พิมพ์หน้านี้
|
คงไม่ผิด หากจะเอ่ยว่า ปากแม่น้ำแม่กลอง ถือเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ที่นี่ได้รับการประกาศจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติตามอนุสัญญาแรมซาร์ไซท์ เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และนั่นหมายถึงแหล่งอาหารที่นำรายได้เข้าสู่ชาวบ้าน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศ น่าเสียดายที่กระทรวงพลังงาน กลับไม่ได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้แม้แต่น้อย แม้ว่าพื้นฐานของชาวแม่กลองจะรักสงบ ทำมาหากินกันไปตามฤดูกาล แต่วันนี้พวกเขาก็ต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ เมื่อแหล่งทำมาหากินอันอุดมสมบูรณ์ กำลังจะกลายเป็นที่รองรับ กากถ่านหิน 5 กันยายน 2550 เป็นวันที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้จักชาวแม่กลองมากขึ้น เมื่อพวกเขาออกมาแสดงพลังปกป้องชุมชนด้วยการแสดงเหตุผลคัดค้าน โรงไฟฟ้า ผู้รุกรานที่มาพร้อมกับกากพิษเน่าเหม็น ซึ่งพร้อมทุกเมื่อที่จะทำลาย แม่กลอง จากสายน้ำอุดมชีวิต ให้กลายเป็น สายน้ำอุดมพิษ รายชื่อชาวแม่กลองกว่า 58000 รายชื่อ ที่แสดงเจตจำนงคัดค้านโรงไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องมือทางสังคมที่แสดงออกถึงจุดยืนของชาวบ้านได้อย่างชัดแจ้ง แต่เสียงสวรรค์ของประชาชน ดูจะกลายเป็นเพียงลมพัดผ่าน โดยที่ยังไม่มีคำชี้แจงใดๆจากบริษัทที่ปรึกษา ที่มาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น วันที่ 19 ตุลาคม 2550 บริษัทล็อกซเลย์ ที่ร่วมกับ บริษัทแบ็บค็อก แอนด์ บราวน์ ก็ยื่นซองประมูลเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 800 เมกกะวัตต์ ที่ ต.บางแก้ว ตามความคาดหมาย เสียงสุรจิต ชิรเวทย์ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งร่วมหัวจมท้ายกับชาวบ้านมาตลอด เพื่อคัดค้านโครงการนี้ จึงต้องออกมาทวงถามถึงความชอบธรรมของกระบวนการที่ทำท่าว่าจะเดินหน้าโครงการ โดยเห็นประชาชนเจ้าของพื้นที่เป็นผักปลา เมื่อมีเวทีรับฟังความคิดเห็น ชาวบ้านก็รวบรวมรายชื่อ และตั้งคำถามไปในเวทีนั้นมากมาย แต่ก็ไม่ได้รับคำชี้แจงใดๆเลย ยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดเองก็เน้นไปที่การพัฒนาศักยภาพตามวิถีชีวิต ไม่มีเรื่องโลกาภิวัตน์แม้แต่น้อย กระบวนการที่เปิดให้มีการยื่นซองประมูล จึงเป็นกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม เพราะไม่เห็นหัวประชาชนแม้แต่น้อย พวกเราพยายามต่อสู้ไปตามกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่เคารพกัน ก็อาจต้องออกมาเคลื่อนไหว ดังนั้นเขาไม่ควรกดดันชาวบ้านให้ต้องรุนแรง สุรจิต กล่าวถึงกระบวนการยื่นซองประมูลที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งที่มีเวทีประชาคมไปแล้ว เหตุผลสำคัญที่ชาวแม่กลองไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ของพวกเขาก็คือ การได้มาซึ่งกระแสไฟฟ้าไปหล่อเลี้ยงความฟุ่มเฟือยในเมือง ต้องแลกกับการสูญเสียแหล่งอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอ่าวไทย เพราะบริเวณปากแม่น้ำแม่กลองที่ชาวบ้านเรียกขานกันว่า อ่าว ก.