• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontosainam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-16
  • จำนวนเรื่อง : 269
  • จำนวนผู้ชม : 105566
  • จำนวนผู้โหวต : 935
  • ส่ง msg :
วันอาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม 2551
แฟชั่น กลืนจ้อทั้งลูก กำลังระบาด
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 440 , 09:06:41 น.   | หมวดหมู่ : ห้องสมุด (library)  
พิมพ์หน้านี้


กาลก่อน มีหมอคนหนึ่งกล่าวต่อผู้คนว่า การกินผลสาลี่ดิบนั้นมีประโยชน์ต่อฟันมาก แต่ถ้ากินเข้าไปมากๆ จะเป็นผลร้ายต่อม้ามได้ ส่วนการกินลูกจ้อนั้น มีประโยชน์ต่อม้าม แต่กลับไม่เป็นผลดีต่อฟัน

มีกระทาชายหนึ่งทำเป็นอวดฉลาด เมื่อได้ยินหมอพูดเช่นนี้ก็รีบกล่าวต่อคนข้างเคียงว่า "ข้านั้นกลับมีวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าใช้วิธีของข้า ก็จะสามารถรับประโยชน์ของผลสาลี่ดิบและลูกจ้อที่มีต่อสุขภาพของคนเราได้ และยังสามารถหลีกเี่ลี่ยงผลที่ไม่ดีด้วย"

หมอได้ยินคำพูดของชายผู้นี้ก็รู้สึกแปลกใจ จึงขอให้เขาช่วยบอกวิธีการที่ว่านี้ ชายผู้นี้จึงพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า"วิธีการที่ดีก็คือ เวลากินผลสาลี่ดิบก็ใช้ฟันเคี้ยวอย่างเดียว แต่ไม่ต้องกลืนเข้าไปในท้อง การทำเช่นนี้ก็จะมีประโยชน์กับฟัน และก็ไม่เป็นผลเสียต่อม้าม ส่วนเวลากินลูกจ้อ ข้าก็ไม่ใช้ฟันเคี้ยว หากจะกลืนลงท้องไปทั้งลูก นี่มิใช่จะเกิดประโยชน์ตาอม้ามดอกหรือ และก็ไม่ส่งผลเสียต่อฟันด้วย"

ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นฟังคำพูดของกระทาชายผู้นี้แล้ว ต่างหัวเราะขบขัน มีคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นว่า"การที่ท่านกินผลสาลี่ดิบเอาแต่เคี้ยวโดยไม่กลืนนั้น นี่ยังพอไหว แต่การกินลูกจ้อโดยไม่เคี้ยว กลืนเข้าไปทั้งลูกนั้น คงมีความยากลำบากมาก ท่านกลืนลูกจ้อเข้าไปทั้งลูกเช่นนี้ กระเพาะและลำไส้คงพังแน่?"

ต่อมาภายหลังผู้คนได้ผูกสำนวนจากนิทานเรื่องนี้ขึ้นว่า "กลืนลูกจ้อทั้งลูก" สำนวนนี้ ภาษาจีนอ่านว่า "หู หลุน ทุน จ่าว" คำว่า "หู หลุน" มีความหมายว่าทั้งหมด ทั้งลูก คือการกลืนลูกจ้อลงไปทั้งลูก แม้แต่เม็ดก็ไม่คายออก เคี้ยวก็ไม่เคี้ยว อันเป็นการใช้มาอุปมาถึงด้านการศึกษาเล่าเรียนว่าไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ สักแต่ท่องอ่านตามตำราเท่านั้น ซึ่งเปรียบไปก็ประหนึ่งกินของไม่เคี้ยวให้ละเอียด ไม่รู้รสชาติและก็ไม่ย่อย ไม่สามารถรับไว้ได้ เหมือนกับการยกมาทั้งกระบิ หรือกลืนเข้าไปทั้งดุ้น เข้าทำนองที่สำนวนไทนว่า"เถรส่องบาตร"* คือทำตามอย่างด้วยโง่เซ่อ ไม่คิด.

