• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontosainam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-16
  • จำนวนเรื่อง : 270
  • จำนวนผู้ชม : 105589
  • จำนวนผู้โหวต : 935
  • ส่ง msg :
วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม 2551
นกเจ้าโผบิน
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 412 , 12:59:21 น.   | หมวดหมู่ : ห้องแห่งความลับ (diary)  
พิมพ์หน้านี้


ในเอนทรีที่แล้ว

ความเห็นต่างระหว่างฉันและแม่...ฉันจึงเดินออกจากบ้าน

จงใจที่จะเล่าข้ามบางช่วงของชีวิต เพื่อที่จะมาบอกเล่าในเอนทรีนี้

ดวงอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้ว
ฉันเดินไปเดินมาแถวโรงหนังสุริยา
ตัดสินใจกินก๋วยเตี๋ยว หมดไป 10 บาท ยังมีเหรียญเหลือในกระเป๋าอีก 8 บาท 

ก็พออิ่มไปได้อีกมื้อเมื่อท้องได้เติมน้ำเปล่าๆ เพิ่มเข้าไปอีกหลายแก้ว
เดินเตร่ย่านถนนวงเวียนใหญ่ ไปถึงสำเหร่ เดินย้อนกลับมาอีกทีถึงสะพานพุทธ เข้าลาดหญ้า
สุดท้ายก็มานอนที่วงเวียนใหญ่ เพราะไม่เปลี่ยว มีคนนั่งๆ นอนๆ กันเยอะ

พื้นหญ้ายังอุ่นๆ จากไอแดด
แม้นุ่มกว่าเสื่อที่เคยปูนอนบนเตียง แต่ก็ไม่สบายตัว
สองมือประสานแทนหมอนนุ่มๆ ที่บ้าน
ตาก็เพ่งมองดวงดาวที่ดารดาษเกลื่อนฟ้า..มันก็ดวงเดียวกับที่เห็นจากที่บ้าน
ความคิดที่เลื่อนลอย คิดไปต่างๆ นานา

ทุกเรื่องล้วนโยงกลับไปเปรียบเทียบกับที่บ้าน
คิดแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาไม่รู้ตัว

กองทัพยุงบุกมาจนนอนต่อไม่ไหว ต้องลุกขึ้นเอนนั่งพิงต้นไม้
สองมือปัดยุงเป็นพัลวัน
สุดท้ายยอมแพ้ปล่อยให้กองทัพยุงสูบเลือดตามสบาย
แม้ยุงกัดจะน่ารำคาญ แต่เสียงยุงที่บินตอมหน้าตาน่ารำคาญยิ่งกว่า

แม้ยุงกัดจะเจ็บ แต่รอยแผลที่ถูกตียังเจ็บยิ่งกว่า
และใจก็ยังเจ็บแปลบๆ

คิดถึงมุ้งเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านของที่บ้าน
คิดถึงเตียงนอนไม้กระดานที่แต่ละแผ่นกว้างเป็นศอกๆ
คิดถึงวันคืนที่ได้กินร้อนนอนอุ่น

คิดถึงยาย

คิดถึงน้องสองคน

น้ำตาก็พานไหลออกมาอีก

เสียงแตรรถ ทำให้ตกใจตื่น
ยังคิดว่านอนอยู่ที่บ้าน แต่ตัวชื้นชุ่มเพราะน้ำค้าง
มองไปรอบตัว คนที่นอนอยู่ในวงเวียนหายไปกว่าครึ่งแล้ว

ฉันเดินโผเผไปทางดาวคะนองด้วยตัวที่ลายพร้อยไปด้วยผื่นยุง
ท้องร้องโครกครากเพราะแม่ทำมื้อเช้าให้กินทุกวัน..ไม่เคยอดแบบนี้

