พิมพ์หน้านี้
|
บ้านปางแดง ที่เกือบจะปางตาย
ฅนต้นเรื่องโดย : ทนายศิริพงษ์ เย็นศิริ ร่ายถ้อยบรรจงคำโดย : กุลา กุลี
26 มีนาคม 2551 ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ห้องพิจารณาคดี บัลลังก์ที่ 8
ข้าพเจ้าฯ กำลังใส่ชุดครุยให้ถูกระเบียบ ในขณะที่ชาวบ้านปางแดงนอก กำลังก้าวผ่านเข้ามาในห้องแคบๆ สี่เหลี่ยม ณ ที่ซึ่งพี่น้องชาวบ้านทุกคนไม่คุ้นเคยนัก สถานที่โอ่อ่าแห่งนี้ มันคับแคบเงียบเหงาน่าตื่นตระหนก ไร้อิสรเสรี ไม่เหมือนหมู่บ้านของพวกเขาที่รายล้อมด้วยสายแดดและขุนเขาโอบกอด ให้ความอบอุ่นและปลอดภัย พี่น้องชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าปะหล่อง พูดหรือเขียนอ่านภาษาไทยไม่ได้ การพูดคุยกันยังต้องผ่านล่าม และเหตุที่ต้องจากป่ามาสู่เมืองก็เนื่องจากตกเป็นจำเลยในคดี ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเชียงดาว
- 1
ป่ามันไม่มีให้บุกรุกแล้ว กฎหมายต่างหาก มันบุกรุกชาวบ้าน ทนายดูสิ.. พี่ใหญ่ฯ ที่พวกเราเรียกกันในกลุ่มคณะทำงาน พาข้าพเจ้าฯและคณะ ลงพื้นที่ชี้ไปที่ทางเข้าหมู่บ้านปางแดงนอก และแผ่นดินที่แห้งแล้ง บ้านที่ปลูกด้วยไม้ไฝ่และมุงจากหรือหญ้าคาแออัดหนาแน่น ชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าที่ถักทอมือใส่ลายพื้นตาหลากสีสันสดใส
ชาวบ้านเหลียวมามอง เมื่อมองเห็นพี่ที่นำทางต่างก็ยิ้ม เข้ามาไหว้ทักทาย ด้วยภาษาพื้นเมือง เด็กวิ่งเข้ามาหาด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย เมื่อตัวหนังสือและแผนที่บอกว่า มันคือ ป่า.. เป็นป่าที่ตราว่าต้องสงวนไว้ ทางราชการเขามีภาพถ่ายผ่านดาวเทียม และเขตมุดรางที่ปักเขตแดนไว้แถวๆแหล่ะนี้ มันชี้ชัด ว่า เป็นเขตป่า มันก็ต้องเป็น.. มันถูกประกาศเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ! ... เมื่อเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตรวจพบว่ามีการบุกรุก แผ้วถางป่า เผาป่า ควันไฟมลพิษ หรือพบไม้ของกลางในเขตอำเภอเชียงดาว ชาวบ้านที่นี่ก็จะตกเป็นเป้า และหากจะเอาผลงานทีก็จะนึกถึง ที่นี่ ! มาจับชาวบ้านไปดำเนินคดี แต่ไม่เคยจับได้หรือดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนแม้สักรายเดียว เจ้าหน้าที่กลับปล่อยให้กลุ่มนายทุนทำไม้ลอยนวล. . ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นบางคน ผมคงไม่ต้องเอ่ยชื่อ เป็นผู้นำท้องถิ่น ในสมัยรัฐบาลชาติชาย ซึ่งเป็นช่วงมีการขายที่ดินบูมมาก ทำให้เขาเป็นนายทุนร่ำรวยในพริบตา มีบ้านมีรถ เป็นนายทุนท้องถิ่นที่มีอิทธิพลมาจนถึงทุกวันนี้ เขาเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ เหล่าพี่น้องคณะทำงานได้แวะเข้าไปทักทายกับแกนนำชาวบ้าน และพบปะสนทนาพี่น้องชนเผ่าในหมู่บ้านปางแดงนอก
...ทนายดูสิ พี่น้องชาวบ้านปางแดง ยังอยู่กันอย่างสงบ สมถะ และเจียมตัว บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ ยังคงเป็นกระท่อมไม้ไผ่ ที่หลังคาหนึ่งอาศัยอยู่กันหลายครอบครัว บางหลังแออัดอยู่กันถึง 8 คน 10 คน และยังมีอาชีพรับจ้าง ปลูกข้าว ปลูกหอมกระเทียม อยู่ไปวัน ๆ จนกระทั่งบัดนี้
