ฟ้าหม่นยิ่งกว่าหม่น
อากาศหนาวยิ่งกว่าหนาว
หมอกหนาหนักจนท่านมิเห็นลายมือตัวเอง
เซียวงึ่นเจ็ง (ระฆังเงิน) พักรักษาตัวอยู่ที่อารามบ้อเก๊กกวน
บู่ฮิ่วไต้ซือ โฮ้วเกานั้ง (เสือตัวที่เก้า) และก๊วยไต้ลุ้ย (เจ้าพายุ ไร้วิญญาณไร้เงา) เมื่อเห็นว่าเซียวงึ่นเจ็งอาการดีขึ้น ก็ออกจากอารามไปพร้อมกันตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อน
วันนี้พวกท่านทั้งสามมาถึงสำนักสาขาของน้ำไฮ้แกจึง (หมู่บ้านอักษรทะเลใต้)
สมุนบริวารของสำนักตั้งค่ายพยุหน้ำไฮ้เกาจือ (เก้าอักษรล้อมดาว) กักล้อมทั้งสามอยู่ในลานฝึกฝีมือ
พวกท่านไปเรียกแกจู๊ออกมาสนทนากับเราดีกว่า ก๊วยไต้ลุ้ยเอ่ยอย่างมีอารมณ์
แกจู๊พวกเราไม่อยู่ ขอเชิญท่านทั้งสามกลับมาใหม่เมื่อแกจู๊กลับมา ผู้กล่าวคล้ายเป็นหัวหน้าบริวาร ฉายาโกยซีหมี่ (หมี่กรอบหน้าไก่)
อย่างนั้นท่านให้ม่อเหยาซิงออกมาหาพวกเรา ก๊วยไต้ลุ้ยกล่าว
พวกเราไม่รู้จักนางม่ออะไรนั่น พวกท่านคงมาผิดที่ผิดทาง
น่ำไฮ้แกจึงเป็นค่ายสำนักมาตรฐานฝ่ายธรรมะ บัดนี้ไฉนไปร่วมมือกับนางมารเสียได้ โฮ้วเกานั้งกล่าวแทรกขึ้น หากไม่มอบตัวนางออกมา พวกเราจะบุกค้นหาเองแล้ว
ขออภัยที่มีอาจน้อมสนอง โกยซีหมี่กล่าวจบ ชักดาบจากเอวฟันใส่โฮ้วเกานั่งทันที บริวารอื่นนอกจากพวกที่อยู่ในค่ายกลสอดแทรกเข้ามาฟาดฟันอาวุธใส่บู่ฮิ่วไต้ซือกับก๊วยไต้ลุ้ยด้วย
ก๊วยไต้ลุ้ยหมุนซ้ายพลิกขวาใช้กระบวนท่าไร้วิญญาณไร้เงา โค่นบริวารที่บุกเข้ามาล่าถอยไปสิ้น
บู่ฮิ่วไต้ซือใช้ไม้เท้าธรรมในกระบวนท่ากวนอูกวาดทั้งกองทัพคราเดียวค่ายพยุหะก็แตกกระเจิง
โฮ้วเกานั้งนั้นเป็นยอดฝีมืออาวุโสตั้งแต่ครั้งไล่ล่านางมาร ไหนเลยโกยซีหมี่จะต้านทานได้ ขณะโฮ้วเกานั้งจะสยบหัวหน้าบริวารน้ำไฮ้แกจึง พลันมีเสียงลมพุ่งมาถึงตัว โฮ้วเกานั้งพลันลอยตัวหลบหลีก พลิกตัวกลางอากาศห่างไปสามเชียะลงยืนบนพื้นอย่างนุ่มนวล
ก๊วยไต้ลุ้ย แค่นเสียง เฮอะ ม่อเหยาซิง ท่านเป็นผู้คนหรือไม่ ทำร้ายทั้งหลวงจีนและบุตรตัวเอง ถ้าสำนึกผิดก็มอบคัมภีร์คืนมาแล้วกักตัวพินิจกรรมที่อารามบ้อเก๊กกวนเป็นอย่างไร