ใกล้เที่ยงแล้วนั่นแหละ มาถึงแถวจอมทอง
เห็นเด็กรุ่นเดียวกันทำงานที่ร้านทำเหล็กดัดมุ้งลวด
เดินเข้าไปถามหาเถ้าแก่
ขอข้าวสักมื้อแลกกับแรงงาน
เถ้าแก่บอกให้ไปกินข้าวก่อนแล้วค่อยคุยกัน

ข้าวกลางวันสองจานพูนๆ กับสารพัดผักผัดน้ำมัน
ทำให้มีเรี่ยวมีแรง
น้ำยาอุทัยจากกระติกแช่น้ำแข็งก้อนใหญ่
ทำให้ชุ่มชื่น

เถ้าแก่เมตตาให้งานทำ
ค่าแรงวันละสามสิบบาท กิน นอน ที่ร้าน

แรงงานขาดทักษะอย่างฉัน
ใหม่ๆ ก็ทำได้แค่ตัดเหล็ก ขัดขี้อ๊อก ขัดสี ทารองพื้น
แม้นจะกินแรงหนักหนา
แต่ไม่มีอะไรเหลือบ่ากว่าแรงเด็กบ้านนอกคนนี้

อาหารเย็น ผักผัดน้ำมันกับแกงจืดผักกาดขาวเจือกลิ่นหมูสับ
ทำให้นึกถึงกับข้าวโอชารสฝีมือยาย
น้ำพริกรสละมุนลิ้นกับผักลวก

...ยายกินข้าวหรือยังนะ

...น้องกินข้าวกับอะไรนะ

น้ำตาไหลจนต้องแอบเช็ด

คนงานนอนรวมกันที่ชั้นสามของร้าน
เสื่อขาดๆ หมอนเหม็นๆ ไม่มีมุ้ง
กองทัพยุงที่นี่ทำให้ยุงที่วงเวียนใหญ่กลายเป็นแค่ทัพหน้า
นอนตบยุงจนมือสองข้างเต็มไปด้วยเลือด
แว่วเสียงเพื่อนคนงาน
"มึงจะตบทำไมวะ หนวกหู"

คิดถึงมุ้งที่บ้านจังเลย

อาหารเช้า ข้าวต้มกับยำกุ้งแห้ง
คนงานอาวุโสร้องบอก "กินข้าวต้มเยอะๆ กุ้งแห้งอย่าไปกินมาก"
นึกว่าเขาหวง
ตลอดสามเดือนต่อมา
ถ่ายหนักออกมาเป็นสีแดงทุกวัน
เพราะอาหารมื้อเช้า มีเมนูเดียว

นึกถึงปลาหมอทอดกระเทียมพริกไทย
นึกถึงปลาตะเพียนทอดน้ำปลา
นึกถึงปลาดุกย่าง น้ำปลาหวาน
นึกถึงปลาช่อนทอดคึ่นไช่
นึกถึงหมูผัดขิงฝีมือยาย

...ยายกินข้าวหรือยังนะ

...น้องกินข้าวกับอะไรนะ

ฝ่ามือที่แข็งกระด้างขึ้น
ทำให้นึกไปถึงงานบ้านที่ต้องรับผิดชอบ..แค่น้อยนิด

เนื้อตัวที่แห้งเป็นสะเก็ดเพราะควันและไอร้อนจากการอ๊อกเหล็ก
ทำให้นึกไปถึงมือแห้งเหี่ยวของยายที่คอยลูบไล้
ทำให้นึกไปถึงมือน้อยๆนุ่มๆ ของน้องที่มาเกาะกุมให้พาไปเที่ยวเล่น

เดือนที่สองเถ้าแก่ก็ขึ้นเงินเดือนให้เป็นวันละห้าสิบบาท
เพราะเห็นว่ามีความรู้ ก็ให้สอนหนังสือลูกสาวเถ้าแก่ ที่รุ่นราวคราวเดียวกับน้อง
สอนหนังสือไป ก็อดคิดถึงน้องไม่ได้

