• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontosainam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-16
  • จำนวนเรื่อง : 269
  • จำนวนผู้ชม : 105566
  • จำนวนผู้โหวต : 935
  • ส่ง msg :
วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2551
รักครั้งแรก ก็ดันไปรักกับผี
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 805 , 18:04:33 น.   | หมวดหมู่ : ห้องสมุด (library)   ห้องแห่งความลับ (diary)  
พิมพ์หน้านี้


สมัยเด็กๆ สิ่งที่เราเรียกว่า "บ้าน" นั้นเป็น "ห้องแถวไม้ ชั้นครึ่ง"

ฝาบ้านก็เป็นไม้แผ่นๆ ที่ตอกติดไล่ระดับลงมา
ทำให้แต่ละบ้านจะต้องใช้ถุงปูนซิเมนต์มาทา "โก๊ว" (แป้งเปียก) ฉาบฝาไม้ไว้ทุกบ้าน

บนฝาบ้านถุงปูน บางบ้านก็เป็นรูปพระ รูปนักร้อง รูปดารา รูปวิวทิวทัศน์

แต่ที่บ้านของผมมีแต่รูปฟุตบอล
พี่ชายผมเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนในตำแหน่งผู้รักษาประตู ไม่รู้เขาไปหารูปเกี่ยวกับฟุตบอลมาจากไหน ใต้รูปมีคำอธิบายนิดหน่อย ติดเต็มฝาบ้านด้านที่เรานั่งทำการบ้านกัน

มีรูปสมัยฟุตบอลไทยไปโอลิมปิกที่เม็กซิโก (แพ้กัวเตมาลา 9-0 หรือ 11-0 มั้ง)
มีรูปจอร์จเบสต์ มีรูปเซอร์อัลฟ์ แรมเซย์, กอร์ดอน แบงก์ ใครต่อใครเยอะไปหมดที่ผมไม่รู้จัก

มีอยู่สองรูปที่มีอิทธิพลต่อชีวิตผม

รูปแรก


เลฟ ยาชิน* อธิบายประมาณว่า ฉายาไอ้ปลาหมึกยักษ์ดำ เป็นผู้รักษาประตูของรัสเซีย ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอดผู้รักษาประตูของโลก

เลฟ ยาชิน เป็นแรงบันดาลใจให้ผมเล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตู ไต่เต้าจนเป็นตัวแทนระดับอำเภอ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแต่ก็เล่นฟุตบอลมาจนถึงระดับอุดมศึกษา ทำงานแล้วก็ยังเล่น จนสุดท้ายต้องเลิกไป เพราะรางวัลที่ได้รับต่างกรรมต่างวาระคือ ศอกหลุด ซี่โครงหัก ไหปลาร้าหัก

รูปที่สอง**


เป็นรูปที่ผมดูแล้วดูอีก อ่านแล้วอ่านอีก อ่านทุกวัน เพราะมันอยู่ตรงกับโต๊ะที่ผมนั่งทำการบ้าน

ผมดูผมอ่าน จนมันซึมซับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผมโดยไม่รู้ตัว
อาจจะเป็นเพราะสงสารในโศกนาฏกรรมของทีม ของผู้เสียชีวิต ก็เป็นได้
แต่สมัยนั้นยังไม่มีรายการฟุตบอลทางทีวีเหมือนสมัยนี้ นานๆ ได้ดูครั้ง จึงยังเป็นแค่ตามอ่านข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งก็ไม่ได้มีมากเหมือนสมัยนี้เช่นกัน

จนกระทั่งปี 1977***


ผมได้ดูฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศเอฟเอคัพระหว่างทีม "ลิเวอร์พูล" ซึ่งผมก็แอบชื่นชมในลีลาการเล่นแบบที่เรียกว่า "เครื่องจักรสีแดง" เป็นลีลาถูกใจเด็กบ้านนอกอย่างผมยิ่งนัก คู่ชิงชนะเลิศของลิเวอร์พูลคือ "แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด" ทีมที่ผมแอบสงสารอยู่ในใจมาหลายปี

ผลการแข่งขันนัดนั้น "ผีแดง" เป็นแชมป์ครับ ด้วยการซัลโวของสจ๊วต เพียสัน และ ลู มาคาริ ส่วน "หงส์แดง" ตีเสมอในลูก 1-1 โดยจิมมี่ เคส