(ที่มา thai.cri.cn/1/2008/04/08/21@122215.htm)

บางท่านอาจจะเคยได้ยินสำนวนไทยว่า "เถรส่องบาตร"

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "ลัทธิเถรส่องบาตร" ว่า

นานมาแล้วมีพระเถระรูปหนึ่งเป็นสมภารวัดปกครองพระเณรมากเป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ตามปกติพระคุณเจ้ารูปนี้ถือการบิณฑบาตเป็นวัตร จะเป็นด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบ บาตรที่ท่านอุ้มออกบิณฑบาตเป็นวัตรเป็นประจำทุกวันเกิดร้าวขึ้น ท่านมีความประสงค์จะเปลี่ยนบาตรใหม่ แต่ก็ยังเปลี่ยนไม่ได้เพราะบาตรในสมัยนั้นแพงมาก ซื้อเปลี่ยนเอาเองไม่ได้เพราะไม่มีวัตถุแลกเปลี่ยน ญาติและปวารณาก็ไม่มี ครั้นจะขอบาตรใหม่จากคฤหัสถ์ก็ยังขอไม่ได้ เพราะในพระวินัยสิกขาบทที่สองแห่งปัตตวรรคมีบัญญัติไว้ว่า ภิกษุมีบาตรร้าวยังไม่พึงสิบนิ้ว ขอบาตรใหม่จากคฤหัสถ์ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ปวารณาได้มา ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์

ดังนั้น หลังบิณฑบาตและฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว ท่านยกบาตรขึ้นส่องดูรอยร้าวทุกวัน เพื่อจะได้รู้ว่ามันร้าวไปกี่นิ้วแล้ว ครบสิบนิ้วหรือยัง จะได้ขอบาตรเขาใหม่

พระลูกวัดไม่ทราบเหตุผลต้นปลาย พากันคิดเอาเองว่า พระฉันเสร็จแล้วต้องส่องบาตร เลยพากันส่องบาตรทั้งวัด วัดอื่นไม่รู้เหนือรู้ใต้ เห็นวัดนี้ส่องบาตร วัดของเราก็ต้องส่องบาตรบ้าง เลยส่องกันใหญ่ ลัทธิผู้น้อยเอาอย่างผู้ใหญ่หรือลูกปูเดินเหมือนแม่ปูนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา หรือเป็นกฎธรรมดาทีเดียว

คติอันเป็นสาระที่ได้จากเรื่องนี้ คือ การกระทำอะไรโดยไม่สอบถามให้รู้จริงหรือกระทำไปโดยเข้าใจผิด ย่อมเสียเวลาและเสียแรงเปล่า ไม่บังเกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย เหมือนพระส่องบาตรตามกันไปในเรื่องนี้

(ที่มา www.dhammathai.org/dhammastory/story41.php )

บันทึกเรื่องนี้ ณ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๑

ในห้วงเวลาที่มีผู้นิยมกลืนจ้อทั้งลูกหรือส่องบาตรอยู่มากหลาย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44
sat11 วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

คห.40 ไมเขียนพุทราแบบนั่นง่ะ

อย่าด่าเค้าเลยนะคะ หนูด่าแทนแล้ว
ความคิดเห็นที่ 43
ย่าดา วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 09.58 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เคยได้ยินสำนวนเถรส่องบาตรมานานแล้ว เพิ่งทราบความหมายจากเอ็นทรี่นี้เอง ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 42
officemom วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 09.27 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ตกลงได้ไปดู hancock แล้วยังเอ่ย
ความคิดเห็นที่ 41
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 14/07/2008 เวลา : 07.13 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

ความคิดเห็นที่ 40
sat11 วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 23.39 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

พุทธรา(จ้อ)มันไม่ดีกับฟันจริงๆค่ะ ขอยืนยัน
เคยกินแล้วฟันแตกบิ่นเลยค่ะ
ต้องไปครอบฟันด้วยอายหมอง่า ฟันแตกเพราะกินพุทธรา
ความคิดเห็นที่ 39
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 21.47 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2


