กีฬาโบว์ลิ่งมีมานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยกรุงทรอย (เคยดูหนังเรื่อง Troy มั้ยล่ะ) ต่อมามีการนำมาเผยแพร่ในเมืองไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น คนไทยจึงเรียกกีฬาชนิดนี้ว่า "ทรอยแก่น" ต่อมาคำมันกร่อนเหลือ "ทอยแก่น"
อิอิ ....ใครเชื่อที่คนโทโม้เป็นคุ้งเป็นแควก็บ้าแล้ว อยากรู้ประวัติไปหากันเองในอินเตอร์เน็ตเถิดนะ..อิอิ
คนโทก็เล่นโบว์ลิ่งเป็นตอนมาเรียน ปวช.ที่กรุงเทพฯ นี่แหละ เพื่อนที่เป็นคนสอนก็เป็นคนเดียวกับที่สอนให้เล่นสนุ้กเกอร์ จนโดนสารวัตรนักเรียนจับยัดห้องขังไป 1 วันนั่นแหละ...เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนตายจริงๆ...คือเพิ่งตายไปได้สัก 3-4 ปีแล้วล่ะ
เคยเล่นโบว์ลิ่งเป็นล่ำเป็นสันก็หลายปีมาแล้ว เล่นทุกอาทิตย์ๆ ละ 2-3 ครั้ง แต่โบว์ลิ่งสถานปัจจุบันนี้บริการไม่เหมือนเก่าทำให้ห่างๆ ไป จากสกอร์ที่เคยได้ 200 ขึ้น เดี๋ยวนี้ 150 ก็หืดจับแล้ว
พูดถึงบริการที่แย่ลงของผู้ให้บริการ ก็คือสมัยนี้โยนเป็นโยนไม่เป็นมีกะตังค์เขาก็ให้เล่นหมด จะเสียงดังจะแซงคิวโยนก็ไม่มีใครว่า มันน่าหงุดหงิดนัก สมัยก่อนพนักงานจะคอยมาสอนวิธีการโยน คอยมาเตือนกฎกติกามารยาท ทำให้โยนสนุก ได้เพื่อนหลายคนก็ที่โบว์ลิ่งนี่แหละ แต่ระยะหลังจะได้ศัตรูซะมากกว่า
เมื่ออาทิตย์ก่อนไปโยนที่เอสเอฟ เดอะมอลล์บางแค เลนข้างๆ มากันพ่อ แม่ ลูก แม่นั่งเชียร์ลูกสาว (8-9 ขวบ) ที่โยนกะพ่อ ปรากฎว่าพ่อโยนดี แต่ลูกสาวโยนไม่ได้ พ่อก็เฉยๆ ไม่สอน ไม่ยิ้ม ไม่ให้กำลังใจ ลูกสาวโยนไปก็หน้างอไป สุดท้ายน้ำตาไหลพรากๆ เออ...จะเอาลูกมาทรมานจิตใจทำไมเนี่ย
สุดท้ายคนโทก็อดไป ส.ใส่เกือก กะเขาไม่ได้ ต้องไปบอกน้องหนูว่าโยนดีนี่นะ ถ้ายืนตัวตรงๆ เล็งไปตรงจุดกลางๆ น่าจะได้แต้มเยอะนะ ปรากฎว่าน้องเขาบังเอิญโยนได้ตามนั้น ก็ได้ครั้งละ 5-6 แต้ม รอยยิ้มก็ปรากฎบนใบหน้าน้องหนู รวมถึงคุณแม่ด้วย แต่คุณพ่อยังเป็นเสือยิ้มยากเหมือนเดิม
ตอนเขาเลิกไปก่อน คุณแม่แวะขอบคุณที่ให้กำลังใจลูกสาวเขา เราก็บอกว่าเห็นแล้วสงสารแสดงว่าน้องหนูคงเป็นเด็กที่ตั้งอกตั้งใจ เวลาทำอะไรไม่ได้หรือได้ไม่ดีก็จะเสียใจ คุณแม่บอกว่า แหม ทายแม่นยังกะตาเห็น
ก็แน่ละสิ คนโทเคยพาจิ๊กโก๋ประจำบ้านไปโยนมาแล้ว อาการเดียวกันเลย เราก็ต้องทำให้เขาสนุก ให้ชอบโยนก่อน อย่าเพิ่งไปจริงจังกับแต้มมากนัก ลองดูที่ถ่ายวิดีโอไว้ตอนหัดโยนได้สักสองสามครั้งสิ ...คึกเชียว
ผมคัดลอกเรื่องการโยนโบว์มาจากบ้านบล็อกเกอร์มีนามาให้ศึกษาด้วย
กฎ กติกา มารยาทในการเล่นโบว์ลิ่ง
ไม่เหยียบเส้นฟาล์ว เพราะจะทำให้เสียคะแนน (เวลาแข่ง) ไม่โยนบอลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ผู้เล่นในเลนข้างๆ ขาดสมาธิ ควรให้ผู้เล่นทางขวามือเป็นผู้โยนบอลก่อนเสมอ ไม่โยนบอลขึ้นสูงแล้วทุ่มลง เพราะจะทำให้เกิดเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่น นอกจากนั้นแล้วยังทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางของลูกเพื่อทำคะแนนได้ ไม่นำเครื่องดื่มขึ้นบนบริเวณเลน เพราะถ้าเครื่องดื่มหกจะทำให้พื้นรองเท้าโบว์ลิ่งสะดุด ทำให้วิ่งโยนลูกไม่ได้ ไม่ยืนเกะกะ เมื่อยังไม่ถึงเวลาโยน ไม่ทดลองแกว่งลูกเล่นขณะคอยโยน เพราะลูกอาจไปกระแทกผู้ที่เดินมาข้างหลัง เมื่อโยนเสร็จแล้ว ไม่ควรยืนค้างอยู่บนบริเวณเลน ควรกลับลงมาที่โต๊ะเพื่อเปิดโอกาสให้เลนข้างๆ ขึ้นยืน เพื่อทำการโยนลูกต่อไป การเชียร์ก็กระทำพอประมาณ อย่าคุยโตใช้เสียงเอะอะ พึงใช้ให้วาจาสุภาพ อย่าฝืนเล่นต่อไปหากเจ็บนิ้วมือหรือเจ็บที่เท้า หรือก้าวเท้าไม่ออกเพราะเหนื่อยจนเกินไป หัดเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬาและวางกิริยาท่าทางให้สุภาพ พยายามทำให้ตนเองเป็นคนอารมณ์เย็นสุขุม อย่าเย้ยหยันเพื่อนร่วมทีมหรือคู่ต่อสู้ อย่าอารมณ์เสียง่าย จำไว้ว่า วาจาสุภาพและใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นเครื่องประกอบอย่างดีในการเล่นโบว์ลิ่ง อุปกรณ์โบว์ลิ่งที่สำคัญ
รองเท้าโบว์ลิ่ง เป็นรองเท้าเฉพาะในการเล่น จะใช้รองเท้าอื่นใส่แทนไม่ได้ ทุกแห่งจะมีให้เช่าในอัตราที่แตกต่างกันไป เลือกเบอร์ให้เหมาะกับเท้า อย่าคับจนเกินไป
ลูกโบว์ลิ่ง เป็นลูกกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 27 นิ้ว มีน้ำหนักตั้งแต่ 6 ปอนด์ถึง 16 ปอนด์ มีให้บริการฟรี ไม่ต้องเช่า โดยจะมีหมายเลขน้ำหนักกำกับไว้ที่ลูก การเลือกลูกโบว์ลิ่งให้เหมาะสมกับตัวเอง
โดยปกติแล้ว น้ำหนักลูกที่พอเหมาะจะใช้สูตร น้ำหนักตัว * 0.2 = น้ำหนักลูกที่เหมาะสม เช่น น้ำหนักตัว 50 * 0.2 = 10 ดังนั้น ให้เลือกใช้ลูกขนาด 10 ปอนด์ ลูกโบว์ลิ่งจะมีรูอยู่ 3 รู ให้ลองเอานิ้วสวมให้พอดี รูแรกให้เอานิ้วหัวแม่มือใส่ดู ส่วนอีก 2 รูคู่กันนั้น ให้เอานิ้วกลางกับนิ้วนางสวมดู ลองหยิบลูกขึ้นมาแกว่งไปมา 2-3 ครั้ง ให้น้ำหนักพอดีอย่าเบาหรือหนักเกินไป การจับลูกเหมาะมือเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมทิศทางของลูก ถ้าจับลูกพอดีมือคุณจะโยนลูกตรง โค้งมาก โค้งน้อย ได้ง่าย โดยเปลี่ยนทิศของนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น
อย่าเริ่มเล่นโบว์ลิ่งทันทีทันใด
ให้นั่งยองๆ งอเข่าเพื่อทำให้กล้ามเนื้อเข่าหย่อนเล็กน้อยแล้วจะช่วยให้การใช้เท้าคล่องตัวขึ้น การผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขนและไหล่ จะทำได้โดยการทดลองแกว่งแขนพร้อมด้วยลูกโบว์ลิ่งแต่อย่าโยน เพียงแกว่งแขนไปมา 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยหย่อนความตึงของกล้ามแขน การทำสองวิธีนี้จะใช้เวลาไม่กี่วินาที จะทำให้การเตรียมตัวโยนพร้อมเพรียงยิ่งขึ้น จะหาจุดเริ่มต้นอย่างไรดี?