ตั้งแต่วันนั้นความรักในทีมฟุตบอลของผมก่อเกิดขึ้นแน่วแน่ ชัดเจน ผมเป็นแฟน "ผีแดง"

ในวันที่ผีแดงเถลิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกอย่างปาฏิหารย์ในปี 1999 ทำให้เกิดปรากฎการณ์ tripple champ อีกครั้งหนึ่งในโลกฟุตบอล คือวันที่มีความสุขมากที่สุดวันหนึ่งของชีวิต

คืนนี้ผีแดงจะชิงแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกอีกครั้งกับเชลซี ทีมจากเกาะอังกฤษด้วยกัน ในดินแดนรัสเซีย

ไม่ว่าจะได้แชมป์ หรือรองแชมป์...ผมยังเป็นแฟนผี..

(*เลฟ ยาชิน หรือจะอ่านว่า ยาซีน ก็ได้ ถือเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกตลอดกาล รวมทั้งยังเป็นตำนานขนานแท้

เขาคือผู้ปฏิวัติ และนำมาตรฐานใหม่มาสู่ตำแหน่งนายทวาร รวมทั้งยังมีพรสวรรค์สูงมากจนยากที่จะหาใครมาเทียบ

นายทวารชาวรัสเซีย เป็นหนึ่งในนายทวารคนแรกๆที่ออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษ เขาทำเช่นนั้นด้วยความมั่นใจที่เปี่ยมล้น ขณะเดียวกันลีลาการเฝ้าเสาของนายทวารหมีขาวก็ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ไม่ว่าลูกยิงจะพุ่งมาในทิศทางใด ยากที่จะผ่านมือนายทวารมือกาวผู้นี้ ดังนั้น สมญานาม ปลาหมึกยักษ์ดำ จึงถือเป็นฉายาที่ถูกตั้งอย่างสมเหตุสมผล

เลฟ อิวาโนวิช ยาชิน คือชื่อจริงเสียงจริงของมือกาวคนนี้ เขาลงเล่นให้ ดินาโม มอสโก ตั้งแต่ปี 1948-1970 ไม่ผิดหรอก 22 ปีเต็มที่เขารับใช้ต้นสังกัดอย่างจงรักภักดี ในเวลาเดียวเขายังติดทีมชาติสหภาพโซเวียตช่วงปี 1954-1967 อีกด้วย

ปลาหมึกยักษ์ดำ เป็นผู้ครองสถิติลงเล่นในเกมดิวิชั่น 1 สหภาพโซเวียต มากที่สุดที่จำนวน 326 นัด เขาครองแชมป์ร่วมกับทีม 1954, 1955, 1957, 1959 และ 1963 ได้รองแชมปืในปี 1956,1958,1962,1967 และ1970 เขาช่วยให้ดินาโมเป็นแชมป์บอลถ้วยของสหภาพโซเวียตในปี 1953,1967และ1970 ขณะที่ปี 1960, 1963 และ1966 ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลผู้รักษาประตูแห่งปีของแดนหลังม่านเหล็ก

นอกจากนั้น เขายังได้รับเลือกให้เป็น 33 ยอดนักเตะแห่งปี ถึง 17 สมัย โดยที่ 14 สมัย เขาได้รับเลือกเป็นคนแรก กับ ทีมชาติ รัสเซีย

ยาชิน ลงเตะทั้งหมด 78 แมตช์ เสียไปเพียง 70 ประตู เขาครองแชมป์โอลิมปิก 1958 ที่เมลเบิร์น, แชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1960, และรองแชมป์ปี 1964, เข้าร่วมศึกฟุตบอลโลก 3 สมัยในปี 1958 ที่สวีเดน, 1962 ที่ชิลี และ 1966 ที่อังกฤษ

ตลอดชีวิตการเล่น มีถึง 270 เกมทีเดียวที่ยาชิน ไม่เสียประตู ในปี 1963 ได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมยุโรปของนิตยสารฟร็องค์ ฟุตบอล นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่ได้รับรางวัล โกลเด้น บอล อีกด้วย

ปี 1971 ยาชิน ลงเตะนัดสุดท้ายในชีวิตกับทีมรวมดารายุโรป น่าเศร้าที่ชีวิตหลังจากเลิกเล่นของ ปลาหมึกยักษ์ดำไม่สวยงามเท่าใด เพราะอาการบาดเจ็บเข่ารุนแรง ทำให้เขาต้องตัดขาทิ้งในปี 1986 ก่อนที่อีก 4 ปีต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม 1990 ยาชินจะอำลาโลกไป เนื่องเพราะโรคแทรกซ้อนจากการผ่าตัด http://www.siamsport.co.th/euro2008/about/player_history_yashin.asp)

มิวนิค 15.03 นาฬิกา  
A great team dies "อะ เกรท ทีม ดายส์ ... ยอดทีมตายแล้ว ซากเครื่องบิน อลิซาเบธัน ตกแหลกกระจายที่สนามบินเมืองมิวนิค อัน
เป็นผลทำให้ทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชุด 1950 ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง" นี่เป็นส่วนหนึ่งของข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ที่ทำเอาเหล่าบรรดา "เรด อาร์มี่" ในยุคนั้นแทบใจสลายเมื่อรู้ข่าวว่าเหล่าสตาร์ขุนพลนักเตะอันเป็นที่รักและชื่นชอบของตนต้องมาจบชีวิตลงในช่วงที่กำลังเรียกได้ว่าโด่งดังสุดขีด จากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่เมือง มิวนิค ประเทศเยอรมนี

ภาพถ่ายการยืนตั้งแถวครั้งสุดท้ายที่ เบลเกรด ในปี 1958 เอ็ดเวิร์ดส์, โคลแมน, โจนส์, มอร์แกน, ชาร์ลตัน, ไวโอเลต, เทย์เลอร์, โฟกส์, เกร็ก, สแกนลอน และ เบิร์น

6 ก.พ. 1958 เป็นวันอันแสนมืดมนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และเป็นการทำลายทีมปีศาจแดง ชุดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ วีรบุรุษปีศาจแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนั้นคือ วอลเตอร์ คริกเมอร์, ทอม เคอร์รี่, เบิร์ท วอลลี่ย์, ทอมมี่ เทย์เลอร์, เดวิด เพ็กก์, เจฟฟ์ เบนท์, เอ็ดดี้ โคลแมน, โรเจอร์ เบิร์น, มาร์ค โจนส์, เลียม วีแลน คนที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยายาบาลคือ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์, ทอม แจ๊คสัน และ แฟร้งค์ สวิฟต์ รวมไปถึงนักบินและนักข่าวอีก 8 ชีวิต นอกจากนั้นยังมีแฟนบอลที่ตามไปเชียร์อีกจำนวนหนึ่ง

นั่นคือเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งความโศกสลดในวงการฟุตบอลอังกฤษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังสร้างทีมได้อย่างมั่นคงและเริ่มต้นไขว่คว้าหาความสำเร็จในเวลานั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรปกับ เรด สตาร์ เบลเกรด ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนไป เบลเกรด ขุนพลปีศาจแดง ต้องฟาดแข้งดิวิชั่น 1 กับ อาร์เซนอล ที่สนามไฮบิวรี่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีผู้ชมประมาณ 63,000 คนที่เข้าไปแออัดยัดเยียด ในสนามเพื่อชมการดวลแข้งนัดนี้ ขุนพลปีศาจแดงไม่ทำให้เหล่าพลพรรค เรด อาร์มี่ ต้องผิดหวังเมื่อ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำไปก่อน 1-0 และตามมาด้วย ประตูของ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ เอ็ดดี้ โคลแมน ในครึ่งหลัง แต่ด้วยความที่ประมาททำให้ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไล่ยิงจนตีเสมอได้เป็น 3-3 ขุนพลปีศาจแดงไม่ยอมแน่ที่นำไปก่อนถึง 3 ประตู แต่สุดท้ายกลับมาได้ 1 คะแนนกลับไป พวกเขาโหมบุกอย่างหนักอีกครั้งและมายิงเพิ่มได้อีก 2 ประตู จากความขยันของ อัลเบิร์ต สแกนลอน แต่ขุนพลปืนใหญ่ก็มายิงได้อีก 1 ประตู จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถบุกมายัดเยียดความปราชัยให้กับไอ้ปืนใหญ่ไป 5-4 มันเป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ เรด อาร์มี่ ควรจะภาคภูมิใจและจดจำไว้ ... ว่ามันเป็นการฟาดแข้งฟุตบอลลีกนัดสุดท้ายของ "เดอะ บัสบี้ เบบส์"