อีหนูอาราเร่

จ้อ (แต้จิ๋ว) จ่าว (จีนกลาง) แปลว่า ผลพุทรา

ห่อย คำเต็มคือ ห่อยอิ๊ คือเนื้อปู
จ้อ, จ๊อ คำเต็มคือ จ่อเท่า คือ ส่วนที่ติดกับหัวหมู ก็สันคอหมูนั่นเอง
ห่อยจ๊อ คือเนื้อปูผสมสันคอหมู (ของร้านสุพรชัย หนองมน อร่อยมาก..ขอบอก)
น่าตลกที่มีไก่จ๊อ กุ้งจ๊อ หมึกจ๊อ ยิ่งอาหารอิสลามแล้วยังคงคำว่าจ๊อ..ถ้ารู้..เค้าจะกินกันมั้ยเนี่ย

อีกคำนึง "หอยจ้อ" คนอิสานเขาเรียกพวกหอยที่อยู่ใกล้ๆ (จ้อ แปลว่า ใกล้) ไม่รู้โดนคนอิสานอำหรือเปล่า แต่คนกรุงเทพเรียกหอยจ้อว่าหอยพูดได้ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 38
Ch.Minivet วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

เพิ่งได้อ่าน ได้ยินสำนวนไทยนี่ค่ะ ..

จริงๆ น้า ..
ความคิดเห็นที่ 37
beckyblooms วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 21.24 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

แล้วลูกจ้อ กับ..หอยจ้อเนี่ย..จ้อมันมีนนิ่งเดียวกันป่าว..เปล่ากวนตีน อยากรู้จริงๆ..
ความคิดเห็นที่ 36
beckyblooms วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 21.22 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

แล้วทำไมต้องเป็น เถร อ่ะคะ.. ทำไมไม่เป็นเถระ..ทำไม..ทำไม..
ความคิดเห็นที่ 35
ปอจู วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/Paojoo1974
มีไม่กี่ชาติบนโลกใบนี้ที่มีภาษา (พูดและเขียน) เป็นของตัวเองและเราคือหนึ่งในนั้น...ภูมิใจมั้ยคะ...?? (ชมรมรักษ์ภาษาไทย)


สวัสดีค่ะ.....คุณคนโท..

ปอจูไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนมา..
คำว่า "เถรส่องบาตร"
เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินค่ะ...เชยมั้ยอ๊ะ.....??
ปอจูถึงต้องเข้ามาเรียนรู้ในนี้ไงคะ.....??
แหล่งรวมความรู้นานาชนิด...จากเพื่อน ๆ บล็อกเกอร์ใจดี...ชอบแบ่งปัน..

ป.ล.. ต้องชวนคุยเยอะ ๆ จะได้ลืมว่า...ปอจูเชยอะ..

ความคิดเห็นที่ 34
เจริญขวัญ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 20.34 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

ตอนแรกนึกว่า ลูกท้อ กับลูกจ้อเป็นแบบเดียวกัน

พออ่านไล่ๆ มา อ้อ ไม่ใช่ลูกเดียวกัน

อ่านแล้ว นึกไปถึงเรื่องพระที่ใช้ลูกศิษย์วัดไปดูลูกหมาใต้ถุน


เด็กวัดต้องไปตั้งหลายหนกว่าจะได้ความ

เคยได้ยินไหมคะ

ส่วนที่คุณถามเรื่องร้านจั๊ว


เก่าเก็บจริงๆ ด้วย แต่ยังใช้ได้เสมอ

"จบปริญญาตรีหมาดๆ....ต้องย้อนหลังนานมั้ยเอ่ย ตั้งแต่ร้านจั๊วยังเป็นร้านเก่าหรือเปล่า"

มาตอบว่า ร้านจั๊วะนี่เป็นอีกร้านนึงที่ต้องแวะกินข้าวตอนเช้า ก่อนเดินเข้าคณะ ถ้าไม่ไปร้านจั๊วะก็ไปร้านศรี ข้างในท่าพระจันทร์

หลังๆ เลิกกินข้าวร้านจั๊วะตั้งแค่เจอหนอนในผัดสะตอ

แต่ร้านจั๊วะสมัยก่อนนี่ นับว่าเป็นร้านน่านั่งแหละ เพราะอยู่บนโป๊ะ ริมน้ำ


ดิฉันก็เป็นศิษย์เก่ามหาลัยแถวนั้นแหละค่ะ เดินไปเดินมา

หาของกินอร่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 33
ชาลี วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 18.59 น.
http://www.oknation.net/blog/chaleejang
This land taught me the value of life.


