| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
จาก "ความหวัง" ก็มาเป็นเรื่องของ "ความรัก" หลังจากผ่านงานรับน้องใหม่ ซึ่งที่ มธ.จะเรียกว่ารับ "เพื่อนใหม่" มีทั้งรับในคณะ รับรวมทุกคณะ ตอนนี้นักศึกษาใหม่ก็เริ่มแสวงหาตัวเองแล้ว ใครอยากเรียนก็เรียนไป ใครอยากทำกิจกรรมก็ทำไป พวกที่เก่งๆ ก็ทั้งเรียนทั้งทำกิจกรรม จนมีคำพูดเปรียบเทียบจากอาจารย์บางท่านว่านักศึกษามีอยู่ 3 ประเภท คือ
หลังจากเข้ากลุ่ม เข้าชุมนุม (บางสมัยต้องเรียก "ชมรม") เรียบร้อยแล้ว ชีวิตของนักศึกษาก็เดินไปตามเส้นที่ตัวเองกำหนดเอง ส่วนพวกที่ทำกิจกรรมก็มีทั้งจัดงาน จัดสัมนา จัดนิทรรศการ ดนตรี เรียกว่านอนที่มหาวิทยาลัยได้เลยไม่ต้องกลับบ้านกลับช่อง ทีนี้เวลาอยู่ร่วมกันเมื่อว่างจากงานก็ต้องมาร่วมกลุ่มสันทนาการ เล่นเกมมั่ง ร้องเพลงมั่ง
เพลงพวกนี้ร้องกันอยู่ทุกวัน อยู่มหาวิทยาลัยก็ร้อง ไปออกค่ายก็ร้อง ร้องเองไม่พอ ก็ไปสอนชาวบ้านร้องด้วย ร้องไปร้องมาชาวบ้านก็ได้โรงเรียน ได้บ่อน้ำ ได้สนามเด็กเล่น ได้ห้องพยาบาล เรียกว่าร้องเพลงแบบ "สร้างบ้านแปงเมือง หนุนเนืองหมู่เฮาคนจน" ทีนี้ในการอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด มันก็เข้าตำรา "รักแท้แพ้ใกล้ชิด" (ส่วนพวกใช้คอลเกตต้องไปไกลๆ) ในกลุ่มนักศึกษาที่ทำกิจกรรมจึงต้องคอยมาร้องเพลงกระตุ้นเตือนตัวเองว่ารักที่ยิ่งใหญ่นั้นคือรักชาติ รักประชาชน ให้เหมือนกับที่ชาว มธ.เขาพูดกันว่า "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" ดังนั้นพวกที่รักกันเป็นแฟนกัน ก็เลยต้องแอบๆ คุยกัน ไม่ประเจิดประเจ้อ เอ้อระเหยเอ้อระแหกเหมือนสมัยนี้ เพลงที่เอามาร้องย้ำกันบ่อยๆ ก็เป็นเพลงของวง "พลังเพลง" อีกล่ะครับ เพลง "ความรัก" เมื่อรักต้องมอบให้ อย่าคิดหวงและอาลัย จงรักที่ดวงจิต ในความคิดอันมีค่า ความรักอันสูงค่า ต้องนำพาโลกก้าวไกล
อ่านความเดิมตอนที่ 1"เธอผู้เสียสละ" http://www.oknation.net/blog/Aquarius/2007/05/04/entry-2 อ่านความเดิมตอนที่ 2 "ความหวัง" |