หลังเกมนั้นเครื่องบินเช่าสองเครื่องยนต์แบบอลิซาเบธัน ของสายการบิน บริติช ยูโรเปี้ยน แอร์ไลน์ ชื่อ "ลอร์ด เบอร์เลก" นำขุนพลนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บินลัดฟ้าสู่ เบลเกรด การเล่นด้วยฟอร์มสุดยอดในถิ่นไฮบิวรี่ของ อาร์เซนอล ทำให้ แมตต์ บัสบี้ ตัดสินใจใช้ทีมชุดเดียวกันนั้น เดินทางไปเพื่อลงสนามดวลแข้งกับ เรด สตาร์ เบลเกรด นัดที่สองฟุตบอล ยูโรเปี้ยน คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ

เริ่มแข่งไปได้ 2 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงประตูขึ้นนำไปก่อน และก่อนหมดครึ่งแรก บ็อบบี้ ชาร์ลตัน มาซัลโวอีก 2 ประตูปิดท้าย ดูเหมือนปีศาจแดงจะผ่านรอบนี้ไปได้สบาย แต่เกมเริ่มเดือดในช่วงครึ่งหลังเมื่อ เรด สตาร์ ยิงไล่มาเป็น 2-3 และเป็น 3-3 จากลูกจุดโทษ การแข่งขันครั้งนั้นจบลงด้วยการเสมอ 3-3 แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเพื่อพบกับ เอซี มิลาน ด้วยประตูรวมสองนัด 5-4 ทำให้พวกเขาไม่หนักใจมากนัก และมีความสุข เตรียมกลับบ้านเพื่อเตรียมลงสนามสู้ศึกในลีกดิวิชั่น 1 ที่ยังเหลืออยู่ต่อไป

เครื่องบิน อลิซาเบธัน เหินฟ้าออกจาก เบรดเกรด ในเช้ามืดที่แสนเยือกเย็นคราคร่ำไปด้วยเม็ดหิมะที่กำลังตกอยู่ประปรายของวันที่ 6 ก.พ. 1958 และลงจอดที่สนามบินที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะในกรุงมิวนิคเพื่อเติมเชื้อเพลิง เวลา 14.30 น. การนำเครื่องออกจากรันเวย์ไม่ประสบผลสำเร็จ หลังวิ่งไปได้ครึ่งรันเวย์แล้ว กัปตันพยายามอีกครั้งเป็นหนที่สองแต่ก็ต้องยกเลิกไปอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจกับแรงดันที่เพิ่มมากเกินไป ในเครื่องยนต์เครื่องหนึ่ง พวกเขาพยายามเป็นครั้งที่สามหลังหยุดพักมาจนถึงเวลา 15.00 น. ขณะที่เครื่องบินกำลังเร่งความเร็วเต็มที่ วิ่งไปตามทางมองออกไปนอกกระจกแทบมองไม่เห็นอะไรเพราะหิมะที่ถูกพัดกระจายมาปิดบังเอาไว้หมด แต่ทันใดนั้นความเร็วของเครื่องก็ลดลง แทนที่จะเชิดหัวขึ้นฟ้า แต่กลับวิ่งต่อไปข้างหน้า ชนแนวเขตรั้ว ไถลไปอีก 250 หลาชนเข้ากับบ้านของผู้คนแถวนั้นจนปีกและหางของเครื่องกระเด็น ไปคนละทิศ

มีนักเตะส่วนหนึ่งที่เสียชีวิตในทันทีสำหรับเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่สำหรับคนที่รอดมาได้ก็มาเสียชีวิตเพิ่มอีกในเวลาต่อมา สำหรับนักข่าวที่เสียชีวิต ชื่อของพวกเขาเหล่านี้ถูกจารึกไว้บนแผ่นป้ายโลหะในชั้นที่นั่งของนักข่าวในสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ขณะที่ แมตต์ บัสบี้ ผู้จัดการทีมที่รอดมาได้ จากอุบัติเหตุเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่าทำไมไม่ให้เขาตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ ด้วย ทำไมต้องเป็นเขา...

