จันทร์เพ็ญแขวนดวงสวยบนฟ้า
มีแต่คืนวันเพ็ญจึงเห็นกระต่าย
กระต่ายที่อยู่บนดวงจันทร์
แต่คืนนี้คิ้มตอเช้ง (พิณมากน้ำใจ) เห็นกระต่ายอยู่บนทางเดิน
เป็นกระต่ายตายตัวหนึ่ง
มันก้มลงหยิบซากกระต่าย และมุ่งหน้าเดินต่อไป
เสียงพสุธาสะเทือนอยู่ด้านหลัง
ชั่วอึดใจเสียงอาชาคำรามก็มาอยู่เบื้องหลังคิ้มตอเช้ง
ท่านสบาย? คิ้มตอเช้งมิต้องหันไปดู ก็ร้องถามผู้ขับขี่อาชา
ยังดีอยู่ กลับเป็นสุ้มเสียงไพเราะราวระฆังเงิน
บนหลังเจ้า เฮ็กปวยลุ้ย (นิลอสุนี) อาชาที่ยอดฝีมือทุกคนรู้จักย่อมนั่งไว้ด้วยเจ้านายของมัน
เซียวงึ่นเจ็ง (ระฆังเงินใบน้อย) สวมอาภรณ์เกล้าผมดั่งชายชาตรี บังคับเจ้านิลอสุนีเหยาะย่างเคียงคู่กับคิ้มตอเช้ง
ทั้งสองเป็นยอดฝีมือรุ่นใหม่ที่บู๊ลิ้มขนานนามคู่กันเป็น งึ่นเจ็งกิมคิ้ม (ระฆังเงินพิณทอง)
คิ้มตอเช้งใช้เพลงพิณพิสดารสร้างชื่อ ยังมีกระบี่ที่ซ่อนในกิมเจี่ยวบ๊วย (ทองหางไหม้- พิณหางไหม้มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน) ยังมิมียอดฝีมือใดกล้าดูแคลน
เซียวงึ่นเจ็งกลับสำเร็จทั้งกำลังภายนอกและกำลังภายใน รูปร่างสูงใหญ่ของนางยามเมื่อถือแส้ซิมเปียง (แส้ใจ) อันธพาลบู๊ลิ้มยังตัวสั่นงันงก
เพียงแต่ผู้ใดพบเห็นยอดฝีมือทั้งสองกลับงงงวยมิน้อย
บุรุษหนุ่มคิ้มตอเช้งปล่อยผมยาวสลวยราวเทพธิดา
เซียวงึ่นเจ็งกลับมวยผมเป็นชายชาตรีขี่อาชาท่องทะยาน
***นิยายจีนตอนนี้ยังไม่จบ
แต่ฟังว่าในแนเชี้ยงซัวจึง กลับมีพิณมากน้ำใจอยู่ผู้หนึ่ง แล้วยังมีระฆังเงินใบน้อยที่ชมชอบท่องทะยานหน้าบานต้านลมบนหลังอาชาอยู่ผู้หนึ่ง...พวกเขาเป็นใคร?