เด็กน้อย ตอนที่ข้าอาละวาดทั้งแผ่นดิน เจ้ายังคงดูดนมมารดาอยู่กระมัง ที่นี่ไม่มีที่ให้เจ้าเอ่ยปาก
ใยต้องเป็นเช่นนี้ ประสกแซ่ม่อ บุญคุณความแค้นฐานทำร้ายร้ายศิษย์ไม่พูดถึง ประสกโปรดเห็นแก่ความสุขสงบของยุทธภพ บู่ฮิ่วไต้ซือเกลี้ยกล่อมนางมาร
ถ้าข้ายิ่งใหญ่ที่สุด ยุทธภาพย่อมสงบเอง ผู้ใดเก่งกว่าข้าก็ครองยุทธภพไป หลวงจีนเฒ่าด้วยพลังฝีมือของท่าน ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าสยบข้าได้หรือไม่ อีกทั้งท่านยังไม่รู้ว่าข้าสำเร็จวิชาในคัมภีร์ไปมากน้อยแค่ไหน
ท่านมีฝีมือแต่ไร้คุณธรรม ไร้จริยธรรม ต่อให้ท่านโค่นทุกคนได้ ฟ้าดินก็ไม่ยอมรับท่าน ก๊วยไต้ลุ้ยตวาดลั่น
เฮอะ พวกท่านคิดว่าข้าไม่ทราบว่ามีวิชาที่แปดในคัมภีร์หรือ ข้าได้ไขปริศนาในคัมภีร์แล้ว วันนี้จะได้ใช้พวกท่านที่เป็นยอดฝีมือลองวิชาดู รับมือ
ม่อเหยาซิงพุ่งใส่ก๊วยไต้ลุ้ยที่ฝีมือด้อยที่สุดในพวกทั้งสาม ก๊วยไต้ลุ้ยเตรียมพร้อมอยู่แล้วเกร็งลมปราณต้านปะทะตรงๆ แต่พลังการฝึกปรือนั้นด้อยกว่านางมารมาก
ก๊วยไต้ลุ้ยถูกกระแทกจนปลิวไปเกือบสิบเชียะ ล้มลงกับพื้น กระอักโลหิตออกมา
โฮ้วเกานั้งกระโดดเข้าขวางเกรงว่าม่อเหยาซิงจะซ้ำเติมก๊วยไต้ลุ้ย มิคาดนางมารกลับพลิกร่างเล็กน้อยฝ่ามือของนางก็ประทับทรวงอกบู่ฮิ่วไต้ซือ ฝ่ามือยังไม่ทันถึงนางกลับเผชิญแรงสะท้อน วิชาฝีมือเทียนม้อซิ่งกง (ลมปราณมารฟ้า) ของนางกลับพบแต่ความว่างเปล่า
ชั่วพริบตาในมือนางกลับมีขลุ่ยกวาดฟาดมาที่เอวบู่ฮิ่วไต้ซือ ไม้เท้าธรรมถูกยกขึ้นต้าน ทั้งสองต่างฝ่ายต่างสะดุ้งถอยหลังไปฝ่ายละสามก้าว
โฮ้วเกานั้งไม่รอให้นางมารได้เร่งลมปราณ พุ่งเข้ามา มือขวาเป็นกระบวนท่าพยัคฆ์ตะปบฟ้า มือซ้ายเกร็งลมปราณเตรียมใช้พลังพยัคฆ์คำรณ ม่อเหยาซิงพลันหมุนร่างวนเป็นดั่งพายุ หลีกหนีจากโฮ้วเก่านั้งและฟาดใส่บู่ฮิ่วไต้ซือหนึ่งฝ่ามือ บู่ฮิ่วยกฝ่ามือต้าน ร่างถอยไปอีกสามก้าว ร่างพายุหมุนเข้าหาโฮ้วเกานั้งที่ลอยตัวขึ้นพลิกตัวกลางอากาศหลบและฟาดพลังพยัคฆ์คำรณเข้าใส่กลางพายุ
