พิมพ์หน้านี้
|
เรา ...คืนดีกัน นะ
สภาวะการณ์ ตอนนี้ตลาดซื้อขายตัวกำลังเปิดคึกคัก ใครมีทีท่าว่าจะได้รับการหมายหมั้นจาก .. พี่น้อง [ในนามพลเมือง] ค่อนข้างแน่ ค่าตัวก็ยิ่งแพงขึ้น .. ตามเพดานบิน การเกี้ยวพาราสี .. รักนวลสงวนตัวเต็มที่ วางท่าทีแบบเขินอายมากด้วยสารพัด มายา ๑๐๘ ถึง ๑,๐๐๙ เล่มเกวียน ทั้งนี้ .......ก็ เพื่อจะได้ราคาค่าเสียตัวให้ได้มากไว้ กับทั้งต้องมีสินสอด สร้อยเพชร แหวนทองของหมั้น อีกนานา ต่างก็เฝ้ารอ จดๆ จ้องๆ ดูท่าทีแบบกล้าๆ กลัวๆ แอบหวังอยู่เงียบๆ รอพิธีสู่ขออย่างเป็นทางการจากอีกฝ่ายหนึ่ง .. ในเร็ววัน ! มิเช่นนั้น จะปันใจให้คนอื่น ไม่รู้ด้วยนะ .. จะบอกให้ !
อุตส่าห์นอนรอท่าอ้าซ่า !... แผ่หลา รอการเริงรักอยู่ตั้งนาน ว่าเมื่อไหร่ .. จะมาซักที ว่ะ [ ฮ่วย ! เคียดเด้... ] นักเลือกตั้ง ต่างก็วางท่าทางได้สง่าเปิดเผย คึกคัก ..เรี่ยวแรงกระฉับกระเฉง เหมือนม้าพันธุ์มังกรผงาดฟ้าได้ยาโด๊ป ..
ผิดกับพวกม้าแกลบพันธุ์พื้นบ้านโซๆ ต้องแอบกินฟางแห้งๆ ตาปริบๆ ม้าสายพันธุ์มังกรฯ เพียงแต่ได้รับบัตรทอง ก็รูดมาเป็นเงินสดๆ หรือนำไปซื้อของจับจ่ายใช้สอยได้ตามเครดิตที่ได้รับโควต้ามา สะบายใจซิบ! ก็เป็นอันเรียบร้อยโรงเรียนเลือกตั้ง ...... ขอรับกระผมเจ้านาย ! . ภาพที่เห็นจนชินตา ยิ่งกว่าละครน้ำเน่าหลังข่าว ทีวี .. ที่ฉายกันซ้ำซาก ในพล็อตเรื่องเดิมๆ ที่มากสุดก็คือ .... ชื่อพรรคใหม่ .. เปลี่ยนเรื่องให้เน้นไปในวาระการสมานฉันท์ แต่ใช้ผู้แสดงหน้าเดิมๆ จับมาชุบตัวใหม่ ยกองค์ทรงเคื่องให้ดูหล่อหล่าเข้าท่า มีสง่าราศีประกายวายวับ .. จับจิตประทับใจ แม้ดูว่า ตัวพระเอก จะดูบ๊องตื้น .ต็งติ๋ง ปัญญาอ่อนไปหน่อย ! ก็ยังพอทนกล้ำกลืนฝืนดูได้บ้างในบางคืน [ไม่มีบอลรอบดึก .. นอนแต่หัวค่ำ ] เนื้อเรื่องก็คือ นางเอกต้องจน .. ส่วนพระเอก ก็ต้องรวย.. ถูกกีดกันกลั่นแกล้ง ฤา .. แม้กระทั่งว่า ตัวพระเอก ของเรื่อง จะระหกระเหิรเดินทางแรมรอนจากบ้านเมืองไปตั้งแสนนานแล้ว ก็ตาม .. แต่กลับทิ้งทายาทอสูรเอาไว้เกลื่อนบ้าน เกลื่อนเมือง ....
