พิมพ์หน้านี้
|
พิธีสารเกียวโต ถือเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา สภาวะโลกร้อน ชิ้นใหญ่ที่พอจะเห็นได้ และพอจะกล่าวได้เต็มปากเต็มคำที่สุด แต่นั่นก็ใช่สิ่งที่ยืนยันได้แม้แต่น้อยว่า พิธีสารเกียวโต เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริง ช่องว่างช่องโหว่มากมายเกิดขึ้นเมื่อสนธิสัญญาฉบับนี้ถูกนำมาใช้ ข้อแรก เงื่อนไขต่างๆในสนธิสัญญานี้ไม่มีพลังพอที่จะเรียกร้องให้มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกเป็นจำนวนมหาศาลอย่าง สหรัฐอเมริกา กับ ออสเตรเลีย ร่วมลงนาม ข้อที่สอง มหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายประเทศที่ร่วมลงนาม ใช้พื้นที่ที่เหลือจากประเทศกำลังพัฒนา ที่ยังปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศโลกได้อีกมาก จากเกณฑ์ตามพิธีสารเกียวโต เป็นฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมแทนพื้นที่ในประเทศของตัวเองที่ไม่สามารถปล่อยก๊าซพิษขึ้นไปได้อีกแล้ว ช่องว่างจากเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั้งโลก ยังเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาที่สามารถลดคาร์บอนได้บ้างขาย คาร์บอนเครดิต ให้กับประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศเหล่านั้นยังคงดำเนินกิจกรรมปล่อยของเสียได้ต่อไป โดยใช้ เงิน เป็นข้อแลกเปลี่ยน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ พิธีสารเกียวโต แก้ปัญหาโลกร้อนไม่ได้ กลุ่มคนเล็กๆกลุ่มที่สนใจปัญหานี้ได้ขบคิดถึงแนวทางที่เป็นไปได้ที่จะมีปฏิญญาสากลที่ใช้แก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริงๆเกิดขึ้นมา โดยมีพิธีสารเกียวโตเป็นโมเดลที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข และนำมาเผยแพร่ที่นี่ เนื้อหาสาระเป็นอย่างนี้ครับ หลักการที่ทุกประเทศต้องยอมรับร่วมกันก่อนก็คือ ทิศทางการพัฒนาของโลกเพื่อให้มวลมนุษยชาติ และโลกใบนี้อยู่รอดต่อไปคือ การยอมรับว่าระบบเศรษกิจแบบทุนนิยมเสรีที่มุ่งพัฒนาภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมอย่างบ้าเลือดต้องลดทอนความสำคัญลงไปเป็นรอง การพัฒนาโดยมีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก หากไม่สามารถรับหลักการนี้ได้ ก็ จบ มาตรการต่างๆเป็นอย่างนี้ครับ อยากให้ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสนอแนะเพิ่มเติมครับ 1 สร้างมาตรการกฎหมายร่วมกันในประเทศภาคีสมาชิก ให้เข้มงวดในการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆเกี่ยวกับการปล่อยของเสียขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่หละหลวมที่สุดในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศไทย 2 สร้างมาตรการจูงใจให้เกิด นิเวศน์อุตสาหกรรม ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยใช้มาตรการทางภาษี ด้วยการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีให้กับภาคอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยของเสียได้ ยอดเยี่ยม หรือดีรองลงมาตามลำดับ และทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมของภาคอุตสาหกรรมใหม่ไปในที่สุด 3 ไม่ยอมรับหลักการการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อปิดช่องทางการปล่อยของเสียในปริมาณมากเท่าเดิมของประเทศพัฒนาแล้วที่ปล่อยของเสียเกินเกณฑ์มาตรฐาน 4 สร้างเกณฑ์มาตรฐานของระดับการปล่อยของเสียใหม่ ให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละประเทศ แทนการใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งโลก เพื่อไม่ให้ประเทศกำลังพํฒนายังคงถูกใช้เป็นฐานการผลิตตัวแทนของประเทศมหาอำนาจ 5 โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศภาคีสมาชิก ที่มีแนวโน้มว่าจะส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณของเสียในชั้นบรรยากาศ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของภาคี โดยยึดหลักการที่เห็นว่าเมื่อก๊าซพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศก็ส่งผลร่วมกัน ไม่ใช่รับผลกระทบเพียงในประเทศที่ก่อขึ้นเท่านั้น นี่คือสิ่งที่อยากจะเสนอเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่มีสนธิสัญญาที่เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี มีจิตสำนึกให้กับบรรดาผู้นำประเทศเท่านั้น พวกเราหารือกันที่บ้านหลังหนึ่งหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหงครับ จึงขอใช้ชื่อว่า ปฏิญญาหลังราม |
| เขื่อนสาละวิน การพัฒนาบนคราบน้ำตาชนกลุ่มน้อย | ||
ภาพชุดไปทำสารคดี ที่แม่น้ำสาละวิน เมื่อชาวบ้านลุกมาคัดค้านเขื่อน ที่ไทยไปทำ mou ไว้กับพม่า อ่นรายละเอียดได้ที่เรื่องแรกครับ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |