| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||
พิมพ์หน้านี้
สารทเต้งเอี๊ยง (ขึ้นเก้าค่ำเดือนเก้า)เพิ่งผ่านพ้น หิมะหยุดตกแล้ว ความหนาวยะเยือกยังคงอยู่ครอบฟ้าคลุมดิน อารามบ้อเก๊กกวน (ไร้สิ้นสุด) ยังมีหิมะปกคลุม แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างวิหารยิ่งมีอาจลดความเย็นเยียบในใจของหลวงจีนหนุ่มที่นอนอยู่บนแคร่หน้าพระประธาน เบื้องหน้าพระประธานยังมีแถวของหลวงจีนอาวุโสอยู่เก้ารูป ท่านเจ้าอาวาสบู่ฮิ่ว ซึ่งมีรูปร่างสูงเพรียวสมกับฉายาเขาทะมึนเสียดฟ้า ยืนอยู่ตรงกลาง ขนาบซ้ายขวาด้วยแปดองครักษ์พิทักษ์ฟ้าดิน โป่ยจ้ำเทียนตี่ เบื้องหน้าของท่านคือร่างของหลวงจีนหนุ่มที่เคยมีหน้าตาคมคายรูปร่างสมส่วน หลวงจีนอั๊งเจ่กซิม (แดงใจเดียว) ผู้มีฉายาโง้วฮ่อเซียนซือ (หลวงจีน Hi5) จัดเป็นหลวงจีนที่มีฝีมือสูงสุดในบรรดาหลวงจีนรุ่นเดียวกัน ฉายาโง้วฮ่อได้มาเพราะเป็นเลิศทั้งฟังดี คิดดี ถามดี เขียนดี และหน้าตาดี แต่บัดนี้ผิวของอั๊งเจ่กซิมขาวซีด ทั้งร่างดูไร้พลัง แววตาไร้ประกาย ท่านเจ้าอาวาสบู่ฮิ่วทาบสองมือกับหน้าอกของหลวงจีนอั๊งเจ่กซิม ถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าสู่ร่างอึดใจหนึ่งแล้วชักมือกลับ พลางกล่าวว่า เจ่กซิม เจ้าบอกกล่าวมาให้ละเอียด ว่าเรื่องราวเป็นมาเช่นไร จึงเสียทีให้ผู้อื่นมาทำร้ายเจ้าได้ แถมยังหยิบฉวยคัมภีร์สำคัญไปด้วย อั๊งเจ่กซิม กล่าวด้วยน้ำเสียงของผู้สำนึกผิด เรียนท่านอาจารย์ ศิษย์จะขอเล่าอย่างละเอียด เมื่อครึ่งเดือนก่อนที่ท่านอาจารย์สั่งให้ศิษย์เดินทางเข้าไปที่แนเชี้ยงซัวจึง เพื่อนำสมุนไพรไปให้แก่บ๊กเกี้ยฮ้วงจิบ ขณะเดินทางกลับอารามศิษย์ได้ช่วยเหลือสตรีนางหนึ่งที่ถูกโคบ้าไล่ขวิด ก่อนจากกันนางได้มอบนกพิราบปวยเชยลี่ (บินพันลี้) ให้ศิษย์ นางบอกว่าเมื่อศิษย์เดินทางกลับถึงอารามให้ศิษย์เขียนหนังสือติดเท้าเจ้าบินพันลี้ นางจะมีของจะมอบให้เป็นการขอบคุณ ศิษย์ก็ทำตามนั้นเพียงเพื่อจะปล่อยนกคืนเจ้าของ หาได้ต้องการของใดตอบแทนไม่ นางได้ส่งเจ้าบินพันลี้กลับมาหาโดยมีม้วนผ้าเป็นเรื่องราวโย่วผูถวน (เสื่ออาสนะแห่งเลือดเนื้อ-เป็นโลกีย์นิยายอื้อฉาวของจีน) มาด้วย บู่ฮิ่วไต้ซือถามเสียงเรียบๆ เจ้าก็ดูโย่วผูถวนด้วยหรือ อั๊งเจ่กซิมหน้าแดงขึ้นเรื่อๆ พลางตอบ ศิษย์ผิดไปแล้ว หลังจากนั้นศิษย์กับนางก็ติดต่อกันทุกวันด้วยเจ้าบินพันลี้ จนกระทั่งเมื่อวานนี้นางขึ้นเขามาที่อาราม ศิษย์ไม่ทราบว่านางเข้ามาในที่พักของศิษย์ได้อย่างไร นางบอกว่าจะต้องเดินทางไปชายแดนอาจจะไม่ได้เจอกับศิษย์อีกจึงขอมาบอกอำลาด้วยตัวเอง ในระหว่างอยู่ที่ห้องพัก นางก็ชี้ชวนให้ศิษย์ดูสมุดภาพใต้หมอนที่นางนำติดตัวมาด้วย ศิษย์ปล่อยจิตไปกับราคะและได้ร่วมหลับนอนกับนาง แม้ท่วงท่าหยิบไฟข้ามกำแพงจุดเทียนไขกลับหัวก็ยังกระทำ เพ้ย มิต้องเล่าละเอียดขนาดนั้น บู่ฮิ่วไต้ซื้อตวาดเสียงลั่นวิหาร