เหนื่อยไหม.. คนดี.. มาสิ.. มานอนหนุนตักเพื่อพักใจ .. เพื่อนรัก..เหนื่อยนัก ก็พักก่อน มาสิ มานอน หนุนตักนี่ จะเล่า นิทาน อ่านกวี เพื่อผ่าน ราตรี ที่เหน็บหนาว หลับตาสิ แล้วฝัน ถึงวันพรุ่ง ฝันถึงทุ่ง สีทอง ของรวงข้าว ดูนั่นสิ สายหมอก ดอกไม้ขาว น้ำค้างพราว ราวเกล็ด ของเพชรนิล ฟังสิ ฟังดนตรี คีตโลก เสียงลมโกรก โตรกธาร เซาะผ่านหิน เสียงใบไม้ บรรเลง ดั่งเพลงพิณ เสียงนกบิน ผินไป สู่ไพรสัณห์ สูดสิ สูดหายใจ หอมละมัย ดอกไม้ป่า นานาพันธุ์ หอมแดดอุ่น กรุ่นไอดิน กลิ่นสวรรค์ ทุกสิ่งนั้น หอมฟุ้ง จรุงใจ รักสิ รักตัวเอง อย่าข่มเหง ตนตัว มัวหมองไหม้ สิ่งร้าย ๆ ปล่อยมัน ผันผ่านไป ทุกสิ่งไม่ จีรัง และยั่งยืน ชีวิตนั้น มันไม่แน่ มีดีแย่ ปะปน ต้องทนฝืน เช่นเรานั้น ผ่านวัน และผ่านคืน อาจชื่นมื่น รื่นสุข หรือทุกข์ตรม ตื่นสิ ตื่นขึ้นมา มองดูฟ้า เมฆาล่อง แดดส่องพรม สิ่งรอบตัว ทั่วถ้วน ล้วนน่าชม จงรื่นรมย์ กับชีวี ที่เกิดมา เรากำเนิด เกิดมา เพื่อหาสุข จะมัวทุกข์ อยู่ใย ให้ใจล้า เกิดเป็นคน มีกรรม เป็นธรรมดา เป็นคนดี มีค่า อย่ากลัวกรรม เพื่อนรัก ลุกขึ้นสิ ลุกขึ้นยืน แม้จะฝืน ฟื้นตัว อย่ากลัวช้ำ ก้าวขาสิ ก้าวช้า ๆ อย่าถลำ โลกงามล้ำ กำลังคอย พร้อมรอยยิ้ม "จันทร์วารี"
************************************ ตอบไปว่า... เหนื่อยหนักหวังมาพักหนุนตักอ่อน อยากจะนอนหลับสนิทติดคาตัก แต่ใจเอ๋ยใจนี้ผิดหวังนัก นอนสักพักถูกปลุกลุกขึ้นยืน เอ๊ะ ยังไง นอนได้แป๊บเดียวจันทร์วารีก็ปลุกลุกขึ้นยืนซะแย้ว http://www.oknation.net/blog/waranin/2007/09/10/entry-1 |