• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-01-16
  • จำนวนเรื่อง : 446
  • จำนวนผู้ชม : 221076
  • จำนวนผู้โหวต : 1446
  • ส่ง msg :
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


more
วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม 2551
Papillon เจ้าผีเสื้อเสรีที่โหยหาอิสระภาพ
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 1021 , 23:32:39 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้


ใครบางคนที่หนีหายไปจากบ้านเกิด คงศึกษาปาปิญองมาอย่างโชกโชน
ต่างกันแต่เพียงว่าปาปิญองนั้นถูกพิพากษาแล้วจึงหนี
แต่ใครคนนั้นหนีก่อนถูกพิพากษา...ขอบอกว่า

"ถึงหนีไปได้ แต่ก็ไม่พ้นสายตาประชาชน"

เนื่องจากไม่สันทัดการเขียนประกวดไม่ว่าจะเปิดกรุประสานรักในสายไหนๆ เพราะถนัดแต่สายเดี่ยว
อีกทั้งไม่มีเวลาไปบ้านที่ใช้เป็นที่เก็บของ จึงขอใช้เอนทรีนี้บอกเล่าถึงของชุดหนึ่งที่เป็นทั้งของสะสม ของรักของหวงและของโปรด

สิ่งที่คนโทฯ เป็นอยู่คงไม่แปลกแตกต่างกับคนอื่น สิ่งที่คนโทฯ มีอยู่ก็คงไม่พิเศษกว่าคนอื่น

แต่สิ่งนั้นเป็นเสี้ยวหนึ่ง "ในความทรงจำ" ที่ไม่มีของใครซ้ำกับของใครอย่างแน่นอน

การวัดผลอะไรที่เป็นนามธรรมอย่าง "คุณค่าทางใจ" นั้น จึงเป็นสิ่งที่หัวใจอันบางเบาอย่างคนโทฯ ยากที่จะรับ

แต่ขอเปิดสิ่งของ "ในความทรงจำ" อีกชุดหนึ่ง โดยภาพประกอบนี้เป็นภาพจากอินเตอร์เน็ตทั้งหมด

  

เมื่อตอนยังละอ่อนนั้น ได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องหนึ่งพร้อมๆ กับเพื่อนๆ ที่เป็นนักกิจกรรมด้วยกัน หนังเรื่องนั้นชื่อ "Papillon" หรือ "ปาปิญอง" ซึ่งรู้จักหนังเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่บ้านนอกแล้ว เพราะเคยลอกเอารูปผีเสื้อในโฆษณาหนังไปเพ้นท์ไว้ที่กระเป๋าหนังสือเรียนด้วย

"ปาปิญอง" เป็นชื่อเล่นของอองรี ชาเลียร์ Henri 'Papillon' Charriere มีความหมายในภาษาฝรั่งเศสว่า "ผีเสื้อ"

ปาปิญองถูกพิพากษาให้ถูกจำคุกตลอดชีวิต ในคดีฆาตกรรมที่เขามิใช่ฆาตกร เขาถูกส่งไปยังทัณฑนิคมที่กีอานาของฝรั่งเศสในอเมริกาใต้ ถูกขังอยู่เพียงสี่สิบสองวัน เขาก็แหกคุกเป็นครั้งแรก โดยแล่นเรือใบขนาดเล็กหนีไปอย่างลำบากเป็นระยะทางกว่าพันไมล์

เมื่อถูกจับได้อีกปาปิญองถูกขังเดี่ยว และในที่สุดก็ถูกส่งไปยังเกาะนรก ซึ่งเต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณและโรคภัยไข้เจ็บ ไม่เคยมีใครสามารถหนีจากเกาะนรกแห่งนี้ได้เลย

ในระหว่างที่ถูกจองจำเป็นเวลาสิบสามปี เขาแหกคุกหนีถึงเก้าครั้ง ในบางครั้งที่ถูกจับได้ เพียงเพราะว่าเขาทำบุญกับแม่ชีด้วยไข่มุกหลายเม็ด แม่ชีจึงไม่ไว้ใจ
ในหนังนั้นจบลงในตอนที่ปาปิญองเสี่ยงภัยหนีฝ่าดงฉลามไปได้สำเร็จ โดยอาศัยถุงบรรจุลูกมะพร้าวแห้งเป็นแพ

พระเอกเรื่องนี้ คือ สตีฟ แมคควีน รู้จักก่อนแล้วจากหนังทีวีเรื่องไอ้ปืนโต และแหกค่ายนรกมฤตยู (The Great Escape) เรื่องนี้เขาเล่นเป็นปาปิญอง บุรุษผู้มีรอยสักรูปผีเสื้ออยู่ที่หน้าอก

ส่วนอีกคนหนึ่งที่เด่นมากในเรื่องนี้ คือ ดัสติน ฮอฟแมน เล่นเป็นหลุยส์ เดก้า เขาเล่นได้ดีมากๆ ทั้งนี้ต้องชมทีมช่างแต่งหน้าด้วย เพราะเนื้อเรื่องของเรื่องนี้ดำเนินเรื่องถึง 13 ปี การแต่งหน้าให้คนหน้าแก่ขึ้น หัวล้านมากขึ้น เนียนมากๆ เทียบกับเทคนิกในสมัยนั้น ผู้แสดงอื่นๆ ก็เล่นได้ดีแบบคนไม่ช่างติอย่างคนโทฯ หาที่ติไม่เจอ (แต่มีคนเจอ....ตอนท้ายเรื่องจะเฉลย)


รายละเอียด: ผู้เเต่ง : อองรี ชาร์เรียร์
ครั้งที่พิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่สอง
ปีที่พิมพ์ : กรกฎาคม 2517
สํานักพิมพ์ : สยาม คอมมิวนิเกชั่นส์
รูปเล่ม : ปกอ่อน กระดาษธรรมดา
จํานวนหน้า : 464 หน้า

.