สำหรับผู้ที่รอดชีวิตมาได้อย่าง แฮร์รี่ เกร็ก, บิล โฟล์กส์, ไวโอเลต และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม แฮร์รี่ เกร็ก กล่าวว่า ไม่มีเสียงร่ำไห้ ไม่มีเสียงคร่ำครวญ สภาพวันนั้นมีแต่ความมืดและกลิ่นน้ำมันเครื่องบิน หลังจากรอดพ้นความตายอย่างหวุดหวิด เขารู้สึกละอายใจที่เขารอดในขณะเพื่อนร่วมทีมเสียชีวิต การสูญเสียครั้งนี้ยิ่งใหญ่และสะเทือน ไปถึงวงการลูกหนังของโลก ไม่ใช่แต่เพียง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงเท่านั้น ทีมชาติอังกฤษของ วอลเตอร์ วินเทอร์บอททอม ก็ต้องขาดหัวใจหลักสำคัญของทีมไปเมื่อขาด โรเจอร์ เบิร์น, ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ และ ทอมมี่ เทย์เลอร์ แทบไม่เหลือกำลังใจไว้สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1958 ที่ประเทศสวีเดน

ทีมชาติอังกฤษอาจจะกระทบกระเทือนแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาไม่เหลืออะไรและเริ่มสร้างทีมขึ้นมาใหม่จากการช่วยเหลือของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) รวมไปถึงสมาคมฟุตบอลของเวลส์ที่เลือกเอา จิมมี่ เมอร์ฟี่ ผู้ช่วยของ แมตต์ บัสบี้ มาคุมทีมชาติเวลส์ แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไปหานักเตะมาจากไหน จะไปหยิบยืมใครมาได้ พวกเขาทำได้อย่างเดียวคือซื้อเท่านั้น แต่ก็ไม่มีนักเตะชั้นนำมากมาย ให้ทีมปีศาจแดงซื้อได้ในเวลานั้น แต่โชคดีที่สโมสรคู่อริอย่าง ลิเวอร์พูล และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ให้ยืมตัวนักเตะมาเล่นให้กับทีมได้ มีเพียง 2 สโมสรเท่านั้น

เมื่อการแข่งขันรอบรองชนะเลิศฟุตบอล ยูโรเปี้ยน คัพ มาถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามต้อนรับการมาเยือนของ เอซี มิลาน ทีมจากอิตาลี เป็นเวลาเดียวกับทีมชาติอังกฤษเตะกระชับมิตรกับ โปรตุเกส ทำให้ทีมปีศาจแดงไม่มี บ็อบบี้ ชาร์ลตัน แต่ขุนพลปีศาจแดง ในยุคใหม่ก็ไม่ทำให้เหล่าบรรดาแฟนบอลต้องผิดหวังเมื่อสามารถเอาชนะไปได้ 2-1 แต่สุดท้ายก็ต้องไปพ่ายให้กับ เอซี มิลาน 4-0 ในนัดที่สอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังต้องพบกับความพ่ายแพ้อยู่อย่างสม่ำเสมอถึงแม้จะยอมทุ่มเงินสูงถึง 300,000 ปอนด์ กว้านซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาเสริมหลายต่อหลายคนก็ตาม หลังจากนั้น บัสบี้ ได้คว้าตัว เดนิส ลอว์ และ จอร์จ เบสต์ เข้ามาเสริมทีม แต่ก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นมาเลยกับระบบการเล่น 2-3-5

การรอคอยการประสบความสำเร็จของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาสิ้นสุดลงในปี 1963 เมื่อ แมตต์ บัสบี้ และ จิมมี่ เมอร์ฟี่ ผู้ช่วยของเขาพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 รวมไปถึงแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เป็นผลสำเร็จ จากการรอคอยและบูรณะทีมครั้งใหญ่มานานกว่า 6 ปี ปีศาจแดงกลับมายิ่งใหญ่ อีกครั้ง แมตต์ บัสบี้ กล่าวไว้คำหนึ่งว่า "เราไม่ต้องกลัวความพ่ายแพ้อีกต่อไป" เขายืนหยัดลุกขึ้นมามุ่งมั่นจนพาทีมประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด ทีมของเขาคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก นั่นคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ไม่ได้มาแบบโชคช่วย

ภาพนาฬิกามิวนิคที่ติดตั้งอยู่บริเวณอัฒจรรย์หน้า โอลด์ แทรฟฟอร์ด แสดงถึงวันที่เครื่องบินตกและเวลาเพื่อย้ำเตือน แฟนปีศาจแดงรุ่นหลังให้ใส่ใจกับประวัติศาสตร์อันน่าสะเทือนใจของสโมสรที่เกิดขึ้นเมื่อบ่ายสามโมงของ วันที่ 6 ก.พ. 1958...

