|

ตอนอายุไม่กี่ขวบ เสียงเพลงจากวิทยุเครื่องใหญ่ของแม่แว่วมา หลานชายกำลังถอนผมคันให้ยาย ที่ลานดินหลังบ้าน ลมจากริมแม่น้ำท่าจีน ไม่อาจช่วยให้คลายร้อน ยายจึงเปลือยอกโทงเทง เหลือแต่โจงกระเบน ปล่อยมวยผม ให้เรือนผมสีเงินทั้งหัวยาวมาถึงสะเอว หลานก็ถอนผมคันไปเงียบๆ ยายก็พูดไปเรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล บางเรื่องก็เป็นตำนานไทย ตำนานจีน ตำนานชาววัง บางเรื่องก็เป็นเคล็ดความเชื่อของคนโบราณ ยายจะย้ำเรื่องเคล็ดความเชื่อบ่อยๆ ด้วยเห็นว่าหลานชายนี่หัวรั้นนัก เสียงเพลงจากวิทยุเครื่องใหญ่ของแม่แว่วมา เป็นเสียงร้อง นักร้องคนโปรดของแม่ "ในลักษณ์นี้ว่าน่าประหลาด เป็นเชื้อชาตินักรบกลั่นกล้า เหตุไฉนย่อท้อรอรา หรือจะกล้าแต่เพียงวาที เห็นแก้วแวววับที่จับจิต ใยไม่คิดอาจเอื้อมให้เต็มที่ เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี อันมณีหรือจะโลดไปถึงมือ * อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ ไม่ใช่ของตลาดที่อาจซื้อ หรือแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม ** ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดดวงบุปผชาตสะอาดหอม ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม จึงได้ออมโอบกลิ่นสุมาลี ยายได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุ ก็เริ่มเล่าตำนาน "ท้าวแสนปมกับพระเจ้าอู่ทอง" พระเจ้าไตรตรึงษ์ ทรงมีพระธิดาองค์หนึ่งมีสิริโฉมงดงามยิ่งนักนามว่า "อุษา" พระบิดาทรงรัก และหวงแหน พระธิดามาก จึงทรงสร้างปราสาทให้พระธิดาอยู่ต่างหาก จัดหาข้าราชบริพารคอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งในขณะเดินเล่นในสวนหลวงพระธิดานึกอยากเสวยมะเขือขึ้นมาทันที จึงสั่งพี่เลี้ยงไปนำมะเขือมาให้เสวยแต่พี่เลี้ยงก็หามะเขือไม่ได้สักผลเดียวในวัง จึงอาสาออกไปหามะเขือนอกพระราชวัง ใกล้ ๆ กับกำแพงพระราชวัง มีชายหนุ่มคนหนึ่งมีชื่อ "แสนปม" อาศัยอยู่ที่นั่น เขาถูกเรียกว่า "แสนปม" ก็เพราะว่าเนื้อตัวของเข้าเต็มไปด้วยปุ่มปมนับแสนนับพัน แต่ว่าเป็นคนขยันและร่าเริง เขาทำมาหากินด้วยการปลูกผักแล้วนำไปขายในตลาดในเมือง แสนปมปลูกผักต่างๆ ไว้มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเขือ แต่เขามีนิสัยแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่งคือชอบถ่ายปัสสาวะรดต้นมะเขือที่ปลูกนั้นแล้ว ก็ทำให้มันงอกงามได้อย่างแปลกประหลาดเสียด้วย ในขณะทำงานอยู่ในสวน