กระนั้นฯ ... ก็ไม่ถึงกับต้องนั่งปิดจมูก แต่ที่น่าอดสูใจ ..บางบทบาทในอดีตที่พึ่งผ่านมานี้เอง แม้จะเคยมีเรื่องการบาดหมาง ด่ากราดกระแหนะ กระทบกระทั่งถึงบรรพบุรุษกัน ยังไม่ทันได้สิ้นกลิ่นน้ำลาย .. ก็มาชวนกันไปผสมพันธ์กันเสียแล้ว ห่อร่อกระซิก กระซี้ หยอกเอินกัน
ถ้อยทีถ้อยยกยอปอปั้นว่า ; ต่างฝ่ายต่างดีอย่างไร .. ลืมเรื่องที่ด่าพ่อล่อแม่กันเสียสิ้น นับเป็นการทำลายวัฒนธรรมทางการเมืองกันอย่างเลือดเย็นอำมหิตที่สุด การเมืองระบบพรรคต่อนี้นี้ไป จะต้องหลับหลับตาเชิดชูพรรคไปจนตาย .. ถึงแม้ว่าจะขัดกับมติของมหาชนก็ตาม... การรวมเสือหิวโซ..ทุกทั่วสารทิศ มาอยู่ภายใต้อาณัติ ผู้นำเพียง คนเดียว.. เรา...[ในนามประชาชน] เองต่างก็เคยบาดเจ็บมามากต่อนักแล้ว ... ยิ่งเป็นเสือเฒ่า ..ประสบการณ์ ก็ยิ่งมาก เรา...[ในนามประชาชน] อาจบางที แม้ซักหมื่น , สองหมื่น, ฤา จะแม้นหมายถึงห้าหมื่นก็ดี .. การต่อสู้ แม้กับเสือเพียง ๑ ตัว ก็อาจบาดเจ็บหนักถึงตายได้ ช่วงระยะโค้งสุดท้าย นับแต่นี้ไป .... ก่อนจะประกาศวันเลือตั้งอย่างเป็นทางการ จะเป็นช่วงเวลาเปิดตลาดซื้อขาย ..นักเลือกตั้ง และรวม..ไปถึงทีมงานหัวคะแนนประจำหน่วยฐานเสียงในแต่ละเขตเลือกตั้ง จะปั่นราคากันสุด ๆ ก่อนจะถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงพรรค การควบรวมพรรค เป็นรายพรรค กรรมการพรรค หรือเป็นรายบุคคล จะเริ่มฉากการเทคโอเวอร์ กันเป็นคอก ๆ [ ตามชนิดสายพันธุ์ และแยกเป็นสัดส่วน น้ำเงิน .. แดง ม่วง ถูกหน่อย ก็จะเป็นพวกโลหะหรือทองแดงขึ้นสนิมแล้ว ] ยุทธการช่วงชิง .. ความเป็นใหญ่ เหนือท้องฟ้าอาณาจักรของสยามประเทศเรานี้ ผุ้ใดช่วงชิงลงมือได้ รวดเร็วกว่า โดยไม่นำพาวิธีการว่า จะโหดเหี้ยมอมหิตเพียงใดกว่า ก็ย่อมมีโอกาสผงาดเป็น ผู้นำเดี่ยว .. แต่เพียงผู้เดียวในใต้หล้า อาณาจักรของสยามประเทศเรานี้ !
สภาวะการณ์เฉกเช่นนี้ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในสังคมเรานี้ ตั้งแต่ยุคทาสเรื่อยมา สืบเนื่องจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ตราบใดที่จิตวิญญาณของความเป็นทาส ยังเกาะกุมติดอยู่ในDNA [เชื้อเผ่าสายพันธุ์] ของกลุ่มฅน.. บางกลุ่ม .. ของฅน .. บางฅน อย่างแน่นแฟ้น ไม่เสื่อมคลาย เช่นนี้แล้ว พวกเขา ฅนเหล่านั้นฯ ย่อมพอใจที่จะขายตัวอย่างเช่นบรรพบุรุษของเราที่ทำมาอย่างไม่เคยรู้สึกผิดบาป หรือ ตะขิดขะขวางใจต่อลูกหลานแม้แต่น้อย ... เป็นดั่งว่ามานี้แล้ว ... จิตวิญญาณอิสระ .. จักไม่บังเกิดมีขึ้น ? ฤา.. พัฒนา กลับกลายเป็นตราบนานเท่าแสนนาน... เหลือเกินหนอ ? บทสรุปสวดส่ง .. ลงท้าย อย่างไรก็ดี ... เรา...[ในนามประชาชน] ส่วนมากของสยามประเทศเรานี้ ก็ยังพร้อมจะยอมรับกติกาที่จะให้มีการเลือกตัวแทนของเราอยู่ทุกชั่วโมง ของลมหายใจตามครรลองแห่งประชาธิปไตย .. จะดี ไม่ว่าโรงเรียนเลือกตั้ง ของสยามประเทศเรานี้ จะผลิตนักการเมืองออกมาสะสวย ฤา ขี้เหร่สักปานใด หากเรา..จะรักจะชอบจะใคร่ ฤา จะเกลียดจะสุดทน ก็ตามที ! พวกเขา .. เหล่านักเลือกตั้งทั้งหลาย ต่างก็ต้องอำลาจาก.. เวที ไปตามวาระ ๔ ปี แล้วก็ ค่อยพบพานก็อีก จากกันด้วยดี .. ไม่มีการโห่ไล่ [ ถ้าเหลืออดเหลือทนจริงๆ นะ ] พวกเหล่าม้าพันธุ์ดี แต่ขี้เกลียด ก็อาจจะแพ้ ... ม้าแกลบพันธุ์พื้นบ้าน ในสนามแข่งคราวต่อไป แต่กลับ .. เหล่าท่านนักปฎิวัติทั้งหลาย เนื่องจากพวกเขามา .. นอกครรลองแห่งประชาธิปไตย ไม่มีวาระ ไม่มีกติกาที่จะแสดงหรืออยู่ต่อ เมื่อถึงเวลาอาวสานแล้ว ไม่ยอมลงจากเวที ! เรา...[ในนามประชาชน] อาจจำต้องมีการขับไล่ไสส่งกัน และอาจบางที เพื่อให้ได้มาซึ่งจิตวิญญาณอิสระ !
เรา...[ในนามประชาชน] อาจจะต้องถึงคราวบาดเจ็บล้มตายกันไปข้างหนึ่ง
ฅนต้นเรื่อง : สนทนากับหนังสือท่านอาจารย์ เล่า ชวน หัวฯ ในสมุดบันทึกเรื่องเก่าๆ ขออนุญาตนำมาปรุงด้วยอรรถรสตามแบบฉบับไทบ้านฯ
ฅนขอบคุณ : ๑] รูปภาพจาก www. i16.photobucket.com ๒] เวทีสนทนากับท่านสหายรุ่นใหญ่ใจดี ริมระเบียงบ้านฯ
ดวงตาแห่งความรัก - คาราบาว |