| ป้ายนี้แจกฟรี | ||
หยุด..สัมปทานอุทยานแห่งชาติ |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
14.5.04 เมื่อครั้งไปดูงานที่ดึสเซลดอร์ฟ (Düsseldorf) เยอรมนี เป็นช่วงที่โรงแรมในดึสเซลดอร์ฟเต็มหมด คณะดูงานต้องนั่งรถเกือบ 110 ก.ม. (ประมาณหนึ่งชั่วโมง) มานอนที่เมืองมาสตริกช์ (Maastricht) เช้าก็นั่งรถกลับไปดูงานใหม่อีกรอบ สรุปว่าได้นอนที่ Novotel Masstricht เสียสองคืน
(ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนอำลาดึสเซลดอร์ฟ ย่านแหล่งช้อปปิ้ง ผู้คนเบียดเสียด ครึกครื้น)
Maastricht เป็นเมืองหลวงของจังหวัด Limburg อยู่ทางตอนใต้ ติดกับเบลเยี่ยมและเยอรมันนี เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดอีกเมืองหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Maas สร้างโดยชาวโรมันเมื่อ 2050 ปีที่แล้ว
บรรยากาศของ masstricht สวยงาม สงบเงียบ อากาศก็สดชื่นมาก น่าอยู่จริงๆ อาจจะเป็นเพราะเราเห็นแต่เมืองในช่วงเช้าและค่ำเท่านั้น เลยไม่ได้เห็นความพลุกพล่าน เมืองนี้ได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์ในปี 2005 ด้วย
(รีบตื่นแต่เช้ามาเดินถ่ายรูป ถนนว่าง สะอาด ร่มรื่น)
(มีต้นไม้ ดอกไม้ ตลอดทาง)
(ตรงนี้เหมือนที่นั่งพัก อยู่ริมทาง มีรูปปั้นผู้หญิงอุ้มเด็กอยู่ด้วย)
(ทายไม่ถูกแน่เลย ว่าเป็นร้านขายยา ตกแต่งสวยมาก ต้องมีใบสั่งยาจากหมอถึงมาซื้อได้ แต่เขาไม่ให้เข้าร้านนะ)
(นอนที่โนโวเทล บางนา เฮ๊ย ที่นี่สองคืน เปิดหน้าต่างนอนรับอากาศบริสุทธิ์และหนาวนิดๆ)
(แอคชั่นก่อนอำลา Masstricht) เสร็จจากดูงานคณะของเราก็แปลงกายเป็นคณะท่องเที่ยวทันที จุดแรกที่จะไปก็คือเมืองไฮเดลเบิร์ก ซึ่งจุดขายของการท่องเที่ยวก็คือปราสาทไฮเดลเบิร์ก (Heidelberg Castle) ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองใหญ่ศูนย์กลางการศึกษาของเยอรมนี ที่มีนักศึกษากว่า 30,000 คน เป็นเมืองที่แสดงความเป็นตัวตนของความเป็นเยอรมันโรแมนติกได้ดีที่สุด สถานที่ตั้งอยู่บนชายป่าโอเดนวาลด์ ที่ซึ่งแม่น้ำเนคการ์ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ทางตอนใต้ไปอีก 20 ก.ม.ที่มานน์ไฮม์ และตัวเมืองตั้งเด่นเป็นตระง่านอยู่บนเนินริมฝั่งแม่น้ำ ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของโกธิคสมัยกลาง เคยถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าทำลายเมื่อปีค.ศ 1689 และปีค.ศ 1693 และเป็นเมืองพระราชสมภพของล้นเกล้ารัชกาลที่ 8 ด้วย
(ประตูตรงเชิงสะพานข้ามแม่น้ำเนคการ์)
(ย่านนี้มีร้านอาหารไทย ที่ทำต้มยำกุ้งและไข่เจียวเหมือนเมืองไทยมาก ตอนนั้นยังไม่มีบล็อกก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปอาหาร กับจานเปล่าที่ถูกฟาดเสียเรียบมาให้ดูกันตามธรรมเนียม 555)
(น้ำในแม่น้ำเนคการ์ ใสสะอาด สงบนิ่ง น่ากระโดดลงไปว่ายเหลือเกิน ส่วนเรือลำนี้ก็เล็งอยู่ว่าจะผ่านฝายที่อยู่ข้างหน้าไปได้อย่างไร ก็คงต้องรอปรับระดับน้ำสองด้านของฝายให้เท่ากัน...แต่วิธีไหนล่ะ) ในภาพรวมไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองขนาดเล็ก มีประชากรเพียง 141,000 คน เขตเมืองใหม่อยู่ทางตะวันตกแถวๆสถานีรถไฟ ไฮเดลเบิร์กมีชื่อเสียงด้านแท่นพิมพ์ออฟเซต แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีความสำคัญกับเศรษฐกิจมากที่สุด มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของเยอรมนีก็อยู่ที่นี่ นั่นคือ มหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์ก ที่ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1386 ในเขตเมืองเก่านั่นเอง
(ปราสาทเห็นอยู่เบื้องหลังนั่นไง ดูเหมือนใกล้ๆ แต่นั่งรถขึ้นไปหลายนาทีอยู่เหมือนกัน) ปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาถัดจากฝั่งแม่น้ำขึ้นไป 200 เมตร มีชื่อเสียงเป็นปราสาทยุคกลาง หนึ่งใน 7 ปราสาทที่งดงามที่สุดในโลก เมื่อมองจากระเบียงปราสาทจะเห็นวิวเมืองและแม่น้ำเนคการ์ที่สงบสวยงาม ที่นี่มีป้อมปราการ มีห้องพิพิธภัณฑ์ยาสมุนไพร มีห้องเก็บถังไวน์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือ Great Barrel สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1751 ถังไวน์ยักษ์นี้ทำจากไม้โอ๊คและบรรจุไวน์ได้ถึง 228,000 ลิตร! แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับถังยักษ์นี้คือการที่มันรั่วและต้องซ่อมแซมกันหลายครั้ง ในที่สุดก็เลิกใช้งานไป แต่เก็บรักษาไว้ให้นักท่องเที่ยวมาชม
(อดีตเจ้านาย ยืนยิ้มแฉ่งอยู่หน้าปราสาท)
(ถังไวน์ยักษ์ เคยอ่านพบว่ามีอีกเมืองหนึ่งก็อ้างว่าใหญ่ที่สุดในโลก ช่างมัน เราสนใจไวน์ที่อยู่ในขวด แล้วดื่มได้มากกว่า) Z (ป้อมตรงระเบียงปราสาท สามารถมองเห็นได้ทั้งเมือง ซึ่งสวยงามมาก เสียดายไม่มี Bird eyes lens)
(มุมนี้พยายามมาโฟกัสฝายในแม่น้ำ จะดูว่าเรือผ่านได้อย่างไร)
ประตูคืนเดียว หรือ Elizabeth's Arch ที่อ่านเจอในเว็บว่ามีชื่อเสียงในด้าน "พลังแห่งความรัก" Prince Elector Frederic V มีบัญชาให้สร้างให้เสร็จภายในคืนเดียว เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด Princess Elizabeth Stuart ผู้เป็นภรรยา...เพิ่งมารู้ตอนค้นหาข้อมูลนี่แหละ ตอนที่ไปกำลังซ่อมอยู่ เลยไม่มีใครพูดถึง คราวหน้าจะพาท่านสู่ The Romantic Road เส้นทางที่ว่ากันว่าโรแมนติกที่สุดในยุโรป |