• nueng
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nueng.10@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-29
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 8395
  • จำนวนผู้โหวต : 37
  • ส่ง msg :
more
nueng
นโยบายการเมืองไทย "ไม่เคยใส่ใจสิ่งแวดล้อม" เพียงเพราะผลประโยชน์ของประชาชน มันด้อยค่ากว่าควมมั่งคั่งของคนกลุ่มหนึ่ง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/konrailak
วันอังคาร ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551
จากพิธีสารเกียวโต สู่ ปฏิญญาหลังราม หาทางสุ้ "โลกร้อน"
Posted by nueng , ผู้อ่าน : 223 , 15:04:47 น.  
พิมพ์หน้านี้


                                        

“พิธีสารเกียวโต” ถือเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา “สภาวะโลกร้อน” ชิ้นใหญ่ที่พอจะเห็นได้ และพอจะกล่าวได้เต็มปากเต็มคำที่สุด แต่นั่นก็ใช่สิ่งที่ยืนยันได้แม้แต่น้อยว่า “พิธีสารเกียวโต” เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริง

 

ช่องว่างช่องโหว่มากมายเกิดขึ้นเมื่อสนธิสัญญาฉบับนี้ถูกนำมาใช้ ข้อแรก เงื่อนไขต่างๆในสนธิสัญญานี้ไม่มีพลังพอที่จะเรียกร้องให้มหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกเป็นจำนวนมหาศาลอย่าง สหรัฐอเมริกา กับ ออสเตรเลีย ร่วมลงนาม

 

 ข้อที่สอง มหาอำนาจทางเศรษฐกิจหลายประเทศที่ร่วมลงนาม ใช้พื้นที่ที่เหลือจากประเทศกำลังพัฒนา ที่ยังปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศโลกได้อีกมาก จากเกณฑ์ตามพิธีสารเกียวโต เป็นฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมแทนพื้นที่ในประเทศของตัวเองที่ไม่สามารถปล่อยก๊าซพิษขึ้นไปได้อีกแล้ว

 

ช่องว่างจากเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั้งโลก ยังเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนาที่สามารถลดคาร์บอนได้บ้างขาย “คาร์บอนเครดิต” ให้กับประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศเหล่านั้นยังคงดำเนินกิจกรรมปล่อยของเสียได้ต่อไป โดยใช้ “เงิน” เป็นข้อแลกเปลี่ยน

 

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ “พิธีสารเกียวโต” แก้ปัญหาโลกร้อนไม่ได้

 

กลุ่มคนเล็กๆกลุ่มที่สนใจปัญหานี้ได้ขบคิดถึงแนวทางที่เป็นไปได้ที่จะมีปฏิญญาสากลที่ใช้แก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริงๆเกิดขึ้นมา โดยมีพิธีสารเกียวโตเป็นโมเดลที่จะนำมาปรับปรุงแก้ไข และนำมาเผยแพร่ที่นี่

 

เนื้อหาสาระเป็นอย่างนี้ครับ

 

หลักการที่ทุกประเทศต้องยอมรับร่วมกันก่อนก็คือ ทิศทางการพัฒนาของโลกเพื่อให้มวลมนุษยชาติ และโลกใบนี้อยู่รอดต่อไปคือ การยอมรับว่าระบบเศรษกิจแบบทุนนิยมเสรีที่มุ่งพัฒนาภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมอย่างบ้าเลือดต้องลดทอนความสำคัญลงไปเป็นรอง การพัฒนาโดยมีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก

 

หากไม่สามารถรับหลักการนี้ได้ ก็ “จบ”

 

มาตรการต่างๆเป็นอย่างนี้ครับ อยากให้ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ หรือเสนอแนะเพิ่มเติมครับ

 

1 สร้างมาตรการกฎหมายร่วมกันในประเทศภาคีสมาชิก ให้เข้มงวดในการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆเกี่ยวกับการปล่อยของเสียขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่หละหลวมที่สุดในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศไทย

 

2 สร้างมาตรการจูงใจให้เกิด “นิเวศน์อุตสาหกรรม” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขึ้น โดยใช้มาตรการทางภาษี ด้วยการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีให้กับภาคอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยของเสียได้ ยอดเยี่ยม หรือดีรองลงมาตามลำดับ และทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมของภาคอุตสาหกรรมใหม่ไปในที่สุด