ผู้หัดเล่นโบว์ลิ่งมือใหม่ส่วนมากไม่ทราบว่าควรจะยืนห่างจากจุดโยน (เส้นฟาล์ว) สักเท่าใด เพราะบางครั้งเดินมาถึงจุดโยนแล้วระยะก้าวผิด จึงรีบโยนลูกอย่างฉับพลัน ทำให้โยนได้ไม่ดี ข้อแรก ต้องกำหนดไว้เสียก่อนว่าจะก้าวเท้ากี่ก้าว และจะต้องก้าวเช่นนั้นอย่างสม่ำเสมอ (การเดินแบบ 4 ก้าวเป็นแบบที่นิยม) ต่อไปให้ยืนที่จุดโยนแล้วทดลองก้าวกลับมา 4 ก้าว เดินไปยังจุดยืน บวกด้วยระยะไสเท้ากับอีก 6 ถึง 8 นิ้ว แล้วหมุนตัวกลับ จุดนี้คือจุดที่คุณควรเริ่มต้นในการยืนถือลูกไปโยน สิ่งที่สำคัญก็คือ ถือลูกในลักษณะธรรมชาติอย่างสบายๆ และมีการทรงตัวดี น้ำหนักตัวควรอยู่ระหว่างเท้าทั้งสองและถือลูกอยู่ข้างหน้าลำตัว คุณอาจจะถือลูกสูงหรือต่ำตามถนัดก็ได้
เล็งที่จุดหรือพินดี
เมื่อขึ้นไปยืนบนแอพโพรซ จะเห็นว่าบนเลนนับจากเส้นฟาล์วไป 6 ฟุต จะมีเครื่องหมายจุดวงกลมสีดำอยู่ 10 จุด และจากจุดดำไปอีก 6 ฟุต จะมีเครื่องหมายลูกศร ที่เรียกว่า Arrow อยู่อีก 9 จุด การเล็งที่ดี ควรจะเล็งที่จุดสีดำหรือที่ Arrow โดยปล่อยลูกให้วิ่งผ่านจุดที่เล็งไว้ แล้วลูกจะวิ่งเข้าพ็อกเก็ต (ระหว่างพิน 1 และ 3) ท่ายืนเป็นเรื่องสำคัญ
เกี่ยวกับการยืน ผู้หัดเล่นมือใหม่ส่วนมากไม่เข้าใจ เนื่องจากไม่มีการเคลื่อนไหวจนกว่าจะเริ่มส่งลูกไปข้างหน้า (pushaway) ดังนั้น จึงมักนึกเอาเองว่าจะยืนท่าใดก็ได้ ไม่เห็นความจำเป็นจนกว่าจะโยนลูก การยืนไม่ถูกท่าจะทำให้การเริ่มแกว่งแขนผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว และการยืนฝืนท่าก็มีผลทำให้ก้าวเท้าผิดเช่นเดียวกัน ถ้าหากเริ่มเดินโดยเสียหลัก การโยนลูกก็จะผิดเป้าหมายหรือคลาดเคลื่อนไป หลักการยืนที่สำคัญก็คือ ให้ยืนตามสบายด้วยการทรงตัวที่ดี และถือลูกอยู่ทางหน้าตามถนัดด้วยการรับน้ำหนักของเท้าทั้งสองข้าง และจะต้องเปิดโอกาสให้แกว่งแขนสะดวกและง่าย ต้องแน่ใจว่าการยืนนั้นมีการทรงตัวที่มั่นคงก่อนที่จะเริ่มต้นก้าวออก ให้ยืนด้วยเท้าซ้ายล้ำหน้าเท้าขวาทุกครั้ง เมื่อยืนด้วยวิธีนี้แล้วธรรมชาติจะให้คุณก้าวเท้าออกด้วยขวาเสมอเพราะสัญชาตญาณของมนุษย์จะต้องลากเท้าหลังออกมาข้างหน้าก่อนเสมอ เป็นไปไม่ได้ที่จะออกด้วยเท้าที่ล้ำหน้ากว่า เพราะขัดต่อธรรมชาติ
การแกว่งแขน