ใครจะสอนหนังสือน้องนะ
ถ้าฉันไม่อยู่ตอนเปิดเทอม

อดคิดถึงตัวเองไม่ได้
ถ้าฉันไม่เรียนหนังสือ
ฉันจะต้องมาตัดเหล็กไปชั่วชีวิตหรือ
ฉันจะกินแค่ข้าวต้มกับยำกุ้งแห้งทุกเช้าหรือ

เพื่อนๆ ทุกคนก็อยากให้ฉันกลับไปเรียน
อีกปีเดียวก็จะจบชั้นสูงสุดของโรงเรียนแล้ว
อีกปีเดียวก็ต้องออกจากบ้านอยู่แล้ว
ฉันต้องกลับไปเรียน

เถ้าแก่บอกว่าแล้วแต่จะตัดสินใจ
ถ้าอยากทำงานก็ทำต่อไปได้สบายๆ
ถ้าอยากกลับไปเรียน ก็กลับไป
แต่เถ้าแก่บอกว่า
น่าเสียดาย
ถ้าวันนี้ลื้อมีปัญญาเรียน แล้วไม่เรียน

ที่ท่ารถสายใต้ สามแยกไฟฉาย
เถ้าแก่ที่ขับมอเตอร์ไซด์มาส่ง
ส่งเงินมาให้อีกสามร้อย

"เอาไปให้แม่ลื้อใช้
บอกว่าอั๊วชอบ ที่สอนลูกมาดี"

เพลงบรรเลง "นกเจ้าโผบิน" ศิลปิน จำรัส เศวตาภรณ์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 72
yongchan วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 00.53 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

อ่านแล้วรู้สึกอิ่มเอม...

หนูว่าป๋ามีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่อง... น่าจะเขียนหนังสือนะป๋า...(หรือเขียนอยู่แล้วหว่า) ชีวิตป๋านี่แหละกำลังดี เอามาเขียนเป็นเรื่องสั้น เป็นนิยายก็ได้ เวิร์คนะ... แล้วก็สร้างกำลังใจให้คนดีด้วย... (ขอบังอาจเสนอแนะ)

เห็นด้วยกับคุณแซทว่า โชคดีที่เจอเถ้าแก่ค่ะ ถ้าช่วงนั้นไปเจอคนไม่ดี ก็มีสิทธิลงเหวไปได้เหมือนกันนะ...
ความคิดเห็นที่ 71
star612 วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.00 น.
http://www.oknation.net/blog/star612

เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้อย่างภาคภูมิ
เขียนได้ดีจริงๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 70
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/molly

เพลงเพราะแถมยังอ่านเพลินค่ะ อ่านเจอที่คุณออกจากบ้าน
ไปนอนบนหญ้าใช้แขนแทนหมอน ก็ให้นึกถึงตัวเองว่า
เคยเป็นแบบนี้เหมือนกันค่ะ นอนเหยียดยาวบนม้านั่ง
ในท่ารถผู้คนชุมนุมกันเต็มไม่รู้ใครเป็นใครแต่ลูกสาวฯ
ผู้หญิงตัวคนเดียวก็นอนได้เนื่องจากรถออกตีห้าแต่รถทัวร์
ดันถึงท่ารถเที่ยงคืนเลยต้องนั่งตบยุงรอนอนรอ ยังนึก
สงสารตัวเองอยู่เลยค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญมาก ๆ
สำหรับลูกสาวเมืองเลย กินง่ายอยู่ง่ายพ่อแม่สอนมา
ความคิดเห็นที่ 69
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/pimeiei
....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......


โหวตให้
เพราะอักษรแสนงาม
เพราะเรื่องราวที่ซาบซึ้ง
เพราะบทเพลงที่แสนไพเราะ
เพราะแม่ที่สอนลูกมาดี
ความคิดเห็นที่ 68
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 16.27 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO


หวัดดียามบ่ายนะครับ...