มาเจิมตอนทุ่มนุงล่ะ ป๊ะป๋า คริ คริ

"นู๋ลี"
ความคิดเห็นที่ 32
เอื้อยนาง วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 16.35 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

ลูกจ้อเป็นอย่างไรหรือคะ
อยากรู้น่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
kaikhong วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 16.01 น.
http://www.oknation.net/blog/kaikhong

คติอันเป็นสาระที่ได้จากเรื่องนี้ คือ การกระทำอะไรโดยไม่สอบถามให้รู้จริงหรือกระทำไปโดยเข้าใจผิด ย่อมเสียเวลาและเสียแรงเปล่า ไม่บังเกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย เหมือน

http://www.oknation.net/blog/kaikhong/2008/07/06/entry-1
ความคิดเห็นที่ 30
roselobster วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 15.18 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก "  ♥♥♥♥¯`°• กุ้งกุหลาบ °´¯♥♥♥♥°        ขอเธอจงหยัดสู้อย่างทรนงเพื่อยืนยงดั่งดาว-พราวนภา


งั้นมาเจี๊ยบ..ตอนบ่ายสามโมงอีกครั้งค่ะป๋า
ความคิดเห็นที่ 29
naitiwa วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

สวัสดีครับ
อ่า...

ตกขบวน
ขอกลืนด้วยคน ก่อนที่จะไม่มีอะไรให้กลืน

แหะ แหะ
สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 28
ew*-* วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 13.53 น.
http://www.oknation.net/blog/witita
-=-// คณะทำงาน.......ก่อการดี ๆ วันนี้เสนอ "ส.ค.ส. ชุด เมื่อพู่กัน จะปั่นป่า" ที่นี่ แห่งนี้นะจ๊ะhttp://www.oknation.net/blog/witita/2008/11/10/entry-1//=-= 


ติดกระเดือกค่ะ หนูยังไม่ได้ผ่า
ความคิดเห็นที่ 27
pukpik วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 12.47 น.
http://www.oknation.net/blog/pukpik
My  name's  PP.. 

ไม่รู้จักจ้อ

แต่แซ่บซึ้ง
ความคิดเห็นที่ 26
mookie วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING

สาธุ....

คลานเข่าเข้ามารับธรรมะวันอาทิตย์....

ความคิดเห็นที่ 25
chompoopookha วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 12.05 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

จะว่าง่าวมั๊ยเนี่ย ลูกจ้อนี่มันเป็นไงอ่ะ...
ความคิดเห็นที่ 24
มะอึก วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 11.40 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

เมื่อเช้านี้ทางช่อง 11
หมักส่องบาตร....อุดรูบาตรรั่ว....
แต่ไม่น่าจะอุดมิด....ครับน้ากล้วย
ความคิดเห็นที่ 23
คนใส่แว่น วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 11.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

ได้ข้อคิด ครับ
ความคิดเห็นที่ 22
Sainam วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam





ความคิดเห็นที่ 21
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.40 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

Je@b

ไม่เอาพิซซ่า งั้นรับหนมจีบซาลาเปามั้ยคร้า
ความคิดเห็นที่ 20
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.40 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

กุ้ง
แกมาเจิมตอนจะเพลเลยนะ
ความคิดเห็นที่ 19
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.39 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

สร้อย
อยู่ติดบ้านด้วยเหรอ
ความคิดเห็นที่ 18
Je@b วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/wujira
The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes.ความลับของความสำเร็จ คือ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง


อ่านและพี่ ... กลืนลูกท้อ .... เอาไว้กันผี (ทะเล) ดีก่าเนอะ ... อีกอย่าง

ตอนนี้อ่ะ ^ - ^ ยังไม่อยากมีลูก ซะด้วยซิ !!!




ขอบคุณนะคะพี่ ที่หาความรู้มาให้อ่านเพิ่มเติม ...

ว่าแต่ ... เพื่อนจะกินลูกอะไรดีกว่า ...

เดี๊ยวขอไปถามเพื่อนก่อนนะ


pizza ไม่เอาแล้วนะคะ .... อิ่ม ....

อ่ะ เอากาแฟมาขอบคุณพี่ค่ะ ^ - ^
ความคิดเห็นที่ 17
roselobster วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก "  ♥♥♥♥¯`°• กุ้งกุหลาบ °´¯♥♥♥♥°        ขอเธอจงหยัดสู้อย่างทรนงเพื่อยืนยงดั่งดาว-พราวนภา


เจิมส์สสสสสสสสสสสสสสสสสส

ความคิดเห็นที่ 16
TheQueenofNostalgia วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.19 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ขอซักลูกสิพี่ ลูกจ้อเนี่ย อยากลองกลืน
ความคิดเห็นที่ 15
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.09 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

Je@b

ลูกจ้อกับลูกท้อ คนละอย่างกันนะ แต่เป็นผลไม้ชื่อมงคลของจีนทั้งคู่ (แต่ของไทย..ท้อ...นี่ไม่ดีเนอะ)

ผลท้อ (เถา) (桃)
ผลท้อหรือโซวเถา แปลว่าผลไม้แห่งความยั่งยืน เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืน บางครั้งก็เรียกว่าเซียนเถา แปลว่าผลไม้แห่งเทพ ในสังคมจีนสมัยโบราณถือว่าต้นท้อเป็นต้นไม้วิเศษ สามารถขจัดภูตผี ปิศาจได้

พุทราจีนและลูกเกาลัด (เจ่า) (หลี้) แต้จิ๋วออกเสียง จ้อ
พุทราจีนนั้นภาษาจีนอ่านว่า เจ่า ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าเจ่าที่มีความหมายว่า เช้า รีบเร่ง สำหรับลูกเกาลัดภาษาจีนอ่านว่าหลี้ ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่าลิ ที่แปลว่าจัดตั้ง มี ดังนั้นพุทราจีนจึงมีความหมายว่า เร็ววัน คำอวยพรที่ว่า เจ่าลิจื่อ ที่แปลว่าให้มีบุตรในเร็ววัน จะมีภาพลูกพุทราอยู่หลายๆลูกและลูกเกาลัดหลายลูกวางเรียงกันอยู่
ความคิดเห็นที่ 14
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.06 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

สวัสดีและขอบคุณ
วัชชา
เฟิงสุ่ย
YAITO
นักรบนักรัก
officemom
redribbons07
เจ้าอารมณ์
hasanai
อาโป
Dogstar
Je@b
ความคิดเห็นที่ 13
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


เถรส่องบาตร ............... หาเลขบอกญาติโยมป่าวพี่
ความคิดเห็นที่ 12
Je@b วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 09.54 น.
http://www.oknation.net/blog/wujira
The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes.ความลับของความสำเร็จ คือ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง


บ้านสีสวยจัง, logo ก็สวย .......

แบบนี้้ต้องชมคนตกแต่งนะเนี่ย ... ^ - ^


ว่าแต่ ... ลูกจ้อ กะ ลูกท้อ เนี่ยมันคล้าย ๆ กันมั้ยพี่ ...

ถ้ากลืนลูกท้อไปแล้ว คนหายท้อ ก็ดีดิเนอะ .....



จะได้ส่งลูกท้อไปให้เพื่อนกลืนซะหน่อย .. ช่วงนี้

เธอท้อแท้บ่อยเหลือเกิน ^ - ^
ความคิดเห็นที่ 11
Dogstar วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 09.50 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

ลึกซึ้งจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
อาโป วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 09.46 น.
http://www.oknation.net/blog/agile

ถ้ากลืนกะท้อนภาคใต้ตอนนี้ผลดก สักนัย อู่ย....คงเจ็บ...แน่แน่

ฮิฮิ

มาเยี่ยมขอรับ
ยังดีที่พระไม่เอาหัวเข้าไปในบาตรน่ะขอรับ
ความคิดเห็นที่ 9
hasanai วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 09.45 น.
http://www.oknation.net/blog/hasanai
หัสนัย #พันตาหมายถึงพระอินทร์

คิดก่อนทำ เห็นอะไรที่มันเกิดขึ้นต้องพินิจให้ถ้วนถี่ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
เจ้าอารมณ์