ต้องแกว่งแขนให้สัมพันธ์กับการก้าวเท้า คือจะต้องส่งลูกไปทางหน้าแล้วแกว่งแขนในขณะที่เดินมาโยน มิใช่เดินถือลูกมาเฉยๆ แล้วมาเหวี่ยงหรือโยนที่เส้นฟาล์ว แล้วปล่อยลูกโดยใช้นิ้วมือเกี่ยวเพื่อให้ลูกปั่นและเลี้ยวปลายและทิ้งแขนขวาให้ชี้ลงไปที่เส้นฟาล์วแล้วค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ (อย่ากระตุกมือ) เมื่อปล่อยลูกให้ก้มตัวเล็กน้อยที่เส้นฟาล์ว ท่าโยนลูกโบว์ลิ่งที่สวยงามและถูกต้อง จะประกอบด้วย
ถ้าเท้าซ้ายชี้ตรงไปทางเป้าหมาย ลำตัวจะต้องหันไปทางนั้น คุณจะอยู่ในลักษณะและทิศทางที่ดี ถ้าสะโพกและไหล่ทั้งสองขนานกับเป้าหมาย ถ้าหากคุณหยุดและทรงตัวได้มั่นคงที่เส้นฟาล์ว นั่นหมายถึงว่าจังหวะของคุณดี ถ้าเข่าซ้ายของคุณงอและลำตัวเหนือเอวเอนต่ำไปข้างหน้า จะทำให้การปล่อยลูกเป็นไปอย่างถูกต้อง และข้อนี้หมายถึงการฟลอโลว์ธรู (Follow Through) ปล่อยลูกตกตรงไหนจึงจะถูก
ตามปกติผู้เล่นควรจะโยนลูกให้ตกเลยเส้นฟาล์วก็พอ หรือควรจะโยนให้เลยออกไปตกห่างเส้นฟาล์วประมาณ 3-4 ฟุต วิธีการโยนลูกได้แรง
แกว่งลูกไปทางหลังให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยง เมื่อแกว่งลูกมีความโค้งมากเท่าใด ความแรงของลูกก็จะเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น แต่อย่าฝืนแกว่งไปทางหลังมากเกินไป ตรงกันข้ามถือลูกโดยยกให้สูงขึ้น ณ จุดยืน จะช่วยเพิ่มกำลังแกว่งลูกไปทางหลังได้มากกว่า และการแกว่งก็เป็นไปโดยธรรมชาติ เพิ่มการก้าวเท้าเป็น 5 หรือ 6 ก้าว การเพิ่มการก้าวเท้าเป็นการเพิ่มความเร็วในการใช้เท้า และเพิ่มแรงส่งในการโยนลูก อะไรเป็นเหตุให้ลูกหลุดมือ?
ให้ตรวจดูเหงื่อบนมือที่ถือลูกและนิ้วมือ เหงื่อนี้มีน้ำมันจากร่างกายซึ่งอาจทำให้การจับลูกไม่แน่นมือพอ ดังนั้น ควรล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนเล่นโบว์ลิ่งทุกครั้ง และรักษานิ้วและมือให้แห้งเสมอในระหว่างการเล่นตลอดเกมส์ ทำอย่างไรจึงจะไม่เหยียบเส้นฟาล์ว
ในการเล่นโบว์ลิ่งมีเส้นซึ่งถือเป็นเส้นฟาล์ว หากผู้เล่นคนใดเดินข้ามหรือเหยียบเส้นนี้ การโยนลูกครั้งนั้นจะไม่มีการนับคะแนน วิธีที่ถูกต้อง ไม่ใช่คอยจ้องดูเส้นฟาล์ว แต่ควรจะหัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยการเดินบนแอพโพรช (Approach) หรือที่บ้าน โดยไม่ต้องถือลูกจนกระทั่งการใช้เท้าคล่องตัว เมื่อไสเท้าไปแล้วจะหยุดที่จุดเดียวกันทุกครั้ง โดยห่างไม่เกินนิ้ว เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เหยียบเส้นฟาล์ว นิ้วหัวแม่มือลึกลงไปในรูเพียงใด?
โดยทั่วไป นิ้วหัวแม่มือควรจะหลวมกับรูที่เจาะเพื่อความสบาย จึงไม่ต้องคำนึงถึงว่ารูจะลึกมากน้อยเพียงใด ข้อสำคัญมีว่าให้นิ้วหัวแม่มือลื่นเข้าออกรูที่เจาะได้โดยสะดวกสบายเท่านั้น ทำไมต้องกางแขนข้างซ้าย
เพราะแขนซ้ายช่วยในการถ่วงการทรงตัว ไม่ทำให้คุณเดินเซหรือเฉไปในขณะที่ก้าวเท้า ซึ่งมีผลต่อการทำแต้ม ทำอย่างไรถึงจะโยนลูกได้แม่นยำ
อย่าฝืนการแกว่งแขนหรือออกแรงมากเป็นพิเศษ ให้หัดโยนลูกด้วยการเคลื่อนไหวตามปกติ หัดแกว่งแขนให้ถูกจังหวะกับการใช้เท้า (ก้าวเท้า) ซึ่งจะช่วยให้โยนลูกได้ผลสม่ำเสมอ ถ้าโยนลูกสไตรค์ได้ครั้งหนึ่งก็จะทำสไตรค์ได้ต่อๆ ไปอีก ระวังการทรงตัว ตัวโยนไปเอนมาจะทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและเสียจังหวะ มีความตั้งใจก่อนโยนลูกทุกครั้ง
อ่านจบแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมนะ
กลุ่ม Blogger ชาว OK Nation และทาง OK Nation Blog ได้มีความเห็นร่วมกันที่จะดำเนินการจัดการแข่งขันโบว์ลิงค์การกุศล Blogger OK Nation ซับน้ำตาน้องน้อยบ้านพรุชิง ขึ้น เพื่อหารายได้สมทบทุนเพื่อช่วยเหลือนักเรียนและครูของโรงเรียนบ้านพรุชิงที่ถูกลอบวางเพลิงในครั้งนี้ โดยมี
วัตถุประสงค์ ดังนี้
จัดหาทุนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครูและเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านพรุชิง เพื่อให้ Blogger OK Nation ได้มีกิจกรรมร่วมกัน โดยสามารถนำครอบครัวและมิตรสหายมาร่วมกิจกรรมได้ เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันดีระหว่าง Blogger OK Nation ด้วยกันและครอบครัว เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ Blogger OK Nation เป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอกมากขึ้น
ลักษณะการดำเนินการ
จัดจำหน่ายบัตรเพื่อเข้าแข่งขันกีฬาโบว์ลิงค์ในราคาท่านละ 500 บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน) โดยจะจัดการแข่งขันออกเป็นทีม ๆ ละ 3 ท่าน โดยการจับสลาก
วัน-เวลา-สถานที่
ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2551 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงโบว์ลิงค์ BSC บริเวณ RCA ถนนพระราม 9
วิธีการแข่งขัน
การแข่งขันจัดเป็นทีม ๆ ละ 3 ท่าน โดยจะทำการจับสลากแบ่งทีมก่อนการแข่งขัน จะทำการแข่งขันท่านละ 2 เกมส์ โดยสลับกันขึ้นเล่นคนละหนึ่งครั้งจนกว่าจะจบเกมส์ การนับคะแนนจะทำการนับคะแนนแบบคู่ -คี่ โดยการทำพินล้มในจำนวนคู่ ถือเป็นสไตร์ค และการทำพินล้มในจำนวนคี่ ถือเป็นสแปร์ (ตามกติกาการแข่งขันแบบการกุศลทั่วไป)
รางวัลในการแข่งขัน มีดังนี้
รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุดชาย 1 รางวัล รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุดหญิง 1 รางวัล รางวัลชนะเลิศคะแนนรวมสูงสุดทีม 1 รางวัล รางวัลบู้บี้ (รองบ๊วย) 1 รางวัล นอกจากนี้ ยังมีรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตลอดการแข่งขัน วิธีสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน หรือสมทบทุนเพื่อนำไปช่วยเหลือน้อง ๆ โรงเรียนบ้านพรุชิง จังหวัดสงขลา
ติดต่อได้ที่ Blogger apooh และ/หรือ แจ้งความประสงค์เข้าร่วมการแข่งขันได้ที่หน้า Blog นี้ พร้อมทั้งโอนเงินค่าสมัครมาตามรายละเอียดดังนี้
อารยา บางกุลธรรม ธนาคารกสิกรไทย สาขาพรานนก เลขที่บัญชี 019-2-58052-8
โดยรายได้จากการขายบัตรและการสนับสนุน (Sponsor) การแข่งขันทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะดำเนินการจัดส่งให้ตัวแทนของ OK Nation Blog นำส่งเพื่อมองให้ครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านพรุชิง โดยจะทำการส่งมอบให้แก่ตัวแทนของทาง OK Nation Blog ทันทีภายหลังสิ้นสุดการแข่งขัน และจะทำการแสดงรายละเอียดรายรับรายจ่ายตลอดจนจำนวนเงินที่ได้ส่งมอบให้แก่โรงเรียนบ้านพรุชิง ในโอกาสถัดไป
ติดตามความคืบหน้าได้ที่
http://www.oknation.net/blog/winsstars/2008/04/16/entry-1
.