ผมเห็นด้วยกับ คห. 51 นะครับ...น้ำเสียงการเล่าเรื่องของคุณคนโทฯ คล้ายท่วงทำนองของงานคุณ "ประชาคม" มาก

โดยเฉพาะการบอกเล่าถึงห้วงยามการพลัดพรากจากรวงรัง กลายมาสู่การเดินทางคนเดียวในโลกกว้าง

น่าสะเทือนใจ...และใช่หรือไม่ว่า..บนเส้นทางสายชะตากรรม...บางครั้ง..บทชีวิตเราก็ไม่อาจขีดเขียนได้ดังใจตัวเองทุกอย่างเสมอไป

ขอบคุณและมีความสุขในรอยทางแห่งความหลังเสมอนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 67
คนสวย วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 15.51 น.
http://www.oknation.net/blog/ratana

มาเยี่ยมคุณ คนโทฯ ยามบ่ายค่ะ
"ดีนะ...พบเถ้าแก่ใจดี....."
ความคิดเห็นที่ 66
ครูเก๋ วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 18.16 น.
http://www.oknation.net/blog/clear


ก็ซึ้งกันปายยยยยย
ความคิดเห็นที่ 65
raksanok วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

สวัสดียามเย็นค่ะท่านคนโทฯ

เอาความเครียดมาทิ้งบ้านท่านพี่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 64
pjeabja วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

ความคิดเห็นที่ 63
lost-in-space วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 09.22 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"Change >> New Politic ... สิ่งที่เราไม่เคยเห็น ไม่ได้แปลว่าไม่LiS >> Pics&Clips >> http://www.oknation.net/blog/lost-in-space-m

ซึ้งจังเลยอ่ะ เรื่องจริงของชีวิต จขบ. หรือเปล่า ซึ้งมากก จริง ๆ นะ

คนอย่างเถ้าแก่ (ในเรื่อง) ในสังคมปัจจุบันนี้ยังมีอีกไหมนะ ถ้าคิดว่ายังไม่เจอ เราก็ควรเอาเขาเป็นแบบอย่าง และทำตัวให้ได้แบบนั้น แล้วโลกนี้ก็จะยังมีคนอย่างเถ้าแก่คนนั้นอยู่ อย่างน้อยก็ 1 คน
ความคิดเห็นที่ 62
beckyblooms วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 23.57 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..


ยาหม่องถ้วย..ยาหม่องถ้วย..
แหม..ก้อเห็นว่า มีโอกาสได้ใช้อ่ะ..แหะๆๆๆ..

เสนออันนี้..แถมนะคุณพ่อ..
เมนต์ดีๆนี่มันยากจิงๆเนอะ..เครียดเว้ย!
ความคิดเห็นที่ 61
น้องจ๋า วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 21.53 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

อ่านแล้วน้ำตา จะหยด
ความคิดเห็นที่ 60
sat11 วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 21.24 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

ยัยยาหม่องถ้วยทางเพ่นพ่านไม่หยุดเลยนะยะ
ความคิดเห็นที่ 59
sat11 วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 21.23 น.
http://www.oknation.net/blog/saturday11
เมื่อทำได้เพียงเสียงกรีดร้อง ฉันจึงไม่ละทิ้งความพยายาม - กระดูก 

หนูว่าพี่โชคดีมากๆที่เจอเถ้าแก่ใจดีให้โอกาสให้งาน
เพราะยามนั้นชีวิตอาจเปลี่ยนไปทางไหนก็ได้
ผ่านมาได้นี่ เคยคิดจะทำแบบนั้นอีกไหมคะ
แต่หนูว่าลูกพี่คงไม่หนีเพราะพี่คงดักทางไว้หมดแล้ว
ความคิดเห็นที่ 58
beckyblooms วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 21.08 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

ตายจริง..

ความหมายมันกินนัยซับซ้อนขนาดนั้นเลยรึ?

ข้อยสิบ่ฮู้มาก่อนเน้อ..

น่าสนใจนะคะ อิๆๆๆ..