จนกระทั่ง กระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเริ่มแผ่ไปทั่วโลก และชุมชน องค์กรทั่วประเทศเริ่มตื่นตัว ออกมาเคลื่อนไหว ต่อต้านการรุกเข้ามาของทุนนิยม ต่างพากันลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากร ผืนดิน ผืนป่า ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของประเทศกันอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ในช่วงขณะนั้น นโยบายการจัดการป่าของรัฐ ได้ถูกวิพากษ์ต่อต้านอย่างรุนแรง ว่านี่คือความล้มเหลวของรัฐ ที่มีการเปิดป่าเพื่อให้กลุ่มนายทุนเข้าไปสัมปทานป่า เพื่อกอบโกยกันอย่างโจ๋งครึ่ม จนผืนป่าในเมืองไทยลดลงอย่างน่าใจหาย . อาทิตย์ดวงตาแดงกลมโตโน้มตัวลงจูบภูเชียงดาว คณะทำงานขึ้นรถบิ๊กอัพ2 คัน จากลาหมู่บ้านปางแดงนอก เข้าสู่ฐานที่มั่นตัวเมืองเชียงใหม่
- 2 ณ. ที่ตึกปูนสองชั้นฉาบทาด้วยสีขาว ในตัวเมืองเชียงใหม่ ใต้เงาร่มไม้ร่มรื่น พวกพี่ๆและเพื่อนพ้องเหล่าน้องๆ ที่ทำงานร่วมกันกับชาวบ้านเรียกตึกรูปสี่เหลี่ยม นี้ว่า ทำเนียบขาว.. ที่โต๊ะประชุมสรุปข้อปัญหาและข้อเท็จจริงที่ได้ลงพื้นที่บ้านปางแดง พี่ใหญ่ฯ ยังทำหน้าที่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย .. สำหรับชุมชนปางแดงแห่งนี้มีโรงเรียนประถมศึกษา 1 โรง ได้ก่อตั้งมาแต่ปี 2547 โดยมูลนิธิพุทธธรรมหนองฮ่อ และต่อมาได้โอนให้เป็นโรงเรียนในสังกัดการประถมศึกษา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2530 ปัจจุบันรับนักเรียนจากชุมชนปางแดง และหมู่บ้านอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้น ในช่วงกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางราชการ และเงินอุดหนุนจากชุมชนรอบ ๆ รวมทั้งจากช่วยเหลือโดยการทอดผ้าป่า การบริจาคจากคนนอกและมีการพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของชุมชน บริเวณนี้ในชุมชนแห่งนี้ ยังมีสำนักสงฆ์ (วัดพระพุทธบาทปางแดง) ตั้งอยู่บริเวณปากถ้ำ อยู่ในบริเวณทางแยกเข้าบ้านปางแดงใน และบ้านมูเซอปากถ้ำ บนหน้าผาเหนือถ้ำ มีการสร้างเจดีย์ย์ขนาดเล็กสวมทับรอยพระพุทธบาท โดยครูบาเทือง นาภสโล วัดเด่นสลีศรีเมืองแกน ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สำนักสงฆ์แห่งนี้ ตั้งมากว่า 20 ปีแล้วมีพระสงฆ์อยู่ประจำทุกพรรษา ..นอกจากนี้ ชุมชนปางแดงยังมีระบบประปาใช้ทั้งหมู่บ้าน โดยการสนับสนุนจากองค์กรทางศาสนาและองค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยของรัฐ ยังให้การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์พาทัวร์นักท่องเที่ยวลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลายๆ ครั้งที่อำเภอได้ขอให้พวกเขามาช่วยงานวัฒนธรรมรับแขกบ้านแขกเมือง น่าแปลกที่เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้การสื่อสารออกมาสู่โลกข้างนอกเท่าที่ควร อากาศหนาวเย็นค่อนดื่นดึก ที่โต๊ะไม้ม้านั่งหน้าอาคารทำเนียบขาว รายล้อมด้วยพี่น้องที่เป็นตัวแทนชาวบ้านชนเผ่า ยังมีพี่ๆที่ทำงานองค์กรเอกชนและพี่ๆจากสภาทนายความ การพูดคุยเรื่องทุกข์ร้อนของชาวบ้านทำให้ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่ห้องหับหัวใจอันเปล่าดายของข้าพเจ้าอย่างลึกลับ
