พิมพ์หน้านี้
|
ของขวัญปีใหม่ที่ผมอยากได้ ผมชื่อ....ยิ้ง กิติรุ่งอรุณ เกิดเมื่อวันที่ --- สถานที่เกิด บ้านปางแก ต.ทุ่งช้าง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน อายุ 2 1 ปี ผมไม่ทราบว่าตอนที่ผมอยู่ในครรภ์มารดาของแม่ ผมได้รับอาหารที่มีประโยชน์หรือไม่และได้รับการเอาใจใส่และการบริการในเรื่องสวัสดีภาพของแม่และเด็กอย่างไร คงไม่มีใครต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่ถึง 16 คน และแม่มีลูกถี่มากหัวปีท้ายปี พ่อกับแม่แต่งงานกันตามจารีตประเพณีของคนม้งที่ชอบพอกันก็ให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ และอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข ในช่วง 2-3 ขวบของผม ร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตและเป็นช่วงที่สำคัญ ผมไม่สบายพ่อไม่พาไปหาหมอ เพราะระยะทางไกลพ่อซื้อยามาฉีดที่ขาของผม จากนั้นขาของผมก็อ่อนแรงและลีบเล็กลง ผมกลายเป็นคนพิการโดยไม่ตั้งใจ ผมต้องการไปโรงเรียนพี่สาวและน้องสาวผมได้ไปโรงเรียน มีความรู้มาทำมาหากินได้ แต่ผมพ่อให้ไปเฝ้าคอกวัวในป่าลึกห่างจากหมู่บ้านหลายภูเขา นานๆ ทีที่ผมจะได้พบคนอื่นนอกจากคนทำไร่และเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน ได้อาหารที่พ่อส่งมาให้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ไม่มีไฟฟ้า กลางคืนผมอยู่ได้จนความเคยชินเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม ผมไม่กลัวอะไร ผมไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ พูดภาษาไทยไม่ชัด ผมไม่มีอาชีพ ผมไม่รู้ว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไร ผมไม่เคยเห็นความแตกต่างที่มากกว่าป่า วัว นก ไก่ป่า จิ้งหรีดเรไร แสงจันทร์และแสงแดด จนวันหนึ่งพ่อนำอาหารมาให้ผมและบอกว่า มีความหวังแล้วล่ะลูกมีเพื่อนพ่อแนะนำให้พ่อรู้จักครอบครัวสามีภรรยาคุ่หนึ่ง ผมถามพ่อว่า มีความหวังอะไร พ่อตอบว่า ความหวังที่ลูกจะได้เรียนหนังสือ ได้อยู่ในเมืองใหญ่ ได้พบเห็นคนมากมาย ได้อ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวี ฟังวิทยุ ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้องและไปหาหมอได้สะดวก ได้รักษาขาข้างขวา พ่อยังเล่าให้ฟังอีกว่ามีสามีภรรยาเพื่อนของเพื่อนพ่อคนนี้ต้องการจะช่วยยิ้งโดยรับไปอยู่ด้วยที่บ้านและให้โอกาสยิ้งได้ทำทุกอย่างเหมือนคนปกติ ผมตัดสินใจทันทีโดยไม่ลังเลที่จะไปอยู่กับท่านทั้งสอง ผมดีใจมากจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ผมไม่เคยเห็นหน้าท่านทั้งสองมาก่อน ชีวิตมันต้องเผชิญอะไรในวันข้างหน้าผมก็ต้องเผชิญ ผมคิดในใจอย่างนี้ เป็นเวลาเกือบ 8 เดือนที่ผมมาอาศัยอยู่บ้านเดียวกับท่านทั้งสองซึ่งเป็นบ้านเช่า หลังเล็ก ๆ ผมไม่เรียกร้องอะไรจากท่าน ผมได้โอกาส ท่านดูแลผมเหมือนคนปกติ ท่านพูดให้กำลังผม สอนผมในการเห็นคุณค่าตนเอง และกล้าเผชิญความเปลี่ยนแปลง สอนผมให้ยืนด้วยตัวเองให้ได้ ให้ผมคิดถึงครอบครัว พ่อแม่พี่และน้องอีก15 ชีวิตที่รอผมอยู่ ผมได้โอกาสและผมได้แล้ว ก้าวเดินแรกของชีวิตผมเริ่มเมื่อผมอายุ 21 ปี แต่ยังไม่สายเกินไป ก้าวที่หนึ่ง ผมได้พบคนที่ดี คนที่จริงใจและอยากช่วยเหลือผมโดยไม่มีเงื่อนไข ก้าวที่สอง ผมได้เข้ามาอยู่ในเมือง ได้อาศัยหลับนอนโดยไม่ต้องเบียดใคร ก้าวที่สาม ผมได้เรียนหนังสือผ่านศูนย์กศน.ระดับประถมศึกษา ก้าวที่สี่ ผมได้เรียนภาษาไทย ฝึกพูดให้ชัดเจน ก้าวที่ห้า ผมได้เรียนการเขียนภาษาม้ง ซึ่งผมต้องการจะอนุรักษ์ภาษาดั้งเดิมของเผ่าไว้ ก้าวที่หก ผมได้ฝึกอาชีพที่เหมาะสมกับความพิการของผม ผมเลี้ยงจิ้งหรีด ประดิษฐ์ดอกไม้จิ๋วจากดินไทย ประดิษฐ์กล่องจากกระดาษสา ผมพอมีรายได้ส่งไปให้พ่อกับแม่บ้างเมื่อผมไปเยี่ยมท่าน ก้าวที่เจ็ด ผมมีเพื่อนมากมาย ทุกเพศทุกวัย ที่รักและห่วงใยผม ก้าวที่แปด ผมได้ไปต่างจังหวัด ได้เห็นความเจริญของบ้านเมือง ผมเคยไปขอนแก่น เชียงใหม่และหวังจะได้เห็นกรุงเทพฯ ก้าวที่เก้า ผมได้ช่วยเหลือคนพิการคนอื่นโดยเป็นกรรมการกลุ่มผู้พิการประกอบอาชีพจังหวัดน่าน แนะนำอาชีพที่ผมทำอยู่คนเพื่อคนพิการคนอื่น ก้าวต่อไปของผม โดยผมจะพัฒนาตัวเองเพื่อพัฒนาคนพิการคนอื่น ผมอยากตั้งสถาบันพัฒนาคนพิการและครอบครัว เพื่อพัฒนาคนพิการและครอบครัวจ.น่านให้ต่อสู้ชีวิต มีอาชีพ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จะได้แก้ไขปัญหาความยากจนอีกทางหนึ่ง นี่แหล่ะชีวิตของผม ของขวัญที่ผมอยากได้ ใครจะทำให้ฝันผมเป็นจริง ขอบคุณที่ท่านอุตส่าห์อ่านมาจนจบ ยิ้ง กิติรุ่งอรุณ โทร.085-6149759 ผู้อุปการะ
|
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||