|
ใครถอนหายใจ ทำไมต้องถอนหายใจ ทำไมสะพานต้องร้องไห้ หรือใครไปร้องไห้บนสะพาน
เมื่อครั้งได้ไปเวนิส อิตาลี จุดหนึ่งที่ได้ "ชมอย่างรวดเร็ว" คือสะพานถอนหายใจแห่งนี้ ที่นี่เรียกว่า Bridge of sighs แต่แว่วเสียงไกด์บอกว่า "สะพานร้องไห้" 
เหตุที่ต้อง "ชมอย่างรวดเร็ว" เพราะว่า จุดที่จะมองเห็นสะพานนี้คือบนสะพานที่จะเดินทางไปท่าเรือเวนิส แน่นอนว่าเราไม่สามารถไปยืนปักหลักเต๊ะท่าได้เนิ่นนาน ก็เพราะจำนวนคนมหาศาลที่ใช้เส้นทางนี้จะเบียดคุณจนแทบจะไหลไปกับเขา 
บางทีสะพานนี้ก็เรียกว่า สะพานถอนหายใจเฮือก จริงๆ คือ สะพานแห่งความอาดูรและหวนหา (PONTE DEL SOSPIRI) หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า (BRIDGE OF SIGHS) 
เวนิสที่คลองมากกว่า 100 คลอง จึงไม่น่าแปลกใจ ที่เวนิสมีสะพานกว่า 400 สะพาน สะพานนี้เดิมชื่อ Antonio Contino's bridge สร้างในราวปี ค.ศ.1600 สร้างข้าม Rio di Palazzo เชื่อมระหว่าง Doge's prisons (ด้านขวา - เดิมเป็นศาสนสถาน) กับ inquisitor's rooms ของพระราชวัง (ด้านซ้าย) ในศตวรรษที่ 17 ศาสนสถานถูกเปลี่ยนเป็นคุก สะพานนี้ถูกเรียกว่า สะพานถอนหายใจ เพราะว่าเป็นสะพานที่นักโทษทุกคนจะเห็นความงามของ S.Giorgio และน่านน้ำเวนิสเบื้องหน้า ผ่านหน้าต่างของสะพานแห่งนี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นสุดอิสระภาพ...ทุกคนจึง..ถอนหายใจ สะพานแห่งนี้มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 19 เมื่อ Lord Byron เขียนไว้ในบทกวีที่มีชื่อเสียงของเขา "Childe Harold's Pilgrimage" ว่า "I stood in Venice on the Bridge of Sighs, a palace and prison on each hand". ถ่ายให้เห็นภายในของเรือชัดๆ - ก็เหมือนเรือแจวข้ามฟากบ้านเรา แต่โมดิฟายด์ให้ดีหน่อย 
ท่าเรือกอนโดล่า ตอนนั้นค่านั่งเรือประมาณ 1,200 บาท ต่อครึ่งชั่วโมง (จำไม่แม่นเสียแล้ว) แต่ไม่ได้นั่งหรอก เพราะไม่มีเวลาพอ ใช้เวลาไปเดินชมร้านค้าและสถาปัตยกรรมอื่นๆ แทน 
เปรียบเทียบน้ำในคลอง กับน้ำนอกคลอง (รูปบนกับรูปล่าง) 
สะพานนี้มีชื่อเสียงและเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมสะพานโค้งที่สร้างเชื่อมระหว่างอาคารจะถูกเรียกว่า Bridge of Sighs ซึ่งยังมีอีกหลายสะพาน เช่น Bridge of Sighs-Oxford. Bridge of Sighs-Cambridge Bridge of Sighs-Oxford
 Bridge of Sighs-Cambridge 
ทำไมสะพานต้องร้องไห้ หรือใครไปร้องไห้บนสะพาน "สะพานร้องไห้" คนไทยหลายคน รวมทั้งคนโทใส่น้ำ คงเพิ่งได้ยินก็ตอนนี้กระมัง 
"สะพานร้องไห้" มีชื่อเป็นทางการว่า "สะพานมหาดไทยอุทิศ" เป็นสะพานที่อยู่บนถนนบริพัตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ข้ามคลองมหานาคตรงบริเวณที่พบกันระหว่างคลองมหานาคกับคลองรอบกรุงหรือคลองโอ่งอ่าง-บางลำพู มาเชื่อมกับถนนดำรงรักษ์และถนนหลานหลวง รวมทั้งถนนราชดำเนิน 
การก่อสร้างสะพานมหาดไทยอุทิศเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อให้การสัญจรไปมาสะดวกขึ้นเนื่องจากบริเวณนี้เป็นที่รวมของถนนหลายสาย แต่เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยร่วมกับข้าราชการของกระทรวงทั่วประเทศร่วมกันบริจาคค่าก่อสร้าง ซึ่งรวมเงินได้ 41,241 บาท 61 สตางค์ มอบให้กรมสุขาภิบาลเป็นผู้สร้าง สิ้นค่าก่อสร้างไปทั้งสิ้น 57,053 บาท 29 สตางค์ ส่วนที่เกินทรงโปรดเกล้าให้กรมสุขาภิบาลออกเงินสมทบ โดยเปิดใช้เป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานนามสะพานมหาดไทยอุทิศและโปรดเกล้าให้กรมสุขาภิบาลทำหุ่นจำลองตัวสะพานไปตั้งถวายในงานพระราชทานเพลิงพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย 
สะพานมหาดไทยอุทิศ มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบยุโรปและก่อสร้างตามวิธีสมัยใหม่ กลางราวสะพานด้านขวามีภาพประติมากรรมนูนต่ำเป็นรูปสตรีอุ้มเด็ก ในมือมีช่อดอกซ่อนกลิ่น ด้านซ้ายเป็นรูปผู้ชายยืนจับไหล่ของเด็ก เหล่าประติมากรรมดังกล่าวเป็นภาพที่แสดงออกถึงความโศรกเศร้าอาลัยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เป็นอย่างดี 

ข้อมูลสะพานร้องไห้ จากไทยวิกิพิเดีย ส่วนภาพสะพานร้องไห้ เป็นลิขสิทธิ์ของ Thaagoon@hotmail.com
|