- 3 ๑๐.๐๐ นาฬิกา ภายในห้องพิจาณา พวกเรามองตากันเหมือนมิตร สหาย พี่น้อง ครอบครัวเดียวกัน พลันที่พบรอยยิ้มที่คุ้นเคย และแววตาที่ไว้วางใจต่อกัน ทำให้พี่น้องชาวบ้านคลายความกังวลลง ความตื้นตันที่ได้พบกันอีก ทำให้แม่ใหญ่ฯ(เป็นใบ้) เข้ามาโอบกอดข้าพเจ้าฯ แต่.. อีกหลายคนก็ยังหวาดกังวลระทมทุกข์ คือ คำบอกเล่าที่ส่งผ่านแววตาที่ไร้สำเนียง ขณะที่ หัวใจของ ข้าพเจ้าฯ รับรู้และได้ยินชัดเจน ทันที่ที่การพิจารณาเริ่มต้นขึ้น ศาลถามชื่อและอธิบายข้อหา จนครบถ้วนแล้ว
จำเลยที่..... ยืนยันตามคำให้การเดิมคือปฏิเสธข้อกล่าวหา ..ฯลฯ.. ส่วนในคดีที่จำเลยที่...ถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธมาเป็นรับสารภาพข้อกล่าวหา น่ะ .. ศาลจะถามอีกครั้งน่ะ ว่า จำเลยที่..... มีความประสงค์ที่จะถอนคำให้การเดิมจากปฏิเสธมาเป็นรับสารภาพข้อกล่าวหา .. ถูกต้องน่ะ
ทุกคนก้มหน้าผงกหัวรอรับอาญาไม่ว่าจะเป็นประการใด ! คำถามที่แผ่ซ่านผ่านแววตา เราไม่รู้ว่าต่อแต่นี้อะไรจะเกิดขึ้น และมองตรงมาที่ข้าพเจ้าฯ เรา-ต่างปลอบประโลมต่อกัน เรา-ให้กำลังใจต่อกัน ไม่ต้องหวาดกลัว อย่ากลัว ....! พี่น้องชาวบ้านทุกคนยืนขึ้นฟังคำพิพากษา ด้วยอาการเงียบกริบ ! เสียงกรุ๋งกริ่งๆ ของสายโซ่เหล็กที่ห้อยโยงด้วยกุญแจมือหลายสิบอัน ในมือของเจ้าหน้าที่ เหมือนมือของพญามัจจุราชที่กำลังเยื้อฉุดเตรียมลงทัณฑ์ พี่น้องหลายคนใช้มือปาดน้ำตาด้วยความกลัว ต่อการสูญสิ้นอิสระภาพ หลายคนตากร่ำแดง กังวลใจสับสน กระสับกระส่าย มองมาที่ข้าพเจ้าฯ ที่กำลังยืนสงบนิ่งตั้งใจรอฟังคำพิพากษาด้วยอาการเดียวกัน - 4 ทันที่ที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ศาลและตำรวจสามนาย หันมายิ้มให้กับชาวบ้านและจากไปแบบเงียบๆ พร้อมกับการอันตรธานไปของเสียงกรุ๋งกริ่งๆ ของสายโซ่เหล็ก พี่น้องที่ทำงานเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนหลายคนยิ้มระรื่น เข้ามากอดชาวบ้านด้วยความดีใจ
ล่ามพูดด้วยภาษาพื้นบ้านปะหล่อง ย่อใจความโดยสรุปคำพิพากษา .. ..... ...ศาลท่าน(เพิ่น) พิจารณา ว่า จากพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ววินิจฉัย ว่า ชาวบ้าน(หมู่เฮา) มีเจตนายึดและครอบครองป่าสงวนแห่งชาติเชียงดาว ฯลฯ.....พิพากษา จำคุกคนละ 1 ปี โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ส่วน จำเลยที่ ...ถูกกล่าวหาว่าลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายด้วย ศาลท่านพิพากษาจำคุกคนละ 4 เดือน แต่ในข้อหานี้ จำเลยที่...รับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 เดือน รวมแล้วจำเลยที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนและลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก 1 ปี 2 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี
ส่วนกรณีจำเลยอีก 37 คน ที่ให้การรับสารภาพ ศาลท่านจะเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เพื่อรอผลการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่จังหวัดแต่งตั้ง ว่าผลจะออกมาเช่นไร ขณะเดียวกันระหว่างนี้ก็ให้ทางทนายความ รายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการชุดดังกล่าวนี้ให้ศาลท่านรับทราบ ทุกๆ 6 เดือน ..