ม่อเหยาซิงหยุดหมุนร่างถอยไปสองก้าว กลับมีเงาร่างของก๊วยไต้ลุ้ยฟาดฝ่ามือมาทางซ้าย นางหลบหลีกมาทางขวา ก๊วยไต้ลุ้ยก็โผล่มาทางขวาฟาดฝ่ามือใส่นางทางขวา นี่คือกระบวนท่าสุดท้ายของวิชาไร้วิญญาณไร้เงาของก๊วยไต้ลุ้ย
มิคาดนางมารหมุนตัวยกเท้ากวาดเข้าใส่เอวก๊วยไต้ลุ้ย จนปลิวไปอีกครั้ง
บู่ฮิ่วไต้ซือกลับมายืนเคียงคู่กับโฮ้วเกานั้ง ขวางระหว่างก๊วยไต้ลุ้ยกับม่อเหยาซิง
ข้าจะใช้เคล็ดวิชาที่แปดในคัมภีร์สังหารพวกเจ้าให้สิ้น กล่าวจบเสื้อผ้าของม่อเหยาซิงสะพัดพลิ้วเบ่งพอง ผิวกายของนางแดงขึ้น แดงขึ้น ฝ่ามือแดงเหมือนไฟ ขณะลมปราณขึ้นถึงขีดสูงสุด หิมะถูกดูดขึ้นหมุนวนรอบตัวแล้วพลันละลายเป็นน้ำหยดหยาดอยู่รอบกาย พลังฝีมือนี้นับว่าน่าสะท้านฟ้าดินจริงๆ นางฟาดฝ่ามือซ้ายขวาออกไปยังบู่ฮิ่วไต้ซือโฮ้วเกานั้ง ทั้งสองเบี่ยงตัวแยกซ้ายขวาไม่กล้าปะทะตรง มือซ้ายทาบทรวงอกป้องกันตัว มือขวาต่างฟาดใส่นางมาร
เสียงดังสะท้านทั่วบริเวณ นางมารยืนแน่นิ่ง ฉับพลันมือเนียนขาวของนางกลับกลายเป็นด่างดำเหี่ยวย่น ผ้าคลุมหน้าที่ปลิวหายไปเปิดให้เห็นดวงหน้าของหญิงชราเนื้อหนังเหี่ยวย่น ผมเผ้ากลับกลายเป็นหงอกขาว
ม่อเหยาซิงร้องเสียงแหบโหย ไฉนเป็นเช่นนี้ ไฉนเป็นเช่นนี้
[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]=[]
หลายปีให้หลัง
ก๊วยไต้ลุ้ยที่ได้รับมอบหมายให้นำคัมภีร์ไปเก็บรักษาที่เสี้ยวลิ้มยี่และได้รับอนุญาตให้ศึกษาคัมภีร์ ได้เข้ารายงานต่อเจ้าอาวาสเสี้ยวลิ้มยี่ บู่ฮิ่วไต้ซือ โฮ้วเกานั้ง
นอกจากเพลงขลุ่ยปลิดวิญญาณ หัตถ์เมฆา เมฆเหินพลิ้ว ดรรชนีวชิระ ม่านฟ้าบรรจบดิน ดาบวารี กระบี่บรรพต ทั้งเจ็ดแล้ว ในบันทึกท้ายบทที่แปดมีปริศนาให้ค้นหาเคล็ดคำในวิชาทั้งเจ็ดให้ได้ห้าคำ เพื่อตรวจสอบตัวเองก่อนจะฝึกวิชาในบทที่แปด หากคุณสมบัติครบเมื่อใช้เคล็ดวิชา กิมตี้เทียนเซี้ยง พลังจะเป็นสีทองฟ้าจบดิน คาดว่าม่อเหยาซิงมีคุณสมบัติเพียงหนึ่งในห้าจึงประสบเหตุธาตุไฟเข้าแทรก
โฮ้วเกานั้งถามก๊วยไต้ลุ้ยว่า นั่นเป็นห้าคุณสมบัติใด ม่อเหยาซิงมีคุณสมบัติข้อใด
ก๊วยไต้ลุ้ยตอบว่า ม่อเหยาซิงมีเพียงปัญญา คุณสมบัติอื่นนางไม่ยังไม่คู่ควร ห้าข้อนั่นคือ...