.

Papillon (1973)
Director:Franklin J. Schaffner
Writers:Dalton Trumbo (screenplay) and Lorenzo Semple Jr. (screenplay)
Release Date:16 December 1973 (USA)
Awards:Nominated for Oscar. Another 2 wins & 1 nomination more
Steve McQueen ... Henri 'Papillon' Charriere
Dustin Hoffman ... Louis Dega
Based on the true story of Henri Charriere

.

(ในเมืองไทย มี "ผาปาปิญอง" ที่เกาะตะรุเตา ซึ่งตั้งชื่อนี้เพราะสถานที่เหมือนหน้าผาที่ปาปิญองไปนั่งนับคลื่นเพื่อแยกแยะคลื่นที่จะพัดเข้ากระแทกโขดหินกับคลื่นที่พัดพาออกท้องทะเล
แต่มีคนไทยชอบมั่ว เพราะที่ค้นพบในอินเตอร์เน็ตเกือบทั้งหมด อ้างว่าตั้งชื่อผาปาปิญองเพราะหนังเรื่องนี้มาถ่ายที่เกาะตะรุเตา..อย่าไปเชื่อนะครับ เพราะหนังเรื่องนี้ถ่ายที่ Jamaica, Maui Hawaii USA, Spain, St Laurent du Maroni, Guyane, Departements d'Outre-Mer, France (Camp de la Transportation, closing sequence)

.

"ปาปิญอง" ประกายแห่งชีวิต

"ปาปิญอง" เป็น..จุดเริ่มต้น...ของทุกๆ สิ่งที่เกี่ยวกับ หนัง หนังสือ ที่คนโทฯ ครอบครองอยู่ในขณะนี้นะสิ

ดูหนังเรื่องนี้ออกมายังติดอกติดใจในความมุ่งมั่นของคนๆ หนึ่งที่ถูกปรักปรำว่าผิด ทั้งๆ ที่เป็นผู้บริสุทธิ์ เข้าทำนอง "คุกขังเขาได้ แต่หัวใจอย่าปรารถนา"
จึงพยายามไปหาหนังสือเรื่องนี้ให้ได้ สมัยนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต การหาหนังสือเก่าจึงเป็นเรื่องยากพอสมควร

แต่ในที่สุด ก็หาหนังสือเล่มนี้มาได้ ด้วย "ราคาพิเศษ"...ครับ ราคาถูกเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในกระบะหนังสือเลหลังลด 50%

ก็เป็นปกติ ที่เนื้อหาในหนังสือจะละเอียดกว่าหนัง แต่หนังเรื่องนี้ดูสนุก และถ้าหาอะไรดีๆ กับหนังเรื่องนี้ ก็มี ความมุ่งมั่น การต่อรอง ความซื่อสัตย์ ความกล้า การตัดสินใจที่เด็ดขาด และได้พบ "ของดี"* ในอินเตอร์เน็ตอีกด้วย

"ปาปิญอง" เป็นจุดเริ่มต้นหลายๆ อย่างในชีวิต...

 

เริ่มหาหนังสือเกี่ยวกับหนังที่ได้ดู เริ่มจากเรื่อง "ปาปิญอง" ก็ขยายเป็น วิมานลอย, มิดไนท์คาวบอย, ก็อด ฟาเธอร์, เน็ด เคลลี่ เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร (กุหลาบ สายประดิษฐ์) ทีนี้พอรู้จักกุหลาย สายประดิษฐ์ หนังสือแนวความคิดและปรัชญาทางการเมืองก็หลั่งไหลเข้ามา

เริ่มหาหนังที่สร้างจากหนังสือที่เคยอ่าน เริ่มจากเรื่อง "ปาปิญอง" นี่แหละ ดูหนังแล้ว อ่านหนังสือแล้ว ก็เริ่มสะสม จากวิดีโอเทป เป็น VCD, เป็น DVD จากเรื่องเดียวก็เป็นหลักร้อย แม้กระทั่งหนังสืออื้อฉาวอย่าง เอมมานูเอล ก็ทำให้วิดีโอเทปเอมมานูเอลหลายภาคมาอยู่ในคอลเลคชั่น อิอิ

เริ่มหาหนังที่มีนักแสดงที่ชื่นชอบ จาก สตีฟ แมคควีน ก็เป็น ดัสติน ฮอฟแมน, พอล นิวแมน, มาร์ลอน แบรนโด, จอห์นนี่ เดปป์, ทอม แฮงค์ ฯลฯ

เริ่มหาหนังสือที่เคยอ่านแล้วชื่นชอบนักเขียน ก็มีความคิดเริ่มจาก "ปาปิญอง" แล้วขยายเป็น ฮาโรลด์ รอบบินส์, ซิดนีย์ เชลดอน, ลอเรนซ์ แซนเดอร์, จอห์น กริชแชม, ไมเคิล คริชตัน, โรเบิร์ต ลัดลั่ม, มาริโอ พูโซ, ฮาลาน โคเบน, โกวเล้ง, กิมย้ง, หวงอี้, ไม้ เมืองเดิม, ประภัสสร เสวิกุล, คึกฤทธิ์ ปราโมช, รงค์ วงษ์สวรรค์, วาณิช จรุงกิจอนันต์ ฯลฯ