- 5 -
ข้าพเจ้านึกถึง .... งานเขียนที่เคยได้อ่าน...และยังก้องในรู้สึกตลอดมา .. [* ] ตะวันลับดอยหลวงเชียงดาวไปนานแล้ว ครั้นหันอีกฟากฝั่งหนึ่งทางตะวันออก, จะมองเห็น เหตุการณ์ปางแดงนั้นยังคงมืดดำไม่เปลี่ยนแปลง จ้องมองดูสีหน้าแววตาของพวกเขาดูสิ, เหมือนกับว่า ชีวิตหลายชีวิตนั้นถูกต้องคำสาปมาจากชาติปางก่อน วิถีจึงเผชิญโศกาอาดูรมิรู้จักสุดสิ้น ปีกอิสรภาพถูกตัดขาดวิ่นเกินกว่าถลาบินต่อไปได้ ชะตากรรมในทุกข์ขุกเข็ญเข้าคุกคามให้ร้าวรวดปวดแปลบ นั่นมองเห็นไหม, บาดแผลของการข่มเหงและคราบน้ำตา หรือเทวดาฟ้าดินกำหนดคาดโทษลงทัณฑ์ไว้ให้ตกนรกบนดิน ชีวิตจึงถูกโบยกระหน่ำด้วยแส้อธรรมอย่างหน่วงหนักและซ้ำซาก บาดแผลทั้งกายใจแตกสลายบอบช้ำยากเกินเยียวยา ทุกค่ำคืนยินแต่เสียงครวญอยู่ในความมืด เหมือนเสียงสัตว์ป่าบาดเจ็บไร้เรี่ยวแรงลุกย่างต่อ ใครกันเล่า!? จะเป็นผู้ปลดปล่อยโซ่ตรวนแห่งทุกข์ และพาพวกเขาออกจากกรงขังของความหวาดกลัว ให้ชีวิตนั้นได้พบกับทางสว่างและสันติสุข..*
- 6 -
ภาพเบื้องหน้าคือ.... ตึกอาคารสูงใหญ่ มหานครกรุงเทพฯ เมืองใหญ่ที่มีผู้คนแปลกหน้า รู้จักหน้าแม้จะคุ้นเคยแต่เราก็ไม่เคยทักทายกัน ท่ามกลางกระแสแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นบทบัญญัติสูงสุดของสยามประเทศนี้ คำพูดของพี่ใหญ่ฯ และภาพพี่น้องปางแดง ปรากฏเป็นเงาลางๆ ขึ้นในใจ ป่ามันไม่มีให้บุกรุกแล้ว กฎหมายต่างหาก มันบุกรุกชาวบ้าน ทนายดูสิ..
[ *] บทกวี ผืนดิน สันติภาพ และชาติพันธุ์ พิมพ์อยู่ในหนังสือ รวมงานเขียนสารคดี โศกนาฏกรรมชนเผ่าบนดอยสูง จัดพิมพ์โดย ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง (ศปส.) ,เดือนเมษายน 2549 ฅนขอบคุณ *คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ *พี่ใหญ่ฯสุริยัน ทองหนูเอียด,พี่น้องปางแดงนอก และญาติมิตรเครือข่ายชนเผ่าภาคเหนือฯ |