พิมพ์หน้านี้
|
จุดกำเนิด .. ข้าวหอมมะลิ อันลือเลื่องของโลก
เมล็ดผลิตผลยลรัก จากชนเผ่าที่โลกบอกว่า ...ชนชาติพันธ์นี้เป็นกระดูกสันหลังของโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ ... เมล็ดกลิ่นหอมยวนยินมธุรส แม้นเทวดายังหลงลืมตำหนักทองบนสวรรค์
เรียวรวงเมล็ดโค้งคำนับผืนแผ่นดิน /การจัดเก็บเพื่อสืบเชื้อสายพันธ์ ตลอดถึงการบริโภค/และการขายให้เจ๊ก![เถ้าแก่] ในตลาดเทศบาล
เมล็ดอวบอิ่มเต็มรวงรัง .. รอรับการบรรจงจูบรัก..จากใบหน้าคมเคียว ข้าวหอมมะลิ นับเป็นข้าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกประเทศไทยผลิตข้าวหอมมะลิและส่งออกมาเป็นเวลาหลายปีมาแล้วโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิส่วนใหญ่ที่ปลูกในพื้นที่นาน้ำฝนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นข้าวหอมมะลิ คือ สายพันธุ์ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ และ ๑๕ เท่านั้น ในปี พ.ศ ๒๔๙๓๒๔๙๔ *นายสุนทร สีหะเนิน อดีตพนักงานข้าว ฯ ของกรมการข้าวฯ ในสมัยขณะนั้น โดยประจำอยู่ที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับมอบหมายให้ออกไปเก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวในภาคตะวันออก ในอำเภอบางคล้า ด้วยการคัดเก็บเอารวงข้าวจำนวน ๑๙๙ รวง ซึ่งเป็นข้าวที่มีความหอมและเรียกกันว่า " ข้าวหอมมะลิ " ทั้งหมดถูกเก็บและได้ระบุหมายเลขของรวงที่เก็บมาได้ตามลำดับ จากนั้น จึงส่งไปปลูกเพื่อคัดพันธุ์ให้บริสุทธิ์ ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรงจังหวัดลพบุรี และต่อมาในปี ๒๕๐๐ พันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ผ่านการคัดเป็นพันธุ์บริสุทิ์แล้วถูกนำไปปลูกทดลองและทดสอบในพื้นที่ปลูกข้าวภาคต่างๆ พบว่า ในภาคอีสาน ข้าวหอมมะลิ ที่เป็นรวงหมายเลขที่ ๑๐๕ (หนึ่งร้อยห้า) เป็นรวงที่ให้ผลผลิตดีในพื้นที่ดินทรายโดยเฉพาะในภาคอีสาน จะเป็นเมล็ดข้าวเรียวยาว สมบูรณ์และความหอมของข้าวยังคงเหมือนข้าวที่ปลูกจากแหล่งเก็บเหมือนเดิม
โดยเริ่มแรกให้ชื่อว่า ขาวดอกมะลิ ๔-๒๑๐๕ [ ในยุคสมัยนั้น ] ในเชิงสัญญลักษณ์ ก็มีความหมาย คือ ว่า ...... หมายเลข ๔ หมายถึงอำเภอที่เก็บมา อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และ หมายเลข ๒ หมายถึง ชื่อพันธุ์ข้าวที่เก็บในอำเภอนั้น คือ หอมมะลิ และ หมายเลข ๑๐๕ ก็คือ .... ตำแหน่งรวงข้าวของพันธุ์หอมมะลิที่เก็บในที่นั้น ซึ่งเป็นรวงหมายเลขที่ ๑๐๕ (หนึ่งร้อยห้า) คือ หอมมะลิ ซึ่งมีที่มาจากความขาวของเมล็ดข้าว และความหอมที่คนไทยมักจะนำไปเปรียบเทียบกับดอกไม้ไทยในขณะนั้น โดยคนไทยจะใช้ดอกมะลิที่มีสีขาวสำหรับบูชาพระ เป็นสิ่งมงคลและความประทับใจคล้าย ๆ กัน จากความหมายในเชิงสัญญลักษณ์ดังกล่าวนี้ จึงมีผู้นำมาใช้เป็นชื่อพันธุ์ข้าวหอมของไทย