เริ่มหาหนังสือที่แปลโดยนักแปลที่ชื่นชอบ เช่น ธนิต ธรรมสุคติ, สมพล สังขะเวช, สุวิทย์ ขาวปลอด, เทศภักดิ์ นิยมเหตุ, นิดา, มนันยา ฯลฯ

ผมจะไม่รัก "ปาปิญอง" ได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าผีเสื้อตัวนี้ขยับปีกพาผมโบยบินสู่เส้นทางแห่งความสุขใจเช่นนี้

เฉลย...
เริ่มต้น เขียนถึงคนที่หนีไปลอนดอน เพราะ...
ชื่นชม "ปาปิญอง" มาเนิ่นนาน แต่ในการค้นข้อมูล ได้พบความจริงที่ว่า

"ถึงหนีไปได้ แต่ก็ไม่พ้นสายตาประชาชน" ไม่เชื่อลองคลิก play ดูสิ


จบเอนทรีนี้ ขอถามว่า คุณเคยดูหนังเรื่อง What's Eating Gilbert Grape แล้วหรือยัง ถ้ายัง..ขอแนะนำให้ไปหามาดู

*

 "เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน มีหนังเรื่องหนึ่งซึ่งดูแล้วเตือนใจได้มาก คือเรื่อง " ปาปิญอง " หลายคนก็คงเคยได้ยิน เป็นเรื่องของคนบริสุทธิ์คนหนึ่งที่ถูกจับเข้าคุกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ด้วยหัวใจอิสระเขาจึงพยายามหาทางหนี พอถูกจับได้ก็ได้รับโทษหนักขึ้น คราวหนึ่งเขาถูกส่งเข้าไปขังเดี่ยวในคุกมืด ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีหน้าต่าง คนที่อยู่ในคุกนี้ อยู่ได้ไม่นานจะต้องบ้าวิกลจริต แค่ปีเดียวก็บ้าแล้ว ปาปิญองถูกตัดสินอยู่ในคุกนี้ประมาณ 5 ปีเห็นจะได้ มันเหมือนกับลงนรกเลย

สิ่งที่ปาปิญองทำทันทีที่เข้าไปอยู่ในคุกนี้ก็คือเดินนับก้าว มีที่เดินแค่ห้าก้าวเท่านั้นแหละ เขานับทำไม เขารู้ว่าจะอยู่ในนั้นได้ต้องคุมจิตของตัวเองให้ได้ เขาก็เลยเดินนับก้าวในคุกกลับไปกลับมา จดจ่ออยู่กับการเดินและการนับ ก็เท่ากับเป็นการเดินจงกรมนั่นเอง แต่ปาปิญองไม่รู้เรื่องการเดินจงกรมหรอก เพียงแต่รู้ว่าถ้าจะเอาตัวรอดจากที่นั่นให้ได้ต้องเป็นมิตรกับตัวเอง

แล้ววิธีหนึ่งที่จะเป็นมิตรกับตัวเองได้ ก็คือการจดจ่ออยู่กับการเดินเป็นการทำจิตให้เชื่องนั่นเอง เพราะถ้าจิตไม่เชื่องก็จะฟุ้งซ่านสารพัด คิดถึงอดีต คิดถึงอนาคต คิดถึง 5 ปีข้างหน้าว่าช่างนานแสนนานเหลือเกิน รวมทั้งถูกความกลัวต่างๆ รุมเร้า เนื่องจากอยู่ในที่มืดและแคบ จิตจึงพร้อมที่จะหาเรื่องราวสารพัดมาใส่ตัว

แต่ถ้าคุมจิตได้เป็นมิตรกับจิตได้ก็สบาย ในที่สุดปาปิญองก็ประคองตัวเองอยู่รอดมาได้ หลังจากครบ 5 ปีออกมาจากคุกมืดในที่สุด แต่โทรมที่เดียว ตาเกือบจะเสียเพราะไม่เห็นแสงแดด ฟันก็หลอเพราะว่าไม่ค่อยได้กินอะไรมาก บางทีก็ต้องไปกินแมลงสาบ แต่ไม่บ้า เกือบจะบ้าแต่ไม่บ้า เพราะสามารถคุมจิตเอาไว้ได้ เขาทำในสิ่งซึ่งคนอื่นยากจะทำได้

ถ้าถามว่าเรารักตัวเองหรือเปล่า ทุกคนคงตอบว่ารัก แต่ถ้าให้เราไปอยู่ในห้องคนเดียวเราจะอยู่ได้ไหม ถ้าเรารักตัวเองจริงเราก็น่าจะอยู่ได้ แถมพอใจด้วยซ้ำ เหมือนกับที่เรารักใครสักคน เราก็อยากจะอยู่กับคนๆ นั้น แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว น้อยคนที่จะอยู่กับตัวเองได้ แม้ในห้องนั้นจะมีทุกอย่าง ข้าวปลาอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย รวมทั้งไม่มีวิทยุ โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์มือถือ เรียกว่าถ้าอยู่คนเดียวจริงๆ ติดต่อใครไม่ได้เลย จะรู้สึกกระสับกระส่ายทุรนทุราย ยิ่งถ้าไปอยู่ในป่าอยู่คนเดียวก็ยิ่งผวาไปรอบทิศ

การอยู่กับตัวเองคนเดียวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เพราะว่าลำบาก แต่เพราะว่าต้องเจอกับความคิดฟุ้งซ่านต่างๆ มากมาย เราไม่สามารถที่จะทนอยู่กับความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเองได้ เพราะความคิดมันปรุงแต่งไปเรื่อย เรียกว่าทำสงครามกับตัวเอง จึงกลายเป็นว่าจะให้ทำอะไรก็ได้ แต่ขออย่าให้อยู่กับตัวเองคนเดียว วิธีลงโทษทหารหรือนักโทษที่ทำความผิดวิธีหนึ่ง ซึ่งกลัวกันมากก็คือการขังเดี่ยว เพราะถ้าใครถูกขังเดี่ยวเมื่อไหร่มันเหมือนกับตกนรก ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่โอกาสจะเป็นบ้าก็มากเท่านั้น

ทำไม? ถ้าเรารักตัวเองก็ต้องอยู่กับตัวเองได้ แต่กลับอยู่ไม่ได้แสดงว่าเราไม่ได้รักตัวเองจริง มิฉะนั้นการอยู่ในห้องหรือในป่าคนเดียวก็ต้องอยู่ได้ การที่เราอยู่กับตัวเองไม่ได้เพราะว่าทนตัวเองไม่ได้ และที่ทนไม่ได้มากที่สุดก็คือจิตใจของตัวเอง ถ้าอยู่คนเดียวเมื่อไหร่ก็ต้องหาโน่นหานี่มาทำ หรือไม่ก็ต้องหาเพื่อนคุย หาโทรทัศน์มาดู หาโทรศัพท์มือถือมาคุยกับใครต่อใคร

เราทำอะไรต่ออะไรมากมายเพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะดึงจิตออกไปจากตัวเอง เพื่อจะหนีออกไปจากตัวนั่นเอง คนจำนวนไม่น้อยนิยมช้อปปิ้งเมื่อถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็เพื่อที่จะหลีกหนีตัวเองด้วย หนีไปเพื่อจะได้ลืมตัวเอง จะได้ไม่ต้องไปสู้รบตบมือกับความคิดตัวเอง ฉะนั้นจึงทำอะไรก็ได้ที่จะดึงจิตออกไปให้พ้นตัว อะไรก็ได้ที่จะดึงจิตไม่ให้กลับมาทำสงครามกับตัวเอง พอดึงจิตพ้นตัวแล้วก็สบาย ไปจดจ่ออยู่กับสินค้าที่วางขาย ปล่อยใจลอยไปกับบรรยากาศรอบตัว หรือว่าอยู่กับความตื่นเต้นเฉพาะหน้า ...........

พระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ ให้อยู่ท่ามกลางคนหมู่มากเหมือนอยู่คนเดียว คือว่าสงบได้ ไม่ใช่วุ่นวายไปตามผู้คน ไม่ใช่หวั่นไหวไปตามเสียงสรรเสริญนินทาของผู้คน อยู่ได้ท่ามกลางผู้คนเหมือนอยู่คนเดียว และเวลาอยู่คนเดียวก็เหมือนอยู่หลายคน คือมีความอบอุ่นไม่ว้าเหว่โดดเดี่ยว นี่คือหนทางที่จะทำให้เรามีชีวิตมีจิตใจมั่นคงและยืดหยุ่นในเวลาเดียวกัน นี่คือวิธีการสร้างสันติและมิตรภาพให้กับตัวเอง เป็นการรักตัวเองอย่างถูกต้อง

http://board.palungjit.com//showthread.php?t=107772
http://board.palungjit.com/showpost.php?p=904704&postcount=52

ไม่ใช่ ไม่ใช่ให้ไปแตะตรงนั้น 555


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47
กบฎทุนิยม วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 17.45 น.
http://www.oknation.net/blog/bill125

ขอบคุนครับ

อยากเอามาดูจัง คับ

ไม่ทราบว่าพอจะหาสะดวกๆ ได้ที่ไหน คับ
ความคิดเห็นที่ 46
ซันญ่า วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 23.22 น.
http://www.oknation.net/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น

ได้ดูมาบ้างแล้วนะคะ แต่ก็ตามมาด้วยความระทึก
ขอบคุณมากค่ะที่แวะไปที่ฟากฟ้าฝั่งโน้น
ความคิดเห็นที่ 45
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 23.55 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit
มิตรแท้นั้น..จะดีทั้งต่อหน้า และลับหลังเรา ..จะคอยส่งเสริมและมีแต่สิ่งที่ดีๆ ให้แก่กัน..นี่คือมิตรแท้..

ตามผีเสื้อมาอีก..

อ้อ..หนูไม่ได้อ่านกะเค้าเลยนะพี่..
ความคิดเห็นที่ 44
หมีปิศาจ วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 11.23 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

งั้นก็เสียใจด้วยครับ เฮีย
ความคิดเห็นที่ 43
Ch.Minivet วันที่ : 02/09/2008 เวลา : 23.43 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

อืม! บางทีอาจจะใช่นะคะ ที่ Ch.Minivet ไปไหนต่อไหนไม่ได้หยุด ก็คงอาจหนีอะไรก็เป็นได้ .. ทำให้ได้ย้อนคิด .. หนีรัยวุ้ย
ความคิดเห็นที่ 42
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 02/09/2008 เวลา : 22.28 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.