พี่เลี้ยงของพระธิดาไปพบเข้าและขอซื้อมะเขือของเขา หลังจากได้มะเขือสมใจแล้วพี่เลี้ยงก็กลับเข้าสู่พระนครแล้วนำมะเขือที่ได้นั้นไปให้ห้องเครื่องปรุงมาถวาย แต่หลังจากเสวยมะเขือเข้าไปแล้ว พระธิดาก็ทรงครรภ์โดยมิได้สมสู่กับชายใดทั้งสิ้น เมื่อพระธิดาของพระองค์ประสูติพระโอรสแล้ว พระเจ้าไตรตรึงษ์มีพระประสงค์จะสืบหาบิดาของพระนัดดาของพระองค์ แต่ก็ต้องรอจนพระนัดดาเจริญวัยและคลานได้เสียก่อน ในเวลาต่อมา พระเจ้าไตรตรึงษ์ทรงรับสั่งให้ป่าวประกาศให้ทุกคนหาของมาถวายพระนัดดาของพระองค์ และทรงอธิฐานว่าผู้ใดก็ตามที่เป็นบิดาของกุมารนี้ เมื่อเขาถวายสิ่งใดแก่พระกุมารขอให้พระกุมารชอบสิ่งของของผู้นั้น ในคราวนั้นแสนปมก็ถูกเรียกให้เข้าร่วมในพิธีด้วย แต่เขาไม่มีอะไรที่จะถวายพระกุมารเลยนอกจากข้าวสุกเพียงก้อนหนึ่งในมือเท่านั้น แต่ก็น่าประหลาดที่พระกุมารชอบก้อนข้าวสุกของเขาเป็นพิเศษ เหตุการณ์นี้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั้งหลายในที่นั้น ทำให้พระองค์ละอายพระทัยและอัปยศอดสูยิ่งนัก จึงรับสั่งให้ลงโทษโดยให้นำพระธิดาและพระนัดดาไปลอยแพตามแม่น้ำพร้อมกับนายแสนปม แต่ทันทีที่แพลอยมาถึงไร่ของนายแสนปม พระอินทร์ทรงรู้เรื่องราวความทุกข์ยากของนายแสนปมด้วยความสงสารจึงปลอมตนเป็นลิง แล้วเอากลองสารพัดนึกมามอบให้นายแสนปมใบหนึ่งแล้วสั่งว่าหากปรารถนาสิ่งใดก็ให้ตีกลองใบนั้น แต่ให้ตั้งสัตย์อธิฐานได้เพียงสามครั้งเท่านั้นด้วยความปลื้มปิติอย่างยิ่ง นายแสนปมจึงตั้งอธิฐานขอให้ปมที่เกิดขึ้นทั่วตัวหายไป หลังจากตีกลองปมเหล่านั้นก็หายหมด เมื่อตีกลองครั้งที่สองก็ตั้งอธิษฐานขอให้มีบ้านเมืองครอบครอง และเมื่อตีครั้งที่สาม ก็ขอให้ได้เปลทองคำสำหรับบุตรชายของตนได้นอน และแล้วแสนปมก็ได้สิ่งปรารถนาทั้งสามประการนั้น และด้วยบุญญาธิการนี้ พระโอรสก็ได้บรรทมในเปลทองคำจึงได้นามว่า "อู่ทอง" แสนปมเองก็ได้เป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่า "เจ้าศิริชัยเชียงแสน" ครองเมืองที่เนรมิตขึ้นนั้นและตั้งชื่อเมืองว่า "เมืองเทพนคร" หลังจากสิ้นพระชนม์ลง เจ้าชายอู่ทองก็ขึ้นครองราชย์แทนและทรงปกครองอยู่เป็นเวลา ๖ ปีก่อนที่จะย้ายราชธานีไปอยู่ที่อยุธยา |
