| My King | ||
Thai Royal Anthem |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
18.5.04 จูบสุดท้าย...จูบลาเยอรมัน เส้นทางสายโรแมนติก Romantic Road หรือ Ramantische Strasse เป็นเส้นทางเดินทัพของโรมันในสมัยโบราณ แต่มามีชื่อเสียงว่าเป็น "เส้นทางสายโรแมนติก" เพราะราวๆ ปี 1950 กลุ่มทหารอเมริกันที่เข้ามาประจำการในเยอรมนี ได้พาครอบครัวท่องเที่ยวในเส้นทางตั้งแต่วูซเบิร์ก(Wurzburg) แล้วเลาะลงใต้ผ่านเมืองสวยงามหลายแห่ง มาสิ้นสุดที่เมืองฟึสเซ่น (Fussen) หลังจากนั้นชื่อเสียงของเส้นทางสายนี้ก็ขจรขจายไปทั่วยุโรปและทั่วโลก จนกระทั่งปัจจุบันประเทศต่างๆ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ก็โปรโมทเส้นทางสายโรแมนติกของตัวเองขึ้นมาเป็นจุดขายการท่องเที่ยวในประเทศด้วย เมืองไทยน่าจะจับจุดแบบนี้มาโปรโมทขายบ้างเนอะ เช่น เส้นทางสายวัง (กรุงเทพ-อยุธยา-ลพบุรี-สุโขทัย) เส้นทางสายพระธาตุ (น่าน-ลำพูน-ลำปาง-เชียงใหม่) เส้นทางสายทะเล ฯลฯ
เส้นทางสายโรแมนติกเริ่มจาก Wurzburg - Tauberbischofsheim - Lauda-Konigshofen - Bad Mergentheim - Weikersheim - Rottingen - Creglingen - Rothenburg ob der Tauber - Schillingsfürst - Feuchtwangen - Dinkelsbuhl - Wallerstein - Nordlingen - Harburg - Donauworth - Augsburg - Friedberg - Kaufering - Landsberg am Lech - Hohenfurch - Schongau - Peiting - Rottenbuch - Wildsteig - Steingaden and Wieskirche - Halblech - Schwangau, Neuschwanstein and Hohenschwangau และสิ้นสุดที่เมือง Fussen
ถ่ายจากหน้าต่างห้องพักในโรงแรม Treff Luitpoldpark Fussen Fussen เมืองฟึสเซ่นหรือที่คนไทยเรียกเป็นฟูเซ่น เป็นเมืองเล็กๆ ในรัฐบาวาเรีย อยู่ทางตอนใต้ของเยอรมนี ห่างจากชายแดนออสเตรียแค่ 5 ก.ม. มีพื้นที่แค่ 43.52 ตร.ก.ม. แต่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 800 เมตรและมีประชากรไม่ถึง 15,000 คน เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Lech เมืองนี้มีชื่อเสียงตอนที่ริชาร์ด วากเนอร์ นักประพันธ์-นักดนตรีที่มีชื่อเสียงของเยอรมัน เข้าเฝ้าพระเจ้าลุควิกที่ 2 และเมืองนี้ปรากฎในภาพยนตร์เรื่อง The Great Escape อันโด่งดังที่พระเอกสตีฟ แมคควีน ขี่มอเตอร์ไซด์ไปทั่วเมืองนี้ด้วย
เมืองไม่ค่อยพลุกพล่าน
อาคารสีสวยๆ ทั้งนั้นเลย ฟึสเซ่นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเยอรมนีเก่าแก่นับพันปี ย้อนไปไกลถึงสมัยอัศวิน ตัวเมืองสวยคลาสสิค ตึกรามบ้านช่องทาสีขาวหรือสีพาสเทล สวยสดใสกระจายอยู่ทั่วไปมีน้ำไหลลัดเลาะผ่านไปข้างเมือง และมีภูเขาสูงเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นปลายทางของถนนที่มีชื่อว่า "เส้นทางสายโรแมนติก" ซึ่งเริ่มจากเมือง วืร์ซบวร์ก (Wurzburg) ไกลขึ้นไปทางเหนือลงมาสู่ทางใต้ และสิ้นสุดลงที่เมืองฟืสเซ่น ที่ได้รับฉายาว่า village of the king's castles เพราะเป็นที่ตั้งของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein) และ โฮเฮนชวานเกา (Hohenschwangau) ปราสาทสีขาวและสีเหลืองที่โด่งดังคู่กันมา เป็นที่รู้จักของชาวโลกมาช้านาน รวมทั้งทะเลสาบ Forggensee ที่ขุดขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วมด้วย