 

3 ไม่ยอมรับหลักการการซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อปิดช่องทางการปล่อยของเสียในปริมาณมากเท่าเดิมของประเทศพัฒนาแล้วที่ปล่อยของเสียเกินเกณฑ์มาตรฐาน

 

4 สร้างเกณฑ์มาตรฐานของระดับการปล่อยของเสียใหม่ ให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละประเทศ แทนการใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งโลก เพื่อไม่ให้ประเทศกำลังพํฒนายังคงถูกใช้เป็นฐานการผลิตตัวแทนของประเทศมหาอำนาจ

 

5 โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศภาคีสมาชิก ที่มีแนวโน้มว่าจะส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณของเสียในชั้นบรรยากาศ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน ต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของภาคี โดยยึดหลักการที่เห็นว่าเมื่อก๊าซพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศก็ส่งผลร่วมกัน ไม่ใช่รับผลกระทบเพียงในประเทศที่ก่อขึ้นเท่านั้น

 

นี่คือสิ่งที่อยากจะเสนอเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาโลกร้อนได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่มีสนธิสัญญาที่เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดี มีจิตสำนึกให้กับบรรดาผู้นำประเทศเท่านั้น

 

พวกเราหารือกันที่บ้านหลังหนึ่งหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหงครับ จึงขอใช้ชื่อว่า “ปฏิญญาหลังราม”


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
คนไร้รัก.. วันที่ : 19/02/2008 เวลา : 22.08 น.

ก็พยายามใช้ถุงผ้า ซักผ้าทีละมากๆๆ ถูห้องนานๆ ครั้ง แล้วก็อะไรอีกหล่ะ...นึกไม่ออก จะช่วยโลกได้ไหมเนี่ย...
(ปล.นึกภาพการทำปฏิญญาหลังรามได้เลย...เอาใจช่วยละกัน สู้เพื่อโลก 5555)
ความคิดเห็นที่ 4
หาดใหญ่2521 วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 23.03 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer

เรื่องโลกร้อน สักสิบกว่าปีก่อนเราเชื่อนะ ตั้งแต่ครั้งแรกตอนที่เราถูกส่งไปสัมนาเรื่องสาร CFC หรือ สนธิสัญญามอนทรีออลเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน

มาวันนี้ เราไม่แน่ใจนัก กลัวจะเหมือนเรื่อง Y2K เมื่อเกือบสิบปีก่อน นักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่ม เชื่อว่าสภาพผิดปกติของโลกทุกวันนี้ เกิดจาก Polar Shift การเปลี่ยนแกนของโลก ซึ่งเกิดเป็นธรรมชาติของโลก ทุก 10,000 - 30,000 ปี และนี่เป็นเหตุให้ ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ ไม่สนใจเรื่องโลกร้อน เราไม่แน่ใจนัก

ทุกวันนี้ ทั่วโลกมีโรงไฟฟ้าขนาด 400 เมกกะวัตต์สร้างเสร็จทุกสัปดาห์ มีรถยนต์สร้างเสร็จปล่อยออกไปวิ่งบนถนน วันละ หมื่นๆคัน การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นปีละ สิบ ถึงยี่สิบกว่า เปอร์เซ็นต์ คนเพิ่มขึ้นทุกวันขณะที่การใช้พลังงานต่อคน (แม้แต่ตัวเราเอง) ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

เราได้แต่หวังว่า เพื่อนเราที่เอาข่าวเรื่องประชากรศาสตร์มาบอกจะเป็นจริง วงการประชากรศาสตร์ระดับโลก ประเมินว่า หลังปี 2565 ประชากรโลกจะเริ่มลดลง และน่าจะมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ไปเป็นร้อยปี

เราคิดว่านั่นแหล่ะ ที่มันน่าจะทำให้อะไรดีขึ้น มากกว่าทุกวันนี้ ซึ่ง เงินในกระเป๋าทั้งส่วนบุคลล และระดับชาติ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่เกือบทุกคน ทุกประเทศ พยายามขวนขวายทำอย่างที่สุด โดยยกประเด็นอื่นไว้ทำทีหลัง คนมีเงินมีเสียงดังกว่า ประเทศที่รวยกว่า การทหารเข้มแข็งกว่า ก็เสียงดังกว่า โลกมันเป็นอย่างนี้แหล่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 3
sith วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/sith

ขอเพิ่มข้อนึงจ้า

เราต้องปฏิเสธความสัมพันธ์ทางการผลิตแบบทุนนิยมที่เอื้อให้นายทุนเอาทรัพยากรของโลกใบนี้ไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของตนเองอย่างขาดความรับผิดชอบ

เราต้องจัดความสัมพันธ์ทางการผลิตแบบใหม่ที่เป้นประชาธิปไตยทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ระบบทุนนิยมทำให้โลกใบนี้บูดเบี้ยว..ทั้งทางกายภาพ(สิ่งแวดล้อม)..และชีวภาพ(ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์)

รออ่านงานแนวนี้แหละ..และแนวขบวนการการต่อสู้ของคนข้างล้างด้วย..รู้สึกว่าเป็นตัวพี่หนึ่งดี..

เรื่องของเรื่อง..เรารู้สึกว่า..”คุณคือสื่อของชนชั้นผู้ถูกกดขี่”...อิอิ เหมาชาวบ้านไปทั่ว..พอดีพิ้นที่กระแสหลักไม่เอื้อให้เราต่อสู้ทางอุดมการณ์อย่างซึ่งๆหน้าโดยปราศจากทหาร ตำรวจและกลไกรัฐอื่นๆอ่ะ...แต่เรารู้สึกอย่างนั้นเจง-เจง

สู้ๆเฮีย

ปล.ใกล้วาเลนไทน์ละ...สุขสันต์วาเลนไทน์ล่วงหน้าจ้า ได้ข่าวว่าพี่หนึ่งกลับไปคืนดีกะแฟนเก่าแล้ว..ดีใจด้วยจ้า
จริงหรือไม่ เชื่อคนง่ายรึเปล่า ไม่ใช่ประเด้น ประเด้นคือขอให้จริง พี่หนึ่งจะทำงานเพื่อคนอื่นโดยที่ตัวเองมีความสุขด้วยซะที

ความรักก็เหมือนงานแหละ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักก้มีชีวิตชีวา..แต่ถ้าไม่ก็มีชีวิตและไม่มีชีวา(วิณณาญ)ต่างกันตรงความรักเกี่ยวข้องมากกว่าตัวเอง..มีคนอื่นด้วย

ที่สำคัญ..จาได้ไม่มีคนบาดเจ็บอีก..โดยเฉพาะพี่หนึ่งเอง..แต่การบาดเจ็บมันก้ดีนะ..เจนว่า..มันทำให้เราแข็งแรงและเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าเราต้องการอะไรในชีวิตจริงๆ...ความสัมพันธ์กะผู้คนก็เปลี่ยน..(จากคนรู้จักก็เป้นเพื่อน..จากเพื่อนก็เป็นเพื่อนสนิท...จากเพื่อนร่วมงานก้กลายเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์และเพื่อนแท้..จากเพื่อนสนิทก้กลายเป้นกิ๊ก..ไม่ใช่ละ..)

ความรักทำให้โลกสีชมภู..มาช่วยกันทาสีชมภูให้โลกกันดีกว่า

ปล2ทาสีแดงละชูกำปั้นซ้ายด้วยดีกว่า..ทุนนิยมทำโลกให้บูดเบี้ยวมานานละ!...มีความฝันก้ต้องเดินไปตามฝัน...ความรักมีหน้าที่ปกป้องความฝันของเราและพาเราไปถึงจุดหมาย...”ไม่มีฉุดรั้ง..ไม่มีดึงดัน..เร๊าเข้าใจ..”..โว๊..โว

ปล3โทษที่จ้า...มาป่วนบล๊อกชาวบ้านไปทั่ว..ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนงาน...ไปละ บ๊ายบาย


ความคิดเห็นที่ 2
tanatach วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ทุนข้ามชาติ..สานผลประโยชน์กันได้ทั่วโลก
ธนธัช
ความคิดเห็นที่ 1
สายธาร วันที่ : 12/02/2008 เวลา : 15.22 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
"ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด หมดก็ไม่มา เราไม่หวงกัน  เราก็ไม่หมด หมดก็มาเรื่อยๆ "


ขอบคุณ...บทความดีๆๆครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29