แต่ลิ้นจระเข้นี่พอรู้อ่ะ.. วู๊! ใครจะคิดมากรึเปล่าเนี่ย คิดจะด่าใครนี่ฉันว่า เรามาชกกันเลยดีกว่า..บ้านๆกันไป..555..
แต่ดีที่ได้รู้นะคะ ..ถึงแม้จะแอบคิดไปใช้ในทางเลวก็ตามอ่ะ..ฮี่ๆๆๆ กึ๋ยๆๆๆ.. หนุกเนอะ..!
ความคิดเห็นที่ 57
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

minmint ขอบคุณครับ เคยอ่านงานของประชาคม แต่ไม่มากและจำไม่ค่อยดี จะไปหาอ่านครับ
ความคิดเห็นที่ 56
ญาใจ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 20.13 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@


ใจร้ายที่สุดเลย







ความคิดเห็นที่ 24
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.56 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2
ip : 10.1.3.180/10.2.5.7


***ใจเย็นๆ อีก 20 ปี เด๋วก็เก่ง ***
ความคิดเห็นที่ 55
YOKUJUNG วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 20.07 น.
http://www.oknation.net/blog/yokujung
 Follow your heart and your dreams will come true. 

ซึ้ง
ความคิดเห็นที่ 54
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.52 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

นกน้อยเจ้าบินไปไกลถึงจอมทอง...ช่างโชคดีจอมทองให้ความคิด...ให้โอกาส

ขอบคุณบทเพลงน้ำตกสาริกา ที่มอบไว้ให้ที่บ้านครับ
ความคิดเห็นที่ 53
ญาใจ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.41 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ความคิดเห็นที่ 52
beckyblooms วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.35 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

อืมมมม...

เรื่องบ้านนี้เขาดีจริงๆเนอะ..

ป.ล. น้ำตาจระเข้ หมายถึง คนที่ร้องไห้ยาก..(มีอย่างนี้รู้อ่ะ )
ความคิดเห็นที่ 51
minmint วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso

ป๋า.... entry ล่าสุดนี้ ทำให้ minmint คิดถึงงานของนักเขียนซีรอง

ประชาคม ลุนาชัย ( การเมืองทำให้ไม่ได้ซีไรต์กะเขาสักที....)

ประสพการณ์จากชีวิตยากแค้นของคนงาน สารพัดรับจ้างสฐานะตำ่ติดดิน

งานหนักสาหัส แต่เขาเคี่ยวมันออกมาเป็นวรรณกรรมคลาสสิคของไทย

ถ้ามีเวลาอยากให้ป๋าอ่าน งานดีทุกเรื่องจริง ๆ

รออ่านเรื่องบอกเล่าตอนต่อไปนะป๋านะ น่าสนใจประเด็นช่วงเปลี่ยนวัย

( comeing of age )
ความคิดเห็นที่ 50
แม่น้องฯ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
~รัฐธรรมนูญ ม.190 นั้นสำคัญอย่างไร ทำไมจึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากแก้กันนัก???

กำลังอ่านซึ้งๆ จนมาถึงประโยคนี้

"มึงจะตบทำไมวะ หนวกหู"

ลุงป๋าเลือดหวาน เพราะอาหารการกินดีนี่นาี

ปลาหมอทอดกระเทียมพริกไทย
นึกถึงปลาตะเพียนทอดน้ำปลา
นึกถึงปลาดุกย่าง น้ำปลาหวาน
นึกถึงปลาช่อนทอดคึ่นไช่
นึกถึงหมูผัดขิงฝีมือยาย

ยุงที่ไหนจะอดใจไหว ต้องขอโลมเลีย
จนไม่เป็นอันหลับอันนอนเลย
ความคิดเห็นที่ 49
อาโป วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 18.31 น.
http://www.oknation.net/blog/agile

...ขอรับ

หนทางพิสูตรม้า กาลเวลา พิสูตรคน

อดทน คือยาชูกำลังใจ บทเรียนเป็นตำราหาค่าที่แท้จริง?