มองไปมุมไหนก็สวยไปหมด โรแมนติกสมชื่อ ฟึสเซ่นสมัยก่อนโด่งดังเพราะศิลปะการทำไวโอลินของชาวเยอรมนีนั้นเริ่มต้นมาจากเมืองนี้ ในระยะแรกนั้นช่างทำไวโอลิน ก็จะเป็นช่างทำ ลุทธ์ (lute) และ กัมบา (gamba) อีกด้วย เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายเหมือนกัน คำว่า ลุทธ์ (lute) นี่เองที่เป็นต้นกำเนิดของคำว่า ลุททิเยร์ (luthier) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกช่างทำไวโอลินในปัจจุบัน และในเมืองนี้ก็ยังมีการทำไวโอลินสืบกันมาไม่ขาดสายจนกระทั่งทุกวันนี้
ร้านค้าก็ทาสี ตกแต่ง สวยงามสุดๆ
คนโทใส่น้ำมาถึงฟึสเซ่นช่วงเย็นๆ และค้างที่นี่แค่คืนเดียว ตอนเช้าก็จะเดินทางต่อไปยังเมืองอินน์บรูค ออสเตรีย ที่ตอนนี้เป็นสถานที่แข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 ด้วย ดังนั้นจึงไม่ได้เที่ยวเมืองนี้อย่างทั่วถึง ไม่ได้ไปเที่ยวแม้กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างปราสาทนอยชวานสไตน์ แต่ก็ขอรวบรวมรายละเอียดมารวมไว้ที่เอนทรีนี้ด้วย
ธนาคารคนจน 555 น่าเอาเงินไปฝากจริงๆ เพราะให้บรรยากาศไม่ดูดเลือด
มองผ่านหน้าต่างธนาคาร เห็นรูปวาดข้างใน
หันหลังไปดู นี่ไง วิวที่อยู่ในรูปวาดของธนาคาร ตำนานแห่งหงส์ขาวในป่าใหญ่ เยอรมนีในช่วงสิ้นศตวรรษที่ 18 นั้น ไม่ได้เป็นทั้งจักรวรรดิหรือประเทศที่รวมกันแต่อย่างใด หากเป็นแค่รัฐที่อยู่อย่างกระจัดกระจายกันถึง 350 รัฐ และรัฐต่างๆ มีกษัตริย์ปกครอง สำหรับรัฐที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงโด่งดังคือ บาวาเรีย มีเมืองหลวงคือ "มึนเช่น"หรือ "มิวนิค"นั่นเอง ปกครองโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ "วิทเทลสบาค" องค์ปฐมกษัตริย์คือพระจ้าแมกซิมิเลียนที่ 1 ถัดมาคือพระเจ้าลุควิกที่ 1, แมกซิมิเลียนที่ 2 และลุควิกที่ 2 และเจ้าชายรูปงามนามลุควิกที่ 2 นี่แหละเป็นผู้เนรมิตความฝันของตัวเองขึ้นมาเป็น นอยชวานสไตน์ ที่มีความหมายในภาษาอังกฤษว่า New Swan Stone
นอยชวานสไตน์ ปราสาทในฝัน แม้สถานที่ประสูติของพระองค์คือพระราชวังนิมเฟนบูร์ก แต่ในวัยเยาว์ ช่วงฤดูร้อนพระองค์จะใช้ชีวิตอยู่ที่ปราสาทสีเหลืองมัสตาดนามโฮเฮนชวานเกาเป็นส่วนใหญ่ และได้ทรงพบกับริชาร์ด วากเนอร์ คีตกวีที่พระองค์ทรงชื่นชอบผลงานและมีอิทธิพลทางความคิดของพระองค์อย่างมาก ว่ากันว่านอยชวานสไตน์คือ "วิหาร" แห่งอุปรากรเรื่อง Tristan and Isodoe, Lohengrin, Tannhauser และ Die Meistersinger ซึ่งแต่งโดยริชาร์ด วากเนอร์นี่เอง เพราะภาพวาดบนผนังหลายต่อหลายที่ เป็นเรื่องราวที่ตัดตอน มาจากตอนหนึ่งตอนใดในอุปรากรเหล่านี้ ทรงเปรียบนอยชวานสไตน์เป็นเหมือนปราสาท Mont Salvant ในตำนานการค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ ของบรรดาอัศวินในยุคกลางก่อนหน้านี้พระเยซูจะถูกจับไปตรึงกางเขน
โฮเฮนชวานเกา ปราสาทสีเหลืองมัสตาด ที่พระเจ้าลุควิกที่ 2 ใช้ชีวิตอยู่ในวัยเยาว์