ไก่ ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเกิดแพลงตอนมากที่สุด และนำมาซึ่งสัตว์น้ำมากมายที่มาพัก วางไข่ หาอาหาร ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ปลาทูจะว่ายทวนน้ำจากอ่าวไทยเพื่อรับสารอาหารและมาโตเต็มที่ที่อ่าว ก.ไก่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวประมงจะไม่เห็นด้วยกับการทำให้พื้นที่นี้ปนเปื้อนไปด้วยสารพิษ ไพรัช แสงอรุณ ชาวประมงที่หาหอยแครง หอยแมลงภู่ อยู่บริเวณปากแม่น้ำแม่กลองกว่า 30 ปี ก็รู้ถึงความจริงข้อนี้ได้เป็นอย่างดี สำหรับคนแม่กลอง พื้นที่ปากแม่น้ำคือชีวิตของพวกเรา ถ้าไม่มีน้ำ หรือน้ำเสีย ก็เท่ากับวิถีชีวิตของพวกเราต้องล่มสลายไปด้วย ที่สำคัญ จะเอาอะไรกิน ไพรัชยังเผลออุทานออกมา ตกลงนี่เขาจะสร้างจริงๆเหรอ ขณะกล่าวสีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ใกล้ๆกัน ประสาท ขุนนุช อีกหนึ่งชาวประมง ที่วันนี้หาหอยแครงได้เยอะพอสมควร ก็ส่ายหน้า เมื่อถูกถามถึงแหล่งผลิตพลังงานแห่งใหม่ในบ้านของเขา ถ่านหิน คงจะมีสารพิษติดมาด้วยแน่ๆ ยิ่งถ้าปนเปื้อนลงน้ำเมื่อไหร่ ก็จะเป็นอันตรายกับสัตว์วัยอ่อนในน้ำ แล้วอาชีพหลักของชาวบ้านที่นี่ก็คงต้องหายไป ตอนนี้พวกเราหาได้ตกวันละ 300 400 บาท ก็อยู่ได้อย่างสบาย บางวันได้เป็นพันบาท แต่ถ้าโรงไฟฟ้ามา น้ำเสีย คงต้องกลายเป็นคนงานในโรงงาน ลำบากแน่ อีกหนึ่งเสียงสะท้อนของ จำรัส สร้อยเขียว ที่กำลังดักกุ้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน น่าจะเป็นคำตอบที่ชี้ให้เห็นถึงความมั่นคงทางอาชีพได้เป็นอย่างดีสำหรับชาวแม่กลอง ทิศทางลมที่ไม่เป็นไปตามทิศทางเดียวกับลมประจำฤดูกาล และธรรมชาติการขึ้นลงของน้ำที่จะขึ้นลงทั่วถึงทั้งจังหวัดสุมทรสงคราม จากการที่พื้นที่เป็น นากุ้ง นาเกลือ และทำการเพาะปลูกแบบร่องสวน ทำให้ความน่ากลัวจากการปนเปื้อนของสารพิษยิ่งมากขึ้น เพราะเท่ากับว่า หากมีการปนเปื้อนของสารพิษ ก็จะกระจายไปทั่วทั้งจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว ในแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้า จะต้องสร้างสะพานเป็นทางขนถ่ายถ่านหินลงไปในทะเลอีก เท่ากับว่า เพียงความยาวของสะพานก็เกินรัศมี นี่ถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ที่อยู่ในแผนประมาณการความต้องการผลิตกระแสไฟฟ้าของกระทรวงพลังงาน จำนวน 3200 เมกกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในสมุทรสงครามมีเพียงแค่ 40 เมกกะวัตต์เท่านั้น ไฟฟ้าที่จะได้มาจึงเป็นการลงทุนที่ไร้ค่าสำหรับชาวแม่กลอง เมื่อเทียบกับการต้องสูญเสียวิถีชีวิต สูญเสียแหล่งทำมาหากินที่ยิ่งใหญ่ เชื่อเหลือเกินว่า หากยังคงมีการผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้นต่อไป ชาวแม่กลองก็จะลุกออกมาปกป้องท้องถิ่นของพวกเขาอย่างสุดชีวิต |
| เขื่อนสาละวิน การพัฒนาบนคราบน้ำตาชนกลุ่มน้อย | ||
ภาพชุดไปทำสารคดี ที่แม่น้ำสาละวิน เมื่อชาวบ้านลุกมาคัดค้านเขื่อน ที่ไทยไปทำ mou ไว้กับพม่า อ่นรายละเอียดได้ที่เรื่องแรกครับ |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||