสมพันธ์ จะเสียชีวิตนั้น ได้ปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการหลายสิ่งหลายอย่าง พาตัวเองไปอาศัยอยู่ ณ บ้านหลังเล็กๆ แถบเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อการคิดเขียนผลงานท่ามกลางธรรมชาติอันสงบ ที่เคยได้ยินกันในนาม "หุบเขาฝนโปรยไพร" และเคยชักชวนให้มาโนชซึ่งมีหัวใจผูกพันอยู่กับธรรมชาติเป็นทุนเดิมอยู่แล้วได้ไปสัมผัสบรรยากาศอย่างนั้นสักครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ไปเยือนกนกพงศ์ก็จากไปเสียก่อน มาโนชบอกด้วยความเสียดายว่า "กนกพงศ์ให้โอกาสแต่ผมกลับไม่คว้าโอกาสนั้นไว้" ใช่ว่ามาโนชจะไม่มีโอกาสไปที่นั่นอีกเลย หากแต่การได้ไปสัมผัสธรรมชาติแห่งนั้นร่วมกับกนกพงศ์ น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งหนึ่งสำหรับเขา เพราะความรู้สึกในแต่ละโอกาสและในแต่ละบุคคลที่ได้เราได้สัมผัสนั้นก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน แต่กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และบางทีมันอาจเป็นแค่เพียงครั้งเดียวในชีวิตก็ได้ "สิ่งต่างๆ ในโลกนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเสมอ" เขาบอกเช่นนั้น และยกตัวอย่างว่า แม้กระทั่งเสียงฟ้าร้องหรือฟ้าผ่าถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยก่อนสายฝนจะโปรยลงมา ถึงฟังดูเสียงจะคล้ายกันแต่คงไม่ใช่อันเดียวกันแน่นอน ลองคลิกเข้าไปฟัง "ทักทายอารัมภบท" กันดู (ประมาณ 17 นาทีกว่า ยาวพอสมควร) แต่ก่อนคลิกก็กดปุ่ม ESC บนแป้นคีย์บอร์ดเพื่อปิดเพลงที่กำลังได้ยินเสียก่อนนะครับ (คลิกที่นี่เพื่อรับฟัง) แล้วถ้าหากสนใจฉบับเต็มๆ ก็ไปหาซื้อแผ่นลิขสิทธิ์กันเอาเองเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ได้ต่อไป เอนทรี่ในวันนี้ผมไม่ได้มีจุดประสงค์จะพูดเรื่องเพลง แต่เป็นความบังเอิญจากที่ผมนั่งฟังมาโนชพูดในขณะที่สายตาจ้องอยู่ที่หน้าจอทีวีดังที่ได้เกริ่นไปแล้วข้างต้น และคงไม่ต้องกล่าวถึงฝีไม้ลายมือของมาโนช เพราะมาโนชถือเป็นนักกีต้าร์ฝีมือดีคนหนึ่งของเมืองไทยที่ทุกคนที่ได้ติดตามผลงานทราบกันดี หรือจะเป็นแนวคิด มุมมอง ในฐานะพิธีกรรายการทั้งในวิทยุและโทรทัศน์ แต่ทว่าการฟังเพลงและการพูดคุยในบาง Track ทำให้ความคิดของผมผนวกเข้ากันโดยบังเอิญ ระหว่างสายฝน และกนกพงศ์ที่มาโนชได้กล่าวถึง กับวาระสุดท้ายของ คตส. ทำไมผมถึงมีความคิดอย่างนั้น หรือผมจะสับสนจนเพี้ยนไป ไม่หรอกครับ.. ผมยังปกติดีอยู่ถึงแม้ว่าจะต้องพึ่งพาราเซตามอลในบางครั้งบางคราวก็ตาม.. ผมคิดไปถึงความสุขของชีวิตระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) กับผู้ที่หวังที่จะกอบโกยโดยไม่รู้จักพอ ว่าเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้วจะเหมือนกันหรือเปล่า มีเสียงแซ่ซ้องสดุดีหรือเสียงสาปแช่งที่จะได้รับจากคนรุ่นหลัง เพราะวาระสุดท้ายที่ต้องคืนร่างกายกลับสู่ธรรมชาติคงไม่มีใครนำอะไรไปได้เลยแม้กระทั่งเหรียญบาทที่ลูกหลานได้ยัดปากให้ ในยามนี้ของผม "กนกพงศ์ และ คตส." เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนทีเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านน่าจะเป็นบทเรียนที่ดีโดยไม่ต้องพิสูจน์และทำการวิจัยใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันคือตรรกะแห่งธรรมชาติที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลย.. จะเลือกอะไรระหว่างเสียงก่นด่ากับเสียงสรรเสริญ ผมคงไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงรายรายละเอียดของวีรกรรมทั้งที่ดีและไม่ดีของบุคคลต่างๆ (ทำไม่ดีนี่เขาเรียกวีรกรรมหรือเปล่านะ?) ที่มีต่อบ้านเมืองของเรา คิดว่าทุกท่านคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะในความรู้สึกของผมตอนนี้มีเพียง "สายฝน กนกพงศ์ และคตส." ครับ ขอคารวะ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หมายเหตุท้ายเอนทรี่ เนื่องจากมีบางเอนทรี่ของผมไปปรากฏอยู่ในเวบไซต์อื่นโดยไม่ทราบสาเหตุ (ลองคลิกที่นี่ดูสิครับ) จะภูมิใจดีหรือเปล่าหว่า ที่จริงแล้วสิ่งที่ผมเขียนไม่ได้ทรงคุณค่าอะไรมากมาย แค่เขียนไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้นเอง แต่น้อยใจเล็กๆ นะที่ไม่ได้อ้างอิงที่มา ผมยินดีให้นำบทความไปแสดงบนเว็บไซต์ เว็บบล็อก หรือเว็บบอร์ด ของท่านได้ โดยขอให้แสดงบทความทั้งบทความ ตั้งแต่ชื่อบทความจนถึงจุดจบบทความ พร้อมทั้งอ้างอิงลิ้งค์ที่มาให้ผมสักนิดจะเป็นพระคุณอย่างสูง.. ขอบคุณครับ ขอขอบคุณ
- |