แล้วมันจะเกี้ยวกันไม่..หว่า

....ขอรับ
ความคิดเห็นที่ 48
Ch.Minivet วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 15.29 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 


ภาพนกเนี่ย ถูกใจอย่างยิ่งเลยค่ะ

BG เปลี่ยนไป .. ดูสดใสแบบแปลกๆ

สวยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 47
roselobster วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก "  ♥♥♥♥¯`°• กุ้งกุหลาบ °´¯♥♥♥♥°        ขอเธอจงหยัดสู้อย่างทรนงเพื่อยืนยงดั่งดาว-พราวนภา

แง แง แง

ป๋า..ยัยนู๋ลีเอากุ้งไปแฉอ่ะ

ไม่ย๊อม ไม่ยอมด้วย

ป๋าต้องจัดการเคลียให้กุ้งนะ

http://www.oknation.net/blog/chalee2/2008/07/22/entry-1



ความคิดเห็นที่ 46
raksanok วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 12.46 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

อ่านจบ..น้ำตาไหลเลย

รักพ่อ-แม่ขึ้นมาอีกมากเลย

ต่อไปไม่ดื้อ-ไม่เกเรกับท่านทั้ง 2 แล้ว

เขียนดีมากๆเลยอ่ะ

เอาไปเลยเสียงหวอด
ความคิดเห็นที่ 45
feng_shui วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 11.44 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ซึ้ง ง่ะ!!!!!!!!!!!
ความคิดเห็นที่ 44
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

พี่มะอึก
งั้นผมก็ไปนอนตรงที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากฯ ก่อนพี่ไปทำงานแถวนั้นอีกอ่ะ

ผมไม่กล้าตีมือพี่ เพราะพี่พูดถูก ตั้งแต่บัดนั้นผมไม่กล้าดูถูก "คนเร่ร่อน" จริงๆ นะพี่ ...ก็เราเคยมาแล้ว...
ความคิดเห็นที่ 43
tuty วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 10.50 น.
http://www.oknation.net/blog/tuty

อืมม์...นะคะ
อ่านแล้วน้ำตาซึม
แต่ก็โชคดีในหลายๆเรื่อง ชีวิตมีจุดพลิกผัน
อยู่ที่เราเลือกจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 42
apooh วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

ลูกสาวคน"ดี"มาขอให้ช่วยซะงั้น
ความคิดเห็นที่ 41
มะอึก วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 09.42 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

โรงหนังสุริยา อยู่วงเวียนใหญ่ พื้นที่เขตธนบุรี
ปี 30-31 ผมทำงานที่สำนักงานเขตธนบุรี วัดเวฬุราชินฯ
ต้องเข้าไปดูแลลานพระเจ้าตากฯวงเวียนใหญ่บ่อย ๆ
.
ผมเข้าใจคนไม่มีที่นอน หรือที่เขาชอบสรุปเรียกว่าคนจรจัด(ผมไม่ชอบคำนี้)
เขามีปัญหา เขาจึงเป็นเช่นนั้น.....
เขาแก้ปัญหาให้ตนเองไม่ได้ เขาจึงเป็นเช่นนั้น
.
รัฐ...ควรจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาอย่างไร?และโดยด่วน..
เรื่องนี้ไม่เห็นจะต้องรอแก้ไขรัฐธรรมนูญซะหน่อย.
.
เอ้า...ลากเข้ามาอีกจนได้.....น้ากล้วยช่วยตีมือผมที...
.
ความคิดเห็นที่ 40
komyos วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 09.03 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีต๋อนเจ๊าเจ้าคุณน้ำต้น
ความคิดเห็นที่ 39
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 08.32 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

ช่วงหนึ่งของชีวิต ประทับใจค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 38
slipknot วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 07.43 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

ความคิดเห็นที่ 37
แก้วตา วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 07.30 น.
http://www.oknation.net/blog/tto-okk
Don't try to be nice.