มานมาบ่นอาไรฟะ


ความคิดเห็นที่ 41
beckyblooms วันที่ : 02/09/2008 เวลา : 20.53 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ท่านประธานเหมา กับ คุณคึกฤทธิ์ ฮีโร่ในใจช้านนนนนนนนนน..จุ๊บๆ..

เห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้วแหละเรื่องนี้.. แต่ยังไม่ได้อ่านเลย.. เห็นคุณลอสบอกว่าเขียนดี.. แต่เราดื้อไง..เชื่อคนยาก..555.. เดี๋ยวอ่านเองย่ะ..555

แต่อยากนิ่งๆก่อน จะได้อ่านแบบจับผิดได้หนุกๆหน่อย อิๆๆ..

อ่ะ.. เอามาแปะที่นี่นะคะ.. เห็นแล้วทนไม่ไหว 555..

.............................................................

งานยุ่งจริงๆคุณพ่อ.. แต่วันนี้ถนนโล่งเลยเนอะ..
เห็นรูปแล้ว.. ยุ่งก็ต้องเขียนหน่อยล่ะ..ทนไม่ไหว

ไอ่เราก็นึกว่า คนโท ศรีเชื้อมาตลอดนะนี่..

ฉันไม่ชอบเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากนักเลย.. อึดอัด.. ด่าไม่สนุก..ไม่เคยขวนขวาย แต่หวยก็มาออกเอาเราทุกทีไงไม่รู้!..เฮ้อ..ขอบ่นแบบงงๆหน่อยนะคะ.
ความคิดเห็นที่ 40
mookie วันที่ : 02/09/2008 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
หากจะหาของขวัญให้พ่อสักกล่อง เราทั้งผองจะพร้อมกันได้ไหม บวกกันเป็นดินเดียวให้พ่อได้สุขใจ ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปอย่างที่เป็นมา

เอ่อ เค๊ามีแผ่นอ๊ะป๊ะป๋า แต่ยังไม่ได้หยิบมาดู...แฮะ....

แต่เค๊าอ่าน "กฎแห่งกระจก" ของป๊ะป๋าจบแระ... เยี่ยม... ครับ...

เอนทรี่นี้ระดับเทพอ่ะป๊ะป๋า เค๊าชอบ...จัง...

ส่วน "What's Eating Gilbert Grape" อยากดูอ่ะ... ไม่มีอ่ะ... ขอยืม...อ่ะ...

ความคิดเห็นที่ 39
Kibangkok วันที่ : 02/09/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..


เนื้อหานิยาย ค่อนข้างหนักนะนี่
ความคิดเห็นที่ 38
yongchan วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 20.55 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

ป.ป.ล. ไม่ได้ดูซักเรื่องที่ป๋าว่ามา แต่ชอว์แชงค์เป็นเรื่องที่อยากดูมากๆ แต่ยังไม่ได้ดู
ความคิดเห็นที่ 37
yongchan วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

เกิดไม่ทันอีกแล้ว..อิอิ...

ไม่อยู่หลายวัน ไปนั่งสมาธิมาค่ะป๋า
ความคิดเห็นที่ 36
อย่าหลอกกัน วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 20.01 น.
http://www.oknation.net/blog/nomnam

ชอบค่ะ เดี๋ยวแวะมาอ่านอีกรอบ
ความคิดเห็นที่ 35
..ขิงชมพู.. วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 19.27 น.
http://www.oknation.net/blog/khingchomphuu

สวัสดีค่ะป๋าคนโทฯ

"ปาปิญอง" เล่าได้น่าดูมากๆ

ไม่ทราบว่าป๋ามีแผ่นมั้ยคะ หนูขอแบบเดียวกับคุณฅนผ่านทาง ค่ะ อิอิ


ที่บ้านมีเรื่อง Shawshank ค่ะ หนูดูประมาณ 10 รอบเห็นจะได้...

เพราะชอบที่พระเอกใจสู้สุดๆ (หนีคุกออกทางท่อส้วม)


+1 โหวตนะคะ (โดนใจ)
ความคิดเห็นที่ 34
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.56 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.


พี่น้อยคิดเหมือนผมตอนเห็นครั้งแรกเลย
ความคิดเห็นที่ 33
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.48 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.


สิ่งที่เปลี่ยน คือ คน ประสบการณ์ และเวลา ครับ
ส่วนวัตถุนั้น เป็นเหมือนเดิม

ผมดูวิมานลอย ที่กลับมาฉายใหม่หลายรอบ
ความประทับใจน้อยลงทุกครั้งที่ดู
สุดท้ายเลิกดู หาหนังสือมาอ่านแทน ซื้อมาเป็นสิบปีแล้ว ยังอ่านไม่จบเลย
ความคิดเห็นที่ 32
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.