เหตุผลที่ข้าวพันธุ์นี้ได้ถูกนำไปขยายผล เพราะเป็นข้าวที่มีความโดดเด่น ในรูปลักษณ์และรสชาติ ซึ่งเป็นผลดีทั้งในด้านความหอมและความนุ่มของรสชาติจนได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอดเรื่อยมา จากคำบอกเล่าถึงแหล่งข่าวได้มา ว่ากันว่า ข้าวขาวดอกมะลิ ๑๐๕ ได้ทำการเพาะปลูกอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เป็นเวลานานหลายปี แต่เมื่อถูกนำมาปลูกในภาคอีสานใต้ ได้แก่ จังหวัด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร และมหาสารคาม และจังหวัดอื่นๆ อีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน ต่อมา ภาครัฐจึงให้การสนับสนุนให้ปลูกเป็นแปลงสาธิตขนาดใหญ่ มีการประชาสัมพันธุ์และโน้มน้าว พี่น้องชาวอีสาน จนกลายเป็นข้าวหอมมะลิที่ขยายผลได้ในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศตลอดเรื่อยมา จึงเป็นที่รู้จักและเนที่นิยมเพาะปลูกกันไปทั่วในพื้นที่ภาคอีสาน [ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด ] ทั้งนี้ จากข้อมูลการสำรวจทางธรณีวิทยา ในการปลูกเชิงการเกษตรเป็นเวลานาน ทำให้รู้ว่า ว่า ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่ได้รับมรดกจากธรรมชาติมาน้อยมากเพราะพื้นที่นี้เป็นดินทราย อินทรียวัตถุต่ำ บางแห่งจะมีดินจะมีความเค็มเป็นพิเศษ สังเกตได้จากร่องรอยเกลือสีขาวที่ปรากฏอยู่ทั่วไป จึงเป็นพื้นที่เหมาะแก่การปลูกข้าวขาวดอกมะลิ เป็นอย่างยิ่ง กว่าภาคใดๆ ของประเทศ
นอกจากนี้ ธรรมชาติในภาคอีสาน ยังเป็นพื้นที่ฝนแล้งที่สุดในประเทศ และขณะเดียวกัน ภาคอีสานก็ยังเป็นพื้นที่ที่จะมีน้ำท่วมมากที่สุดในฤดูฝน อีกเช่นกันฯ เพราะฉะนั้น แล้ว คำถาม ..และคำตอบ เรื่อง ความแห้งแล้ง และ ความอุดมสมบูรณจึงเป็นคำตอบดียวกัน ..
ขอบคุณแหล่งข้อมูลและแรงบันดาลใจ ๑] ขอขอบคุณข้อมูล ของ www.tonghua.co.th ที่ให้ข้อมูลส่งเสริมเพื่อการสืบค้นเรื่อง ของนายสุนทร สีหะเนิน อดีตพนักงานข้าวฯ ของกรมการข้าวฯ ๒.] ขอขอบคุณรูบภาพจากพันธมิตรเครือข่ายชาวนาฯดังท่านที่มีเฮือนชานบ้านช่อง ดังนี้ ฯ คือ.- www.tonghua.co.th, www.bloggang.com/viewdiary.php, www.bangkokbiznews.com,www.seedcenter12.doae.go.th ๓.] ขอขอบคุณมิตรผู้อารีย์ ที่เอื้อเฟื้อเพลง หำเฮี้ยนฯ หมายเหตุฅนต้นเรื่อง ข้อเขียนทั้งหมดนี้ ต้องการนำเสนอนี้เพื่อเจตนารมณ์ เชิดชู ..... ฅนปราชญ์ไทบ้าน โดยรำลึกเป็นสดุดีประกาศเกียรติคุณ * แด่ ..ท่านฯ สุนทร สีหะเนิน อดีตพนักงานข้าวฯ ของกรมการข้าวฯ ด้วยความคารวะด้วยใจจริงอย่างลึกซึ้ง จากลูกหลานผู้สืบทอดเจตนารมณ์จากชนเผ่าที่โลกบอกว่า ; - ...ชนชาติพันธ์นี้เป็นกระดูกสันหลังของโลกที่ยังหลงเหลืออยู่ .. .
ขอบคุณเพลงหำเฮี้ยน - คาราบาว [ สุภาพชนโปรดใช้วิจารณญาณเป็นพิเศษ.] |
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |