พิมพ์หน้านี้
|
จากเช้ามืดของวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2551 ยาไปถึง ช่วงดึกของวันดังกล่าว เสียงยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตา ผสมเสียงระเบิดจากมือตำรวจและเสียงปืนพก ดังตลอดทั้งวัน มันเหมือนเป็นการปลุกวิญญาณผู้กล้าจากในอดีต บนถนนราชดำเนิน ให้ลุกขึ้นจากการสิงสถิต อยู่ทั่วบริเวณ เพื่อมาคุ้มครองปกป้อง ความป่าเถื่อน ยิ่งกว่าสัตว์นรก จากการระยำของไอ้เหลี่ยม ที่มันไม่ใช่คนไทยอีกต่อไป เพราะมันคิดว่า สักวันมันจะกลับมาเป็นประธานธิบดี เสียงร้องของความเจ็บปวด และน้ำตาแห่งวันอดกลั่น ในวันดังกล่าว มันถูกสะสมมาอย่างยาวนาน และมันกำลังจะเบิดออกจากร่างกายด้วยการต่อสู้ ที่ไม่มีวันยอมอีกต่อไป ถึงแม้จะเสียเลือด เสียเนื้อ เพื่อปกป้องประเทศชาติจากการหาผลประโยชน์ของพรรคการเมือง และจ้องทำร้ายทำลายราชวงศ์ ที่คนทั้งประเทศอยากให้ธำรงค์ไว้ ให้ยาวนานแสนนาน รถพยาบาลทั่วกรุงเทพมหานคร และสภากาชาดไทย วิ่งกันตลอดทั้งวัน เสียงไซร์เรน ดังระงมก้องบนนภา เหนือใจกลางการบริหารบ้านเมือง ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ถึงข้ามคืนเข้าสู่วันที่ 8ตุลาคมผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพบาลใกล้เคียงที่เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ แก๊สน้ำตาถูกปฏิบัติการ แนวใหม่โดยการยิงเข้าท่อระบายน้ำ เพื่อให้สารเคมีเหล่านั้นลอยขึ้นจากท่อระบายน้ำเข้ามาที่ชุมนุม ฝาท่อทุกท่อก็ถูกระดม จากชาว พธม ปิดด้วยขวดน้ำ ผ้า สิ่งต่างๆที่จะปิดการระเหยออกมาได้ แต่แก๊สน้ำตาก็ยังเล็ดลอยลอยขึ้นมาบ้าง เพียงทำให้ระคายเคือง และแสบตาเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้ ชาว พธม มิได้หวั่นไหว เสียงเรียกร้องตะโกนก้องหน้ากองทัพภาคที่ 1 จากแกนนำ ว่า" ทหารช่วยพ่อแม่พี่น้องด้วย ทหารช่วยพ่อแม่พี่น้องด้วยตำรวจรังแกประชาชน " แต่ก็หาได้รับความช่วยเหลือหรือ ออกมายับยั้งตรวจรวจเลวสักคน กับทำให้ตรวจเลวๆ ยิงกระหน่ำยิ่งแก๊สน้ำตา เข้ามาตลอดเวลา และเสียงปืนก็ดังเป็นครั้งคราวเพื่อข่มขู่ อนิจา ฝั่งตรงกันข้ามหน้าสนามมวยราชดำเนิน กับมีทหารจากหลายหน่อยมายืนตามจุดต่างๆ มากมาย ขณะที่อีกฝั่งตรวจชั่วก็ระดมยิงแก๊สน้ำตา เข้าหาผู้ชุมนุมเป็นระยะ ทำไมทหารถึงไม่ไปยืนป้องการหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อเตือนสติตำรวจว่านี้คือประชาชนอย่าทำอะไรรุนแรง ประชาชนคงไม่ต้องหวังอะไรอีกแล้วเตรียมตัวหาอาวุธป้องการตัวเองแล้วกัน ......... |