ขอบคุณครับ
แต่ที่บอกว่าวิจารณ์เก่งนั้นคงไม่ใช่
หลายๆ คนเห็นผมชอบดูหนัง (สมัยก่อนเข้าโรงหนังดูหนังทุกวัน บังเอิญมีบัตรเบ่ง อิอิ) ขอให้ผมวิจารณ์หนัง ผมบอกว่า ..ไม่สามารถ...
ผมบอกไม่ได้ว่า การแสดงดีหรือไม่, แสง, เสียง, การดำเนินเรื่อง หรือหานัยยะ หาความหมายซ่อนเร้นหรือเชิงสัญลักษณ์ ฯลฯ ผมบอกไม่ได้สักอย่าง...คือจะให้พูดให้เขียนแบบคุณเกี๊ยง นันทขว้าง..ไม่สามารถเลย

ผมบอกได้แต่เพียงว่า ผมชอบหนังเรื่องนั้นหรือเปล่า และผมได้อะไรจากหนังนั้นบ้าง ทีนี้ถ้าคนถามรสนิยมตรงกัน เขาก็จะสรุปเองว่าเป็นหนังดี(สำหรับเขาด้วย)

มันเหมือนหนังสือต้นส้มแสนรักนั่นแหละ ผมอ่านไปน้ำตาก็ไหลพรากๆ แต่เพื่อนผมซึ่งไม่ได้มีชีวิต(ลำเค็ญ)แบบผมและเจ้าหนูเซเซ่ มันอ่านแล้วถามกลับมาว่า เมิงอ่านตรงไหนวะที่ต้องร้องไห้ขนาดนั้น
ความคิดเห็นที่ 31
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.

นู๋กุ้ง

ไอ้หนีไม่รอดของนู๋น่ะ ป๋าว่าไม่ได้มาเม้นต์เนื้อเรื่องนี้แน่ๆ

แต่จะมาขู่ใคร ป๋าไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 30
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.33 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.

OfficeMom และหมีปีศาจ

อ่านหนังสือ ดูหนัง ฝึกโยคะ แม้กระทั่งนั่งอ่านบล็อก ผมว่าก็เป็นการใช้สมาธิกับสิ่งหนึ่ง ให้จิตไปจดจ่อกับสิ่งนั้น

...เป็นไปได้ไหม ที่เราจะไม่ทำอะไรเลย นั่งเฉยๆ แล้วก็ไม่คิดอะไรเลย...
เท่าที่เคยทดลอง ก็มีแต่การกำหนดรู้ลมหายใจเข้า-ออก วิธีอื่นยังไม่ทราบ
แต่การกำหนดรู้ลมหายใจ จะถือได้ไหมว่าไม่ทำอะไรเลย...ไม่น่าจะ..นะ
ความคิดเห็นที่ 29
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.

หมีปีศาจ

เอมมานูเอลนั้นเป็นอดีตของผมไปแล้ว

หล่อนหนีตามเพื่อนผมไปทั้งชุดเลย

เหลือไว้แต่คราบอักษร (ไม่รู้ปลวกมาแทะโลมไปอีกหรือเปล่า)

ความคิดเห็นที่ 28
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.19 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.


ต้นฝ้าย
แสดงว่าชอบดูหนังประเภทเดียวกัน รึป่าว?

ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตมานั้น...พวกเขาคงคิด...กรูจะหนียังไงดีฟะ
จริงๆ อาจจะเป็นเพราะถ้าเป็นรูปก้มหน้ายอมรับชะตากรรม มันอาจจะไม่มีพล็อตสำหรับทำหนังก็เป็นได้ เว้นแต่เรื่องที่เป็นผู้ถูกกระทำย่ำยี ก็จะมีแววตาที่ตัดพ้อ น่าสงสาร แต่ก็ไม่ค่อยเห็นมีก้มหน้านะ (ก็จะขายดาราอ่ะ)
ความคิดเห็นที่ 27
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.12 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
If you had a brain in either head, you'd know that I'm doing what's best for both of us. / LOVE HAPPENS movie.

นักเรียนที่ยกมือ...เด๋วจะต้องกลับไปสำรวจกาละมังใส่หนังก่องนะ
บางเรื่องน่ะจนปัญญา เพราะเป็นวิดีโอเทป ยังไม่มี VCD, DVD เลย
ยังไม่มีเวลากลับไปกุดัง...ช่วงนี้ งานเข้า ชุกจังเลย
ความคิดเห็นที่ 26
ฅนผ่านทาง วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
จิ้งจังคลุ้งกุ้งแห้งแกงพุงปลา ลืมหัวข่าชายหนำยำหัวทือ ลืมปูนาปลาคลักในปลักหนอง ลืมตอดองหนางเปรี้ยวแล้วเชียวหรือ ลืมบิ้งนาหญ้ารกทั้งกกปรือ ลืมฝามือที่แฉกแตกเป็นปอม ลืมโคมร้ายใช้คั่วลูกหัวครก..

มารับแผ่น
ได้หรือยังครับพี่
ความคิดเห็นที่ 25
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

มีให้ยื๊มไม๊คร๊าบบบบบบบบ



ความคิดเห็นที่ 24
ต้นฝ้าย วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
“If we are to teach real peace in this world, and if we are to carry on a real war against war, we shall have to begin with the children.” Mahatma Gandhi

อิสระในหัวใจ....
ได้ดูเกือบทุกเรื่องแล้วครับที่มีรูปอยู่ใน entry นี้ ยกเว้น มิดไนท์คาวบอย... แต่เรื่องที่ผมชอบมาคือเรื่องราวง่ายๆ ของชายหนุ่มในเมืองเล็กๆที่ชื่อ Gilbert Grape ....

เพิ่มเติมอีกนิด จะสังเกตุได้ว่าใบปิดสำหรับหนังที่ว่าด้วยเรื่องของความหวัง อิสระ มักจะเป็นรูปบุคคลมองขึ้นฟ้า(อย่างครุ่นคิด) หรือมองตรงไปข้างหน้า...
ความคิดเห็นที่ 23
หมีปิศาจ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 15.50 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

แอบอิจฉาเฮีย ที่มี เอมมานูเอล เป็นชุดๆ เลย

ผมเห็นแล้วครับ ความลับที่เปิดเผย

แต่ที่สะดุดกว่า ก็คือ บทความช่วงท้าย
แสดงว่า การที่เราอ่านหนังสือ หรือ ดูหนัง
ก็เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราไม่ต้องฟุ้งซ่านอยู่กับตัวเอง
ให้เราจดจ่อ หรือจินตนาการตามเรื่องราวในหนังสือ หรือ หนัง ไป

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 22
วาสนา วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 15.21 น.
http://www.oknation.net/blog/wassa

คุณพ่อชอบปาปิญอง
มีหนังสือเล่มที่ลุงแนะนำน่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
spyone วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 14.48 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ลึก...ลึก...ลึก...

ขุดด้วยปีนบันไดด้วย...

ชอบค่ะ..ต้องออกแรงถึงได้มา
ความคิดเห็นที่ 20
officemom วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 14.40 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

โห ลึกซึ้งมาก
ไม่เคยนึกถึงคำนี้เลย ว่าต้องทำจิตให้เชื่อง น่ะค่ะ

ทุกวันนี้ ก็ฟุ้งซ่าน บ้าบอคอแตกไปตามเรื่อง
มีตอนที่ "คิดว่า" สงบบ้าง ก็คือ ตอนฝึกโยคะ
เพราะถ้าไม่จดจ่อกับคำสั่งและสอนของครู ก็จะทำตามไม่ได้
ดังนั้น เวลา หนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการฝึกโยคะ จึงเท่ากับเราพยายามอยู่กับตัวเอง และเป็นมิตรกับตัวเองอย่างมากที่สุด
ความคิดเห็นที่ 19
roselobster วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

หนีไม่รอดสายตาหร๊อก

เพราะเรามีตาเหมือนสับปะรด

แว๊ก

แว๊ก

ความคิดเห็นที่ 18
chedtha วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.28 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

เคยดูหนังเรื่องนี้เหมือนกันครับ
แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก ยังไม่มีความคิดอ่านอะไร
พอมาอ่านบทความที่คุณวิจารณ์หนังไว้ ก็นึกย้อนกลับไป จำได้ครับ
คงต้องหาหนังเรื่องนี้มาดูซ้ำอีกที

คลิกโหวตให้กับบทวิจารณ์หนังปาปิญอง วิจารณ์เก่งจนผมอยากดูหนังอีก
ความคิดเห็นที่ 17
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit
มิตรแท้นั้น..จะดีทั้งต่อหน้า และลับหลังเรา ..จะคอยส่งเสริมและมีแต่สิ่งที่ดีๆ ให้แก่กัน..นี่คือมิตรแท้..

ไม่ได้ดู ไม่ได้อ่าน (สงสัยหนูจะบ้านน๊อก..บ้านนอกน่ะค่ะ)

เลยไม่ทันซาหมัยกะไคๆๆเค้าเลย...

ก็อาสัยได้ดู ได้อ่านเรื่องราวจากบล๊อกพี่ๆๆท่านทั้งหลาย หรือแม้แต่

น้องๆก็เถอะ..

มีความรู้เพิ่มมาเยอะเลยล่ะ

แม๊..บล๊อกนี่เค้าดีจิงๆนะพี่คนโทฯ..ว่ามั้ย..
ความคิดเห็นที่ 16
นายสิบหมื่น วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 13.15 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

ลีลาการเขียนของป๋า
ทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้ครับ
แต่คงหาไม่ได้แล้ว
ความคิดเห็นที่ 15
Lioness วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/thanomwong
~  สิงหา (ญ.) ~  

ผมจะไม่รัก "ปาปิญอง" ได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าผีเสื้อตัวนี้ขยับปีกพาผมโบยบินสู่เส้นทางแห่งความสุขใจเช่นนี้
-----------

อ่านเรื่องราวที่คุณคนโทฯ เขียนแล้ว
สร้างความอยากอ่าน อยากดู อยากขยับปีก ตาม
ว่าแล้ว คุณต้องรับผิดชอบการยั่วปีกครั้งนี้แล้วละค่ะ
เพราะคงต้องตามหาหนังสือ และหนังเรื่องนี้มาดูให้ได้
ทำได้ตอนนี้ คือ เซิร์ชจากอินเทอร์เน็ตไปพลางก่อน ค่ะ
-----------

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ
เป็นแรงขยับปีกของใครหลายคน
หนึ่งในนั้นคือดิฉันเองค่ะ ...ขอบคุณมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
buppha วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 12.17 น.
http://www.oknation.net/blog/supermom

ป๋า .. ขอยืม The Graduate ค่ะ

ด้วยความขอบคุณ

ยืมกันง่ายๆ แบบนี้แหละ


ชอบสองคนนี้เหมียนกัลล์ ........ ฮาโรลด์ รอบบินส์, ซิดนีย์ เชลดอน,
ความคิดเห็นที่ 13
noykrup วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/noykrup

คนอยู่ในน้ำนี่เขาอึดดีเนอะ
ความคิดเห็นที่ 12
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 11.06 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ปาปิญอง ชอบมากๆครับ
ความคิดเห็นที่ 11
feng_shui วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 10.53 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

บรรยากาศเก่าๆ เรื่องราว หนักๆ


ผ่านมาแล้ว

เปลี่ยนไป
.
.
.
.
ความคิดเห็นที่ 10
lost-in-space วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 10.51 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
เคยไหม ? ที่เดินไปยิ้มไปได้อยู่คนเดียว :)

