| My King | ||
Thai Royal Anthem |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
เขาอ่อน (เขา-อ่อน) เข่าอ่อน (เข่า-อ่อน) เขิน (เขิน) ผมลอกคำ ๓ คำ ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เวอร์ชั่น 1.0 (เออแฮะ ท่านฯ ไม่ยักแปลคำว่าเวอร์ชั่นเป็นภาษาไทย และไม่ยอมใช้เลขไทยตรง 1.0 ด้วย-เอ้า คณะรณรงค์ฯ รีบไปปักป้ายซะ)
เรื่องที่จะเขียนวันนี้ไม่เกี่ยวกับ "เขาอ่อน" เพียงแต่ยกมาให้เห็นว่าแค่วรรณยุกต์ต่างกันไปตัวเดียว ความหมายก็ผิดกันไปเลย เช่น เขาอ่อน-เข่าอ่อน, ไขข่าว-ไข่ขาว, จับไข้-จับไข่ เป็นต้น ฉะนั้นช่วยกันสะกดคำ วางและผันวรรณยุกต์กันให้ถูกด้วยนะจ๊ะ (รณรงค์ง่ายๆ โดยไม่ต้องปักป้ายนะครับ...พี่น้อง) ตั้งแต่เกิดมา ส่วนมากก็จะเห็นอาการ "เข่าอ่อน" ของคนแก่ คนกำลังจะเป็นลม คนกำลังหมดแรง ส่วนอาการ "เข่าอ่อน" ที่เกิดจากการ "เขิน" เพราะ Falling in love ก็เพิ่งเห็นตอนเรียนอยู่ย่านท่าพระจันทร์ เจ้าเพื่อนตัวดี ที่เพื่อนๆ เรียกกันว่า "ไอ้ด่าง" ผู้ซึ่งร่ำร้องหา "รักครั้งแรก" มันไปเหล่สาวๆ คณะวารสารฯ อยู่คนหนึ่ง เพื่อนๆ ในกลุ่มที่รู้เรื่องก็ไปทำการ "ดูตัว" กันเป็นที่เรียบร้อยและลงมติว่า "ต้องจีบ" ข้อมูลที่ได้มีตั้งแต่เลขทะเบียนนักศึกษา ตารางเรียน อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง ครอบครัว พ่อแม่พี่น้อง ไม่น่าเชื่อว่าสืบกันมาได้หมด หลังจากคัดกรองข้อมูลแล้ว สรุปได้ว่าสาวน้อยรุ่นน้องคนนั้น สมมติว่าชื่อ "น้องต่อ" เธอมีนิวาสสถานอยู่ที่ท่าพระ เมื่อเลิกเรียนเธอจะใช้บริการเรือข้ามฟากท่าพระจันทร์ไปท่าพรานนกและขึ้นรถเมล์ไปลงปากซอยบ้านเธอแล้วเดินเข้าซอยไปสัก 300 เมตร (สมัยนั้นยังไม่มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลย) และเธอจะมีเพื่อนสนิทที่ร่วมทางด้วยทุกๆ วันอีก 2 คน คือ "น้องน้อย" และ "น้องต้วมเตี้ยม" (เพื่อนมันเห็นน้องเขาเดินช้าถึงช้ามากเลยตั้งฉายาให้) แน่นอนว่าทั้งสามสาวนั้น ทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดเป็นดาวคณะได้เลย แผนปฏิบัติการก็คือ ไอ้ด่างจะต้องตามน้องไปตั้งแต่ท่าพระจันทร์พร้อมกับเพื่อนผู้สมัครใจอีก 2 คน ก็ได้ไอ้เตี้ยอาสาประกบน้องน้อย ไอ้อื้ออาสาประกบน้องต้วมเตี้ยม ตามแผนแล้วไอ้ด่างจะต้องไปหาวิธีคุยกับน้องต่อ ตั้งแต่ในเรือข้ามฟากแล้วอาสานั่งรถไปเป็นเพื่อนส่งน้องเขาจนถึงบ้านเลย ถึงวันปฏิบัติการ ไอ้ด่าง ผม และเพื่อนๆ อีกทั้งโขยงที่ไปอุ่นเครื่อง "ร้านกิ้ว" ส้มตำมีชื่อแถวนั้น ก็ยกพวกไปเตร่กันอยู่แถวท่าเรือข้ามฟาก พอเห็นน้องทั้งสามคนเดินมา จนเดินผ่านไป เพื่อนเราสามคนก็ตามไปติดๆ โดยมีผมกับเพื่อนคนอื่นๆ ตามไปด้วยแต่แค่ข้ามฟากไปกินเหล้าต่อที่ร้านม่านแดง พอไปอยู่ในเรือข้ามฟาก เพื่อนๆ ก็ทั้งดันทั้งดุน ให้ไอ้ด่างไปใกล้ๆ น้องต่อ แต่ไอ้ด่างมันบอกเสียงแหบโหยว่า "เดี๋ยวก่อน รออีกหน่อยก็ได้" พร้อมกับหันหน้ามายิ้มเจื่อนๆ พรรคพวกที่เห็นสีหน้าไอ้ด่าง แทบจะกลั้นหัวเราะกันไว้ไม่อยู่ เพราะหน้ามันขาวซีดเป็นไก่ต้ม เหงื่อกาฬผุดซะเต็มหน้า เมื่อเรือข้ามฟากเทียบท่าพรานนก น้องเขาเดินขึ้นไปแล้ว ไอ้ด่างเดินนำหน้าพวกเราตามไปติดๆ แต่ฉับพลันน้องเขาเหมือนรู้ตัวว่ามีคนเดินตาม (ไม่รู้ก็บ้าแล้ว มากันเป็นฝูงอย่างนั้น) น้องเขาหันมายิ้มหยาดเยิ้มให้ไอ้ด่าง แล้วก็หันกลับเดินต่อไปกับเพื่อนๆ ทันทีที่ไอ้ด่างเห็นน้องหันมายิ้มให้ มันเกิดอาการ "เข่าอ่อน" ทรุดอยู่ตรงโป๊ะนั่นเอง เพื่อนๆ รีบเข้าพยุงแล้วร้องถาม "ไอ้ด่าง มึงเป็นอะไร เป็นลมหรือเปล่า" ไอ้ด่างยิ้มแหยๆ ตอบมาด้วยเสียงเหมือนคนจะสิ้นใจ "กูไม่เป็นไร เรื่องน้องเอาไว้วันหลังได้ป่าว วันนี้กูอยากกินเหล้า" เสียงโห่ฮาจากเพื่อนๆ ดังลั่นจนคนในโป๊ะและน้องๆ สามคนหันมามอง พวกเราพยุงไอ้ด่างขึ้นมา...วันนั้นที่ร้านม่านแดง พรานนก มีแต่เสียงหัวร่อเชิงเยาะเย้ยไอ้ด่าง ที่ยังทำปากเก่ง "ถ้าเป็นพวกมึง น้องเขายิ้มให้ยังงั้น ไม่เข่าอ่อนเหมือนกู กูยอมยกน้องสาวให้เลย" เออ มันมีน้องสาวกะเขาซะที่ไหน ปัจจุบันไอ้ด่างและน้องต่อก็แต่งงานและมีลูกกันไปแล้ว
*หมายเหตุ เรื่องนี้เขียนขึ้นมาเพราะเพิ่งได้เห็นอาการ "เขิน" ของคนๆ หนึ่งที่เขินถึงกับมุดลงไปกัดท่อไอเสียรถยนต์ ...ก่อนแก้เขินด้วยการฟาดไอติมไปอีกสองถ้วยติดๆ ..ฮา... |