ดิสนีย์แลนด์ได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทนอยชวานสไตน์ พระเจ้าลุควิกที่ 2 ทรงคลั่งไคล้เรื่องราวของจอกศักดิ์สิทธิ์นี้มาก ภาพตำนานอัศวินโลเฮนกริน (Lohengrin) ที่วาดบนผนังปราสาทโฮเฮนชวานเกา ซึ่งทรงเห็นมาตั้งแต่เด็กและประทับใจมาก ก็เป็นสาเหตุสำคัญของแรงบันดาลใจที่จะสร้างนอยชวานสไตน์บนทำเลเชิงเขาแอลป์ที่ไกลออกไปจากโฮเฮนชวานเกาไม่มากนัก อาณาบริเวณที่ตั้งสวยงาม ภูมิประเทศมีลักษณะเหมือนหุบเขาลาดลงไปเป็นทะเลสาบ สงบงาม มีผู้ตั้งฉายาให้พระองค์ว่า "กษัตริย์วิปลาส" จากการบ้าสร้างปราสาท ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปมากมายเพราะนอกจากนอยชวานสไตน์แล้วยังมีปราสาทลินเดอร์ฮอฟที่งามวิจิตรด้วย แต่นอยชวานสไตน์สร้างชื่อเสียงให้พระองค์มากที่สุด นักท่องเที่ยวนิยมสูงสุด ทั้งๆ ที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะพระองค์ด่วนสิ้นพระชนม์ไปอย่างมีเงื่อนงำด้วยวัยเพียง 40 กว่าชันษา ชาวบาวาเรียยุคนั้นถึงกับกล่าวว่า "พระเจ้าทรงกลั่นแกล้ง ที่ส่งศิลปินมาปกครองพวกเขา" เพราะวันๆ เจ้าชายรูปงาม ทรงอยู่กับความฝัน ไม่สนใจราชการงานเมือง แต่แล้วมาถึงวันนี้กลายเป็นว่าชาวเยอรมันกลายเป็นหนี้บุญคุณพระองค์ท่านเพราะผลงานอันลือลั่นนี้ นำเงินมาสู่ประเทศมากมายเหลือคณานับ เกินกว่าค่าก่อสร้างอย่างไม่อาจเทียบได้
ป้ายบอกทางขึ้นปราสาททั้งสองแห่ง มีทั้งรถ รถม้า หรือจะเดินขึ้นไปเองก็ได้
ป้ายบอกทางไปจุดชมวิวปราสาท นอยชวานสไตน์เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่า เป็นปราสาทดิสนีย์แลนด์ บางคนนึกถึงปราสาทก็อาจจะคิดถึงซากปราสาทเก่าๆ โทรมๆ เหมือนปราสาททั่วไปในยุโรปที่เป็นที่พักของกษัตริย์ หรืออัศวินโบราณ แต่จริงๆแล้ว ที่นี่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีนี้เอง ปราสาทแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตมาก จึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมไม่ครบทุกห้อง พระเจ้าลุควิกที่ 2 เป็นโอรสของกษัตริย์ของพระเจ้าแมกชิมิเลี่ยนที่ 2 เริ่มสร้างปราสาทนี้ ในปี 1868 พระเจ้าลุดวิก ทุ่มเงินมหาศาลจากท้องพระคลังสร้างและตกแต่งโดยใช้เวลาถึง 17 ปี แต่พระองค์เอง ก็ไม่ค่อยสนใจบริหารกิจการของบ้านเมืองมากเท่าที่ควร เลยถูกข้าราชบริพารคุมตัวไว้ และแพทย์หลวงก็แถลงการณ์ว่า พระองค์ทรงวิกลจริต ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ และถูกควบคุมตัวไว้ เช้าวันรุ่งขึ้นก็พบพระศพ ซึ่งข้อเท็จจริงก็ไม่รู้ว่าทรงถูกลอบปลงพระชนม์หรือเปล่า
บนสะพานแขวนนั่นคือจุดที่เห็นปราสาทสวยที่สุด ใครกลัวความสูงคงหมดสิทธิ์ ปราสาทนอยส์ชวานสไตน์ได้รับการเสนอชื่อเป็น 1 ใน 14 แห่งรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายในสิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ ในหมวด มหัศจรรย์ จินตนาการ (Fantasy, Imagination) ด้วย
วิวบริเวณทะเลสาบ Forggensee สวย สดชื่น จากเมืองสุดท้ายปลายทางสายโรแมนติกแห่งเยอรมัน คราวต่อไปจะพาไปเที่ยวอินน์บรูค เล่นสกี ชิมหิมะร้อนๆ เอ๊ย เย็นๆ |