เพลง The Flowers of Manchester เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับขุนพลนักเตะปีศาจแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์เครื่องบินตก

เรื่องโดย ปอ Red Army Fanclub
Credit : RedArmyFC.Com

***รายชื่อผู้เล่นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ปี 1977
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด : Stepney, Nicholl, Albiston, B Greenhoff, Buchan, McILroy, J Greenhoff, Coppell,
Pearson, Hill (McCreery), Macari, Tommy Docherty (Manager)

ลิเวอร์พูล: Clemence, McDermott, Fairclough, Smith, Keegan, Callaghan, Neal, Jones, Kennedy, Hughes, Case


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 58
INDYLOVE วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

เพลงประกอบบล็อกนี้เพราะดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 57
apooh วันที่ : 22/06/2008 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

พี่คะ มะคืนตอนสะดุ้งตื่น ระหว่างเกมส์ ได้ยิน แว่ปๆว่าประตูรัสเซีย เป็นลูกศิษย์ ของ ไรนาร์ด ดาสซาเยฟ
Yse!!
ตานี่แหล่ะค่ะพี่ ที่นึกถึงตอนนั้น เลยมาแจ้งค่ะว่า ได้ชื่อมาแย้ว
ความคิดเห็นที่ 56
หมีปิศาจ วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 17.34 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

แวะมาอ่านใหม่อย่างละเอียดครับ เฮีย
เฮียเคยเป็นผู้รักษาประตูทีมธรรมศาสตร์ด้วยหรือเปล่าครับ? ตื่นเต้นๆ

ผมเริ่มดู ปี 1982-83 น่ะครับ เจอลิเวอร์พูลเหมือนกัน
แต่คราวนั้น แมนยูแพ้ตกรอบรองชนะเลิศลีกคัพ
ถ้าพอมีเวลา อยากเรียนเชิญเฮียแวะไปอ่านดูเล่นๆ นะครับ
http://www.oknation.net/blog/mee104/2007/10/05/entry-1
ความคิดเห็นที่ 55
mookie วันที่ : 26/05/2008 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING



ความคิดเห็นที่ 54
coolwater วันที่ : 24/05/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

แฟนพันธ์แท้เลยนะคะเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 53
phiroj วันที่ : 23/05/2008 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

ดีใจด้วยครับกับ ดับเบิ้ลแชมป์ (กัดฟันพูดนิดหน่อย)
ความคิดเห็นที่ 52
apooh วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 13.24 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

หมีชอบ คห.37 มากเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 51
manU464 วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 13.08 น.
http://www.oknation.net/blog/manU464

ต้องบอกว่า ผีแดงเก่ง+เฮงด้วย และแท็กติกของท่านเซอร์ แต่ก็ต้องชมสปิริตของนักเตะทีมสิงห์เช่นกัน
ดีใจที่ซู้ดดดดดด
สดุดี ไรอัน กิ๊กส์ ในที่สุดเขาก็เป็นคนยิงคนสุดท้าย
ความคิดเห็นที่ 50
Dekthep วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 12.02 น.
http://www.oknation.net/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

สมกับเป็นแฟนผีรุ่นเก๋าจริงๆ

วันนี้แฟนผีมีความสุขมากครับ
ความคิดเห็นที่ 49
คนทำงาน วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 11.58 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

เชียร์ผีเหมียนกัล.....
ความคิดเห็นที่ 48
chalee วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 11.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   


นั่ น

ยังก๊ะ ป๊ะป๋า ได้รับรางวัลเองเลยนะนั่น

วางทั่วอาณาจักรโอเค อ๊ะยังป๊ะป๋า

ดีจายด้วยน๊า ....! มิเสียแรงที่คนแก่ต้องอดนอน




"นู๋ลี"
ความคิดเห็นที่ 47
ศุภศรุต วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

อุตสาห์ไปทุบ "สิงห์" ถึงปราสาทพนมรุ้ง

เป็นอย่างไร กัปตันลื่นซะ อาเนลก้าตีนบอด ผีดอกบร้าโดนไล่ออก

ไสยศาสตร์แท้ ๆ อย่าลบหลู่นะเฟ่ย แค่บุหรี่ม้วนเองสามมวน แก้วเก่า ๆ ใบหนึ่ง

สิงห์บูล โดนทุบที่พนมรุ้ง
ฮรัมโมวิท นับถือพระศิวะ เลยต้องเลื่อนจุด ให้พลังสับสน

แมนยูเลยเป็นแชมป์แบบเส้นยาแดงผ่าสิบหก

เกี่ยวกันเห็น ๆ

นันทข้วางเป็นจำเลย

หุหุ


ความคิดเห็นที่ 46
กัญจ์ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/mint
 สรรพสิ่ง ล้วน แปรผัน ตามกาลเวลา .