ยกโทษให้ศิษย์ด้วย ขณะที่จะเสร็จสมนั้นศิษย์รู้สึกว่ากำลังภายในของศิษย์ถ่ายเทไปที่นางอย่างที่ไม่สามารถรั้งดึงพลังไว้ได้ จากนั้นศิษย์ก็สิ้นสติไป เจ้ารู้ชื่อของนางหรือไม่ บู่ฮิ่วไต้ซือถาม นางเรียกตัวเองว่าเหยาเหยา แต่ศิษย์มิได้ถามชื่อแซ่ของนาง เจ้าบอกลักษณะโดยละเอียดของนางออกมาดู นางนั้นงามเหมือนไซซี ขาว สูง ใบหน้านาง หลวงจีนทั้ง 9 รูปมองหน้ากัน สีหน้าแววตาล้วนวิตก หลวงจีนที่อยู่ทางซ้ายมือกล่าวกับบู่ฮิ่วไต้ซือ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร นางมารร้ายนี้หายไปจากยุทธจักรเกือบยี่สิบปีแล้ว อั๊งเจ่กซิมมองท่านเจ้าอาวาสแล้วถาม ท่านอาจารย์ ศิษย์ดูแล้วนางไม่น่าจะมีอายุถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำไป บู่ฮิ่วไต้ซือส่ายหน้า พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล เจ่กซิม ถ้าอาจารย์เดาไม่ผิด เจ้าได้เสียทีให้กับนางมารร้ายที่สุดของยุทธจักรเมื่อสามสิบปีที่แล้ว หลังจากนางอาละวาดก่อเหตุเภทภัยแก่ยุทธจักรเกือบสิบปี ยอดฝีมือในยุทธจักรก็ร่วมมือกันจะกำจัดนาง แต่สุดท้ายนางก็หนีไปได้ทั้งๆ ที่บาดเจ็บปางตาย ฝีมือชั่วร้ายที่นางดูดพลังฝืมือของเจ้าไป เรียกว่า เทียนม้อซิ่งกง (ลมปราณมารฟ้า) เป็นอวิชชาตอนต่อบุปผา เพื่อให้นางรักษารูปร่างไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลง แล้วยังเพิ่มพูนพลังฝีมือของนางด้วย นับแต่นี้เจ้าไม่สามารถฟื้นฟูพลังฝีมือได้อีกแล้ว...เจ้าพลาดท่าเสียทีครั้งนี้ นี่เรียกว่าวีรบุรุษยากผ่านด่านหญิงงาม..เฮ่อ เสียเจ้าไปคนหนึ่งยังไม่นับเป็นอย่างไรได้ แต่บัดนี้ยุทธจักรจะประสบเภทภัยร้ายแรงเสียแล้ว ลมปราณมารฟ้าของนางเป็นแค่วิชาหนึ่งที่นางฝึกสำเร็จเท่านั้น ที่น่ากลัวกว่านั้นยังมีอีก เรียนถามท่านอาจารย์ นางยังมีวิชาฝืมือน่ากลัวกว่านี้อีกหรือ แล้วนางเรียกว่าอะไร นางตั้งฉายาตัวเองว่าซี่บ้อฮูหยิน (ฮูหยินสี่ไม่มี) คือ ไม่มีรัก ไม่มีปราณี ไม่มีน้ำตา ไม่มีใจ แต่ชาวบู๊ลิ้มกลับเรียกนางว่าบ้อซี้กุ้ย (นางมารไม่มียางอาย) เมื่อยี่สิบปีที่แล้วก็ไม่มีใครต่อกรกับนางได้ ถึงวันนี้ไม่รู้ว่านางมีพลังฝีมือเพิ่มขึ้นเพียงไหน นี่ยังไม่นับคัมภีร์ที่นางหยิบฉวยไป...แสดงว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา นางสืบเสาะตลอดเวลาจนรู้ว่าคัมภีร์ที่ยอดฝีมือยุทธจักรซุกซ่อนไว้ที่แท้อยู่ที่อารามของเราและเจ้าเป็นผู้เฝ้าหอคัมภีร์ จึงทำอุบายตั้งแต่ตอนที่เจ้าไปแนเชี้ยงซัวจึง อาจารย์ ก่อนที่ศิษย์จะต้องไปกักตัวพินิจกรรมในถ้ำตามกฎของอาราม ศิษย์ขอทราบนามของนางด้วย นางมารสะท้านนรกนี้เรียกว่า ม่อเหยาซิง (ยังมีต่อ)
*เขาทะมึนเสียดฟ้า (Blue Hill) *แนเชี้ยงซัวจึง (หมู่ตึกเนชั่น) *บ๊กเกี้ยฮ้วงจิบ (ชุมนุมบล็อกเกอร์) ที่คนโทใส่น้ำเขาเคยเป็นบ๊กเกี้ยออฟเดอะเยียร์ไง เคี้ยกๆ (ภาพและเพลงจากอินเตอร์เน็ต) |