ตั้งแต่นั้นมาหลานชายก็ไม่กล้าไปปัสสาวะแถวๆ ต้นไม้ที่ปลูกไว้หลังบ้านอีกเลย ด้วยกลัวว่าเดี๋ยวจะมีใครต่อใครออกลูกเต็มไปหมด เอนทรีนี้มีที่มาบ้านคุณมะอึก จากคอมเม้นต์ที่ ๑๐ ของคุณลูกเสือหมายเลข ๙ http://www.oknation.net/blog/panakom/2008/02/29/entry-2 "เคยมีครูคนหนึ่งเขียนเฟรนชิพตอนเรียนจบมัธยมปลาย.. จำแม่นเลยครับ..(ไม่แน่ใจว่าใครประพันธ์) ครูเขียนว่า.. อันของสูงแม้ปองต้องจิต หากไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ" คนโทใส่น้ำยุให้คุณลูกเสือฯ ต่อยอดเอนทรีนั้น แต่นึกขึ้นได้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงโปรดของแม่ ร้องโดยนักร้องคนโปรดของแม่คือคุณมัณฑนา โมรากุล และยายก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง จึงขอบันทึกไว้เป็นบันทึกความทรงจำถึงยายและแม่ สำหรับวันเกิดปีนี้ที่เพิ่งพ้นผ่านไป ๒-๓ วัน สาส์นรัก จากเรื่องท้าวแสนปม พระราชนิพนธ์ โดย รัชกาลที่ ๖ ท้าวแสนปม คือ พระชินเสน โอรสท้าวศรีวิชัยผู้ครองเมืองศิริชัย เมื่อได้ข่าวว่า ธิดาเจ้าเมืองไตรตรึงษ์ มีพระสิริโฉมงดงามมาก จึงได้ปลอมตัวเอาฝุ่นเถ้าเขม่ามอมตัว เอารงแต้มให้เป็นปุ่มเป็นปม แล้วแฝงเข้าไปอยู่กับตาเฒ่าในสวนหลวง จนได้พบนาง จึงได้ถวายมะเขือที่จารึกคารมรักเป็นปริศนา (เป็น Love Letter ฉบับเก่าแก่เชียวนะนี่) ดังนี้ ๏ ในลักษณ์นั้นว่านิจจาเอ๋ย กระไรเลยหัวอกหมกไหม้ อกผ่าวราวสุมรุมไฟ ทำไฉนจะพ้นไฟราญ เสียแรงเกิดมาเป็นนักรบ เผ่าพงศ์ทรงภพมหาศาล สู้กรำลำบากยากนาน ยอมเป็นปมเป็นปานเปรอะไป ได้เห็นแก้วประเสริฐเลิศชม จะนิยมก้อนกรวดกระไรได้ เคยพบสาวฟ้าสุราลัย หรือจะใฝ่ในชาวปัถพิน โอ้แก้วแวววับช่างจับจิต จะใคร่ปิดปลดมาดังถวิล โอ้เอื้อมสุดหล้าดังฟ้าดิน จะได้สมดังจินต์ฉันใด ๚ นางอุษา ธิดาเจ้านครไตรตรึง ได้เขียนสาส์นรักตอบไปในใบพลูว่า .. ๏ ในลักษณ์นั้นหนาน่าประหลาด เป็นเชื้อชาตินักรบกลั่นกล้า เหตุไฉนย่อท้อรอรา ฤๅจะกล้าแต่เพียงวาที เห็นแก้วแวววับที่จับจิต ไยไม่คิดอาจเอื้อมให้เต็มที่ เมื่อไม่เอื้อมจะได้อย่างไรมี อันมณีหรือจะโลดไปถึงมือ อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ ไม่ใช่ของตลาดที่อาจซื้อ ฤๅแย่งยื้อถือได้โดยไม่ยอม ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง คงชวดพวงบุปผชาติสะอาดหอม ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินตอม จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี ๚
เรื่องและรูปได้ทำการเรียบเรียงและประดิษฐ์ใหม่จากข้อมูลในอินเตอร์เน็ต เพลงสาส์นรัก เป็นเพลงในละครเรื่อง "ท้าวแสนปม" คำร้อง พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน ขับร้องโดยคุณมัณฑนา โมรากุล กรุณาสนับสนุนสินค้าลิขสิทธิ์ถูกต้อง
|