ป๋าคนโทฯ ชอบเอ็นทรี่นี้มากเลย ขอโหวตนะคะ (อยากจะกรี๊ด แต่มันดูไม่งาม ) ต้องไปหาปาปิญอง มาดูให้ได้ซะแล้ว มิน่า ทำไมเมื่อก่อนถึงได้ยินพ่อพูดถึงหนังเรื่องนี้บ่อย ๆ

"การจดจ่ออยู่กับการเดินเป็นการทำจิตให้เชื่องนั่นเอง เพราะถ้าจิตไม่เชื่องก็จะฟุ้งซ่านสารพัด คิดถึงอดีต คิดถึงอนาคต คิดถึง 5 ปีข้างหน้าว่าช่างนานแสนนานเหลือเกิน" >>> ก็น่าจะหมายถึง "การอยู่กับตัวเอง อยู่ปัจจุบัน" ที่มักใช้เตือนสติตัวเองบ่อย ๆ (เพราะเป็น แม่นางเอ๋อ อยู่บ่อย ๆ 555)

วิมานลอย, มิดไนท์คาวบอย, ก็อด ฟาเธอร์ >> ดูหมดแล้ว โดยเฉพาะสองเรื่องหลัง ทำให้รู้สึกว่าหนังในยุค 70 มันน่าสนใจจริงในเรื่องของเนื้อหา มีโอกาสจะพยายามหาเรื่องอื่น ๆ มาดูอีก

"What's Eating Gilbert Grape" อันนี้ยังไม่ได้ดู ได้ยินคำร่ำลือมานานแล้ว
ความคิดเห็นที่ 9
Jui วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ที่นำเสนอมาดูหมดแล้ว
อาจจะเพราะรสนิยมเดียวกัน
แต่อย่างไรผมอยากเป็นเสรีชน
คร๊าบ...
ความคิดเห็นที่ 8
kroo-ngoe วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 09.40 น.
http://www.oknation.net/blog/smcmfb
http://www.oknation.net/blog/swcmband วงดนตรีบำบัดhttp://www.oknation.net/blog/my  กีฬา+นานาสาระ

โฮ อ่านจนเมื่อยตาเลยครับ
จำได้ว่าเคยดูแล้ว แต่จำเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว หน่วยความจำในสมองถูกลบไปเกือบหมดแล้ว
ขอบคุณครับที่สะกิดมาให้
ความคิดเห็นที่ 7
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 09.35 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

เป็นหนังที่น่าดูจัง

ปล.หนูก็ชอบลุงเดปป์เหมือนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
chompoopookha วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ตอนดูคงเครียด ๆ น่าดูเลยนะคะ
เพราะในเรื่องคงจะมีแต่ปาปิญอง
กับชมพูภูคานี่แหละ เป็นเพื่อนกัน...
ความคิดเห็นที่ 5
ฅนผ่านทาง วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 08.34 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
จิ้งจังคลุ้งกุ้งแห้งแกงพุงปลา ลืมหัวข่าชายหนำยำหัวทือ ลืมปูนาปลาคลักในปลักหนอง ลืมตอดองหนางเปรี้ยวแล้วเชียวหรือ ลืมบิ้งนาหญ้ารกทั้งกกปรือ ลืมฝามือที่แฉกแตกเป็นปอม ลืมโคมร้ายใช้คั่วลูกหัวครก..

ยังไม่เคยดูครับพี่ครับ
จากที่เล่ามาทำให้อยากดูมากถึงมากที่สุด
เป็นความผิดของพี่เสียแล้วงานนี้
เพราะฉะนั้นรับผิดชอบด้วยการก็อบแจกด่วน
ความคิดเห็นที่ 4
กลองไท วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 01.52 น.
http://www.oknation.net/blog/kraitong
ไทนาหว้า

ความคิดเห็นที่ 3
คนสวย วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 00.12 น.
http://www.oknation.net/blog/ratana

เรื่อง "ปาปิญอง"...ไม่ได้อ่าน....แต่คนสวยดูหนังค่ะ...
ดู ๒ รอบ...เพื่อนสนิทที่ไปด้วยกัน..
บอกว่า เรานี่ท่าจะบ๊อง..คนอื่นเขาดูรอบเดียว....
..........................................................
ขอบคุณในข้อธรรมะนะคะ...ไว้เตือนตน.....
คนสวยถูกสอนไว้ว่า...
จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นประธาน...
ต้องคุมจิตไว้ให้ดีนะคนสวย
แล้วลูกจะเป็นสุขทุกเมื่อ"
............................................................
"ถึงหนีไปได้ แต่ก็ไม่พ้นสายตาประชาชน"...
รวมทั้งหนีใจตนเองที่คอยหลอกหลอนไม่ได้
ต่อให้ไปอยู่ไกลแสนไกล.....
ใช่เลยคุณ คนโทฯ...........
............................................................
ความคิดเห็นที่ 2
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

:::ประตูสู่โลกวรรณกรรมครับ::::
ความคิดเห็นที่ 1
thesaint วันที่ : 01/09/2008 เวลา : 00.00 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----เป็นเอ็นทรี้ ซึ่งใส่ข้อมูลและความเกี่ยวเนื่องได้ค่อนข้างหนัก ผมคุ้นว่าเรื่องนี้ยังมีให้เช่านะครับ----
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน