|

ไม่มีบ้านกลอนเหมือนใครเขา ก็เลยเอามาลงที่ตรงนี้ กลอนเก่าเก่าเก็บมาอ่านกันอีกที หากท่านมีเมตตาอย่าว่ากัน กลอนสั้นสั้นเพราะมันเป็นคอมเม้นต์ เปิดไปเห็นบ้านไหน...ไปสังสรรค์ ตอบสั้นสั้นดั้นสดสดให้กดทัน มิฉะนั้นกลอนจะหายเสียดายเอย. รวมกลอนมาอีกแล้ว... มาคั่นเวลาทุกครั้งที่คนโทใส่น้ำต้องห่างหายไปจากที่นี่สักระยะ... หวังว่าคงจะคิดถึงกันบ้าง 
เหนื่อยไหมกับทางสายนั้น ทางที่ความฝันไม่รู้อยู่ตรงไหน ทางที่ไม่มีคนเข้าใจ ทางที่ต้องเดินไปอยู่ทุกทุกวัน ฉันล้าเต็มทีแล้วเพื่อน บนทางที่แลเลือนร้างฝัน บนทางที่ไร้การแบ่งปัน บนทางที่สายสัมพันธ์ลวงตา ฉันหน่ายเบื่อเหลือจะกล่าว กับเรื่องราวที่มิได้ปรารถนา กับสิ่งมอมเมามายา กับกาลเวลาดิ้นรน เหนื่อยนะกับทางสายนั้น เหนื่อยกับฝันที่ไร้ขอบเขตของเหตุผล เหนื่อยที่ต้องย้ำใจย่ำอย่างจำทน เหนื่อยที่ต้องคอยเล่นกล กับชีวิต...... "ลานเทวา" ไปต่อปากต่อกลอนไว้ว่า... ทางนั้นคือทางใด โปรดเปิดใจช่วยเฉลย หากเป็นทางที่คุ้นเคย อย่าผ่านเลยเมื่อผ่านมา เหนื่อยหน่ายพักเสียหน่อย แล้วจึงค่อยเดินรุดหน้า เส้นทางคือมายา เป้าหมายข้างหน้าคือของจริง http://www.oknation.net/blog/phutanow/2008/01/15/entry-1

พอศอ สองพันห้าห้าเอ็ด ดิฉันมี ข่าวเด็ด มาบอกคุณ เป็นข่าวดู ชมพู ชุลมุน กำลังหัวหมุนเรื่องจัดตั้งรัฐบาล วันนี้ต้องการเก้ากระทรวงใหญ่ วันหน้าไป ขออีก สองแล้วกาน กลาโหมหากไม่มีใครจะค้าน ขอควบนั่ง แม้ไม่นาน ก็ขอลอง ครานี้คงสมหวังได้เป็นใหญ่ วันหน้ายังไง ข้าไม่สน ขอนั่งจอง ชาวบ้าน ยินรายชื่อ รมต.สยอง ขนลุกพอง คิดว่าผี หนีหลุมมา เลือกครานี้ ใกล้มี รัฐบาลใหม่ ไม่แปลกใจ คนหน้าเก่า ธรรมดา คุณหมอ เอ๊กซ์เรย์ ต่อมจรรยา กลับพบว่า หดหายไป หาไม่เจอ "นิดนรี" ต่อปากต่อกลอนไปว่า... คอศอสองศูนย์ศูนย์แปด มีฝาแฝดคุ้นหน้าเป็นนายก แฝดหนึ่งเป็นเงาจากเตานรก แฝดหนึ่งสกปรกเปื้อนปากมอม http://www.oknation.net/blog/pasalarksee/2008/01/25/entry-1/

เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง เขาบินเอียงมาเป็นฝูง เชือกผูกถูกลากจูง ลอยสูงสูงต่ำต่ำมา .............................. ยังบินไม่เข้าที่ ติดตีนผีรี่แซงหน้า โด๊ปยาดีมีราคา ส่งลัดฟ้าจากแดนไกล .................................. โอยโอยร้องโอดโอย อุ๊ยหิวโหยโกยเข้าไว้ แบ่งสันปันกันไป ลงตัวไซร้ไม่กัดกัน ................................ เวลาน้อยไม่คอยท่า โชคชะตาอาจพลิกผัน ฟ้าฝนยังหลงวัน คนรู้ทันมันพอมี ................................. ขอโอกาสแม้ไม่ให้ ทำไรได้มาแล้วนี่ เอ้าเอากันอีกซักที ครบขวบปีมีรางวัล ............................... "Chompoopookha" ต่อปากต่อกลอนไปว่า... สิ่งที่เห็นเป็นเพียงแค่ส่วนยอด หลุดเล็ดลอดเผยมาประชาเห็น ที่ซ่อนซุกอุกอาจราษฎร์ลำเค็ญ ก็ยังเป็นเชื้อหน่อทรราชย์กินชาติเรา http://www.oknation.net/blog/chompoopookha/2008/02/01/entry-1/  มิอาจถนอมใจไปตลอดชาติ มิอาจปล่อยใจดังปรารถนา แม้นขัดข้องทั้งสองต้องเจรจา เพื่อที่ว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
(เจ้าของปิดเอนทรีนี้ไปเสียแล้ว) http://www.oknation.net/blog/pukpik/2008/02/01/entry-1/ 
หนึ่งปีอยู่ร่วมบล็อก..........เดียวกัน เกิดเป็นความผูกพัน.........อันมีค่า เพื่อนผองพี่น้องกัน..........ล้วนสมาน ไมตรี หวังเพียงวันนี้วันหน้า........ยังเป็น เพื่อนกัน http://www.oknation.net/blog/chalee2/2008/02/15/entry-1

เปลื้องผ้าสิสาวน้อย ขณะนี้มิมีใคร ไยดีฤดีใส บริสุทธิเดียงสา แม้ธารละหานแห้ง วนะแกร่งเพราะเธอกล้า อาบแสงอุษาพา รพิกอดตระกองขวัญ โปรยปลิวละลิ่วลม สิจะห่มพนมวัน เผยร่างสะอางอัน ยุวรุ่นดรุณศรี ปลายฝนลุต้นหนาว ดุจหนาวมิปรานี สืบปราณลุผ่านปี บมิง่ายฤทัยสม เหมันต์และคิมหันต์ ขณะผันก็ผ่าวคม สาวน้อยจะคล้อยตรม ฤจะเติบประสบการณ์ เหนียมอายกระไรหนอ วระโฉม ณ แดดฉาน หล้าภพจะพบพาน วิรภาพประทับตรึง เปลือยหนามและลำนาง อุทะขังวิเศษซึ้ง เอื้อออมถนอมถึง สุวสันตวรรษา ผ้าใหม่สไบเขียว สิจะเกี้ยววิโลกา เรียวก้านสุกานดา จะประดับฤดีแดน ฝนดินฤดูดอน ทุระซ่อนวิบากแสน ขวัญเวฬุแร้นแค้น ดลเกียรติฤดูกรรม รักเธอและศรัทธา วนะนาริเลิศล้ำ หลงทางและขาดน้ำ บมิตายเพราะปล้องน้อย "ธมกร" มิกล้าต่อปากกับคุณครูกานต์ แต่ไปเดาว่า... ยามรุ่น หยุ่นมือ ยอดแหลม โผล่แพลม เย้ายั่ว ตัวขาว ยามสวย พวยพุ่ง สูงยาว ยามสาว เปิดสไบ ให้ชื่นชม http://www.oknation.net/blog/krugarn/2008/03/20/entry-2  I've cried so many tears now I have so many fears
เสียน้ำตามากมายให้ความรัก หวาดหวั่นนักว่ารักชักหวั่นไหว แม้หากมีใครรักชักกลัวใจ อดีตรักชักใยให้ใจกลัว http://www.oknation.net/blog/Germany/2008/04/04/entry-1

เพียงเริ่มต้นในหนทาง อารมณ์อันบอบบางและอ่อนไหว ผ่านหนาวผ่านร้อนสะท้อนนัย ความเป็นไปอันผจญประจัญ บนถนนจินตนาการ ข้าเร่ตรมซมซานเรียงร้อยฝัน ร่ำร่ายบทกวีแห่งชีวัน สื่อถ้อยย้ำรำพันสมัยยุค บนแก่นแท้อันโหยหา สืบก้าวชีวาย่ำปลอบปลุก อุปสรรคหนักเบาเร้ารุก วนทุกข์วนสุขในมรรคา บนความเป็นไปชีวิต ไหววาดลิขิตโดยตัณหา สรรพบทต่างต่างนานา เขียนจดโดยชีวาพานพบ "ลานเทวา" ไปรำพึงรำพันถึงตัวเองไว้ว่า... สรรพบทต่างต่างนานา เขียนจดโดยชีวาพานพบ น่าแปลกใจ...บางบทที่จดไว้ ความเป็นไป...ของเหตุ-ผล ซ้ำซาก...แปลกพิกล ต้องเตือนตน...ให้จดจำ http://www.oknation.net/blog/phutanow/2008/04/05/entry-2  ..ความเงียบ.. มีเพียงสายลมพัดแผ่วๆ แว่วๆ ใบไม้ไหว เพียงนั่งนิ่งปล่อยทุกสิ่งหมุนไป ปล่อยวางใจให้ว่าง..ว่างเปล่า
อยู่ในความเงียบ..เงียบสงบ เพื่อพบเพื่อถามใจเรา เพื่อตรึกเพื่อตรองกรองเกลา เพื่อบรรเทาเบาบาง..บางสิ่ง มองใจด้วยใจด้วยรู้สึก ด้วยสำนึกในสัจจะขณะนิ่ง ค้นให้พบความหมาย..จริงๆ แล้วละทิ้งในสิ่งไร้คุณค่า.. "จันทร์วารี" ...แต่กับตัวเอง รู้สึกว่า.... ไม่มีหรอก..สิ่งใด..ไร้คุณค่า เพียงแต่ว่า..เวลา..มาไม่ถึง วันหน้ามี..วันนี้ไม่..ให้คำนึง คิดให้ซึ้ง..เลือกให้ได้..ใจเย็นเย็น http://www.oknation.net/blog/waranin/2008/04/24/entry-1 โปรแกรมที่ 5 เดือนธันวาคม ไปเที่ยวนอนเต้นท์ สัมผัสอากาศหนาว อำเภอภูเรือ เที่ยวฟ้าเพียงดิน ภูทับเบิก เขาค้อ ภูหินล่องกล้า จังหวัดเลย
โปรแกรมห้า น่าสนใจ อยากเที่ยวไป ค้นคืนวัน ย่ำย้อนรอย ร้อยความฝัน เคยสุขสันต์ วันเยาว์วัย http://www.oknation.net/blog/lovetour/2008/04/11/entry-1  ๏ เห็นเส้นขอบฟ้านั่นใช่ไหม ฉันเคยแกว่งไกวเมื่อได้เห็น โค้งฟ้าลับโค้งเหมือนลำเค็ญ ไกลเกินจะเป็นอย่างจินตนา
๏ เวิ้งฟ้าเวิ้งน้ำตัดเส้นนั้น จินตนาฝันหวั่นผวา ขอบฟ้าไหวไหวไกลเกินตา ไหวใจไหวกว่ากระทบใจ ๏ ยินคลื่นครวญครางระลอกคลื่น เหมือนแอบสะอึกสะอื้นกับน้ำใส ฝั่งนี้กับฝั่งโน้นนอกกับใน ไกลกับใกล้ได้รู้เหมือนไม่รู้ ๏ ยินเสียงหัวใจไหวและหวาด ทุกเสียงคลื่นสาดวาดใจสู่ เสียงทรายเสียงใจไหวเกรียวกรู สรรพเสียงเคียงคู่ฤดูใจ ๏ แสงทองตัดโค้งลับขอบฟ้า บางแสงเหว่ว้าคล้ายอ่อนไหว บางแสงอบอุ่นละมุนละไม ตัดขอบฟ้าไกลจนใกล้ตา ๏ เห็นเส้นขอบฟ้านั่นใช่ไหม ตัดเส้นหัวใจใกล้มือคว้า ความรักรับรู้และเป็นมา และรู้ว่าความรักเช่นนั้นแล้วฯ "นายทิวา" แปลกใจที่เห็นนายทิวาในมุมหวาน... บทจะหวานก็หวานน้ำตาลหนี เลือดกวีมีทั่วในตัวเขา โหดมันฮาเลียนล้อก็ไม่เบา นี่คือเขายอดชายนายทิวา http://www.oknation.net/blog/naitiwa/2008/04/22/entry-1

นิ้วน้อยน้อยเกาะนิ้วนั้น คือผูกพันมีความหมาย เป็นสายใยสัมพันธ์มั่นมิคลาย เป็นริ้วลายสลักลงตรงกลางใจ (จำไม่ได้ว่าเม้นต์ไว้บ้านไหน บังเอิญคีย์ใส่ notepad ไว้) เพราะเป็นคนชอบต่อปาก...ต่อกลอน (1) http://www.oknation.net/blog/konto/2007/08/28/entry-1 เพราะเป็นคนชอบต่อปาก...ต่อกลอน (2) http://www.oknation.net/blog/konto/2007/09/25/entry-1 เพราะเป็นคนชอบต่อปาก...ต่อกลอน (3) http://www.oknation.net/blog/konto/2007/11/05/entry-1 (ภาพและเพลงจากอินเตอร์เน็ต)
|