21st MAY 1977

โอ้...ก่อนจะลืมตาดูโลกเลยเรา

รักผีแดงค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 45
veerin วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 09.04 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

โอ้...เพลงแมนเชสเตอร์เพราะมากกกกกกกกกกกกกค่า
ความคิดเห็นที่ 44
spyone วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.55 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


รักผี...เหอ..เหอ
ความคิดเห็นที่ 43
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.52 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


1 : 1

Lampard
ความคิดเห็นที่ 42
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.51 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


1 : 0

Ronaldo
ความคิดเห็นที่ 41
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.39 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


บันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ
ความคิดเห็นที่ 40
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.39 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


บันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ
ความคิดเห็นที่ 39
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.32 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


บันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ
ความคิดเห็นที่ 38
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.31 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


บันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ
ความคิดเห็นที่ 37
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.30 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


เกมเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา สมควรจะครองแชมป์ร่วมกัน ทั้งๆ ที่ครึ่งแรกผีดีกว่าสิงห์ แต่ครึ่งหลังสิงห์บดผีซะน่วม
แต่ในเมื่อต้องมีผู้ชนะหนึ่งเดียว

อะไร...กำหนดให้ใครแพ้ ใครชนะ

น้ำตาของเทอรี่ คือน้ำตาของลูกผู้ชายหัวใจสิงห์
ความคิดเห็นที่ 36
2CUTE วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 08.03 น.
http://www.oknation.net/blog/2cute

ดูภาพและฟังเนื้อหาของเพลงแล้วเศร้าจังเลยค่ะ เหล่าผู้สูญเสียชีวิตในครั้งนั้นคงไปสู่สุคติกันหมดแล้ว

ถึงอย่างไรคุณๆก็ยังอยู่ในความทรงจำของแฟน แฟน ทุกคนที่ยังจำกันได้

เอ่อ...แต่ตอนนั้นอิชั้นยังไม่เกิดเลยค่ะ แต่ก็ขอบอกว่า

You are always in our thoughts
ความคิดเห็นที่ 35
2CUTE วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 07.50 น.
http://www.oknation.net/blog/2cute

โอ้...นี่เรียกว่าแฟนฟุตบอลตัวยงจริงๆค่ะ

กีฬาฟุตบอลนี่ได้ดู 4 ปี ครั้งค่ะ บอลโลกเท่านั้น

ขอแสดงความดีใจด้วยกับเหล่า แฟน แฟนผีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 34
Jui วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 07.16 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

แชมป์อีกแล้วครับ..ท่าน
มาดีใจด้วยกัน...
อยากหัวเราะให้สุดขอบฟ้า
ความคิดเห็นที่ 33
pukpik วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 04.56 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

นอนแล้วน๊า

สมองฝ่อแล้วเนี่ย


ช่องเจ็ดมีข่าวผู้เยาว์แล้วววววว
ความคิดเห็นที่ 32
pukpik วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 04.55 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

ชอบก็องโต้ทีสุดเลย


ไปเป็นดาราซะแร่ะ


ดังอยู่ดีๆ เลือกไปดับ
ความคิดเห็นที่ 31
pukpik วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 04.51 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

แชมป์อีกแย๊วววววววว

วิ้วววววววว




ความคิดเห็นที่ 30
หมีปิศาจ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 04.41 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

แด่ วีรบุรุษ ปี 1958
We are the Champion again!
Congratulations to all the reds!
Wooh Hooh!
ความคิดเห็นที่ 29
เจเจค่ะ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 04.37 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

แว้ก

แว้ก




แชมป์ !!
ความคิดเห็นที่ 28
กระเจี๊ยบ วันที่ : 22/05/2008 เวลา : 02.54 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว