• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontosainam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-16
  • จำนวนเรื่อง : 269
  • จำนวนผู้ชม : 105566
  • จำนวนผู้โหวต : 935
  • ส่ง msg :
วันพุธ ที่ 3 กันยายน 2551
แลไปข้างหน้า...มองไม่เห็นตอนจบ
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 340 , 20:47:14 น.   | หมวดหมู่ : ห้องหนังสือ (my work)   ห้องสมุด (library)   ห้องแห่งความลับ (diary)  
พิมพ์หน้านี้


เฮ้ย...ไปดู "ข้างหลังภาพ" มารึป่าว?
"ป่าว ไปดูมาแล้วเหรอ เป็นไงดีมั้ย?"
"โห ดีมากเลยว่ะ ยิ่งฉากน้ำตกที่ชิตาเกะนะ โปรดักชั่นสุดยอด"
"ชิตาเกะบ้านเมิงสิ ชิตาเกะนั่นมันเห็ดโว้ย จริงๆ มันชื่อมิตาเกะเฟ้ย"

จริงๆ อย่างที่บล็อกเกอร์ครูเก๋เขียนไว้ ว่า จากเรื่องข้างหลังภาพ คนมักจะจำประโยคอมตะประโยคเดียวคือ
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก"
จริงๆ ยังมีอีกหลายประโยคที่เป็นอมตะได้ ซึ่งก็อาจจะแล้วแต่มุมมองของผู้อ่าน
สำหรับผม ประโยคนี้ก็โดนใจเป็นอย่างมาก
"จะเป็นอะไรก็ตาม จงเป็นเสียอย่างหนึ่ง จะเป็นอะไรมิใช่ปัญหา สำคัญอยู่ที่ว่าจงเป็นอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม"


ได้เขียนไว้ในเอนทรีก่อน "Papillon เจ้าผีเสื้อเสรีที่โหยหาอิสระภาพ"

ผมรู้จักกุหลาบ สายประดิษฐ์ จากผลงานแปลหนังสือ "เน็ด เคลลี่ เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร" จริงๆ แล้ว ชื่อกุหลาบ สายประดิษฐ์นั้น ได้ยินมาก่อนแล้ว จากข้อความที่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคนรู้จัก คือ "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" อันมีข้อความเต็มๆ จาก "..นักศึกษาและบัณฑิตของ ม.ธ.ก. มีความรักในมหาวิทยาลัยของเขา มิใช่เพราะเหตุแต่เพียงว่าเขาได้เรียนในมหาวิทยาลัยนี้ เขาได้วิชาความรู้ไปจากมหาวิทยาลัยนี้ เขารักมหาวิทยาลัยนี้ เพราะธาตุบางอย่างของมหาวิทยาลัยนี้ที่สอนให้เขารู้จักรักคนอื่น รู้จักคิดถึงความทุกข์ยากของคนอื่น เพราะว่ามหาวิทยาลัยนี้ไม่กักกันเขาไว้ในอุปาทานและความคิดที่จะเอาแต่ตัวรอดเท่านั้น ชาว ม.ธ.ก.รักมหาวิทยาลัยของเขา เพราะว่ามหาวิทยาลัยของเขารู้จักรักคนอื่นด้วย../..จากบทความเรื่อง "มองดูนักศึกษา ม.ธ.ก. ด้วยแว่นขาว.." แต่ขณะนั้นยังไม่ได้รู้ลึกมากไปกว่านั้น จนกระทั่งได้อ่าน "เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร" ก็เริ่มเจาะลึกไปถึงผลงานของผู้แปล พบว่ามีงานเขียนมากมายทั้งเรื่องยาว เรื่องสั้น บทความ เพราะเป็นทั้งนักหนังสือพิมพ์ นักเขียน นอกเหนือจากเรื่องข้างหลังภาพซึ่งได้อ่านในภายหลังแล้ว เรื่องที่ได้อ่านก่อนคือ "แลไปข้างหน้า"

แลไปข้างหน้า นั้นมีสองภาคคือภาคปฐมวัย และภาคมัชฌิมวัย ภาคปฐมวัยพิมพ์ครั้งแรกใน ปี ๒๔๙๘ ภาคมัชฌิมวัย พิมพ์ลงเป็นตอนๆ ในนิตยสารปิยมิตร ปี ๒๕๐๐ และรวมเล่ม ปี ๒๕๑๘ ห่างกันถึง ๒๐ ปี ตอนอ่านก็สงสัยว่าแล้วไม่มีปัจฉิมวัยหรือ ก็มาทราบทีหลังว่า เรื่องนี้เขียนไม่จบ เพราะผู้เขียนติดภารกิจ

ผมได้อ่าน "แลไปข้างหน้า" ทั้งสองภาค แต่รู้สึกว่าหนังสือในครอบครองจะเหลืออยู่แต่ภาคมัชฌิมวัย ส่วนภาคปฐมวัยคงต้อง "ไปหาเอาข้างหน้า" เสียแล้ว

แลไปข้างหน้า ภาคปฐมวัย

เป็นเรื่องสมัยเด็กของจันทา โนนดินแดงเด็กบ้านนอกซึ่งมีโอกาสเข้ามาเรียนหนังสือชั้นมัธยมในโรงเรียนผู้ดีในกรุงเทพฯ เพราะการฝากฝังของเข้าอาวาส และเพื่อจะได้เป็น "องครักษ์" ของลูกชายของขุนนางผู้ใหญ่คนหนึ่ง

บทแรกๆ เป็นการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเมืองกับบ้านนอกระหว่างจันทากับนิทัศน์ ซึ่งเป็นคนที่มาจากครอบครัวฐานะปานกลางค่อนข้างยากจนในเมือง และเป็นคนที่มีทัศนะเป็นนักประชาธิปไตยมากกว่าใครในชั้น

ตอนแรกคือ ตอนที่จันทาป่วยอยู่ที่บ้าน คุณลมัยแม่บ้าน ซึ่งความจริงเลื่อนชั้นไปจากคนรับใช้ธรรมดา แต่กลับถูกหลอมให้มีทัศนคติแบบเจ้าขุนมูลนายโกรธที่เด็กของตนให้ยาฝรั่งแก่จันทาไปกิน โดยพูดว่า "พวกคนบ้านนอกน่ะ เวลาเจ็บป่วยเขาก็ใช้รากไม้ฝนกินฝนทากันทั้งนั้น เขาอยู่มากันอย่างนี้ตั้งบรมกัลป์มาแล้ว ชีวิตเขาไม่เหมือนกับพวกเรา"

และ "มันไม่มีธรรมเนียม แม่สายที่บ่าวจะใช้นายแพทย์ร่วมกับนาย ฉันรู้สึกว่าการที่จะไปเอานายแพทย์ของคุณวัชรินทร์มารักษาอ้ายจันนั้น จะเป็นการทำผิดที่ร้ายแรงเสียยิ่งกว่าจะปล่อยให้อ้ายจันมันตายไป"

อีกตอนหนึ่งของฉากโรงเรียน ตอนที่เซ้ง เด็กลูกจีนฐานะยากจนผู้ศรัทธาในศาสนาและเห็นแก่มนุษยธรรม ถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากอาจารย์ใหญ่ฐานปัสสาวะริมรั้ว โดยไม่สอบถามความจริงที่ว่า มันเป็นเพราะเขาต้องอธิบายการบ้านให้เพื่อนจนระฆังตีเวลาเข้าเรียนและเขาปวดปัสสาวะเต็มที่ กลัวว่าถ้าวิ่งไปห้องน้ำจะเข้าเรียนสายถูกลงโทษ แต่อาจารย์ใหญ่ก็ลงโทษเขาหนักเนื่องจากอาจารย์มีอคติต่อเขาล่วงหน้าแล้วว่า ลูกจีนเป็นพวกไพร่ เป็นคนอีกวรรณะหนึ่งซึ่งมีแนวโน้มจะทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนผู้ดี

ภาคปฐมวัย นอกจากผู้เขียน จะเขียนถึงความแตกต่างระหว่างเมืองกับชนบทการแบ่งแยกชนชั้น ทัศนคติ ค่านิยมที่ล้าหลังต่างๆ ไว้อย่างกว้างขวางได้อย่างคมคายหลายตอน เช่นตอนที่หลังจากถูกอาจารย์ใหญ่ลงโทษแล้ว เซ้งพูดกับจันทาซึ่งมาปลอบใจเขาว่า "เธอกับฉันมีสิ่งที่เหมือนกันอยู่ข้อหนึ่งคือ มาจากครอบครัวที่ยากจน มันอาจจะเป็นเจ้าความยากจนนี่เอง ที่ทำให้เรากลายเป็นคนเลวร้ายไป"

แลไปข้างหน้า เล่มแรก กับ แลไปข้างหน้าที่ สนพ.ดอกหญ้านำสองภาคมาตีพิมพ์รวมกัน หากพบเห็นก็รีบซื้อเก็บไว้ เพราะนับวันจะกลายเป็นของหายากไปเสียแล้ว

แลไปข้างหน้า ภาคมัชฌิมวัย

เป็นเรื่องสมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เรื่อยมาจนถึงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ตัวละครสมัยเด็กต่างก็โตเป็นผู้หลักผู้ใหญ่และแยกย้ายกันไปประกอบอาชีพ เค้าโครงเรื่องมีลักษณะสะท้อนภาพของสังคมการเมืองที่มีผลกระทบต่อตัวละครต่างๆ กันมากกว่าภาคแรก

นิยายเรื่องนี้จบ ลงตรงที่เซ้งซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่รักความเป็นธรรมรักประชาธิปไตย ถูกรัฐบาลจอมพล ป. สมัยร่วมมือกับญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ ๒ จับตัวไป ขณะที่นิทัศน์เริ่มไปเรียนต่อที่อังกฤษ และจันทาเพิ่งออกไปเป็นอัยการในต่างจังหวัดได้ไม่นาน

แลไปข้างหน้า ภาคปฐมวัยและภาคมัชฌิมวัย เป็นนิยายชิ้นสำคัญของศรีบูรพา เรื่องนี้เขียนขึ้น ระหว่างปี ๒๔๙๕-๒๕๐๐ ซึ่งเป็นช่วงที่ศรีบูรพา ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในที่คุมขัง ในฐานะนักโทษการเมือง ผู้คัดค้านนโยบายของรัฐบาล ขณะที่ถูกจับกุม เขามีอายุ ๔๗ ปี เป็นนักหนังสือพิมพ์ นักเขียน ที่มีชื่อเสียงมากแล้ว นิยายเรื่องนี้ ศรีบูรพาเขียนไม่จบ เนื่องจากหลังจากที่เขาพ้นโทษ ออกจากที่คุมขังมา ก็มีภารกิจด้านอื่น และในปี ๒๕๐๑ ขณะที่เขาเดินทางไปประเทศจีน ในนามหัวหน้าคณะวัฒนธรรมไทย ก็ได้เกิดการทำรัฐประหาร โดยจอมพลสฤษดิ์ขึ้น มีการกวาดล้างจับกุมนักการเมือง นักหนังสือพิมพ์ และนักเขียน จำนวนมาก ทำให้ศรีบูรพาต้องขอลี้ภัย อยู่ในประเทศจีนเรื่อยมา จนถึงแก่กรรมในปี ๒๕๑๗

มองในแง่ความคิดแล้ว นิยายเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็น ความคิดที่ก้าวหน้า มากกว่านิยายเรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านั้น ของศรีบูรพา ได้อย่างชัดเจน ความคิดที่เด่นชัดของเขาคือ ความเชื่อในเรื่องความเสมอภาค ความยุติธรรม สิทธิเสรีภาพ ความเจริญก้าวหน้า ความสงบสุขของประเทศ และของโลก เขาได้สอดแทรกความคิดเหล่านี้ ไว้ในนิยาย ได้อย่างค่อนข้างแนบเนียน ด้วยความเป็นคนช่างสังเกต ถี่ถ้วน และละเอียดอ่อน สิ่งหนึ่งเขาทำได้ดี ในนิยายเรื่องนี้ คือ การสะท้อนภาพ สังคมการเมือง และวัฒนธรรม ในยุคสมัยดังกล่าว ออกมาได้อย่างง่ายๆ แจ่มชัด

ศรีบูรพา เป็นนามปากกา ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ (๒๔๔๘-๒๕๑๗) นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ คนสำคัญของไทย ในช่วงตั้งแต่ทศวรรษ ๒๔๗๐ ถึงทศวรรษ ๒๕๐๐ มีผลงานเขียน ทั้งนิยาย เรื่องสั้น บทความ จำนวนมาก งานเด่นๆ มี อาทิ สงครามชีวิต (๒๔๗๕) ข้างหลังภาพ (๒๔๘๐) เบื้องหลังการปฏิวัติ (๒๔๘๔) จนกว่าเราจะพบกันอีก (๒๔๙๓) แลไปข้างหน้า (๒๔๙๘) รวมเรื่องสั้น และรวมบทความสั้นหลายเล่ม

ข้อมูลและภาพจากอินเตอร์เน็ต http://www.rsu.ac.th/soc/corner34.html, http://www.sriburapha.net/biography.php

@@@@@@@@@@


ศรีบูรพา เขียน "แลไปข้างหน้า" เพียงภาคปฐมวัยและมัชฌิมวัย

เพราะสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นวุ่นวายเหลือเกิน

เหมือนกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่เราไม่รู้ว่าตอน "ปัจฉิมวัย" นี้จะจบลงอย่างไร....


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35
แม่หมี วันที่ : 08/09/2008 เวลา : 05.46 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

หวังว่าคงจะจบด้วยดี.....นะ

................................
"ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก"

ตอนที่อ่านเรื่องข้างหลังภาพ กำลังเรียนม.ศ. 4 อู้ย......อ่านแล้วอินมั่กๆ แต่ตอนนี้เหนื่อยค่ะ พ่อหมี ลูกหมี รักแม่หมี จะเอาอะไรก็แม่ เหนื่อยแท้ๆ
ความคิดเห็นที่ 34
beckyblooms วันที่ : 06/09/2008 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

ฉันก็รู้จักคุณศรีบูรพา เพราะ "คุณอาประภัสสร"(เน้นตรงคุณอา)
เล่าว่า ได้ไปคุยกันมาเมื่อไม่นาน ก็บอกว่าได้เอาเรื่องนี้ให้พี่บอยสร้างเป็นละครด้วยแหละ..อิๆๆ..

บอกเพื่อบอกว่า รู้จักดีกว่า ฮ่าๆๆ.. รู้ไม่เยอะเท่า เน้นหนิดหนมกว่าแทน (แถมไม่ได้หนิดกับคนที่เป็นพ้อยท์อีกต่างหาก)
ความคิดเห็นที่ 33
นานา วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 22.14 น.
http://www.oknation.net/blog/nana

แวะชมหอยมาแล้ว....หอยเยอะดีนะ บ้านนี้หน่ะ..หุหุ
ความคิดเห็นที่ 32
แม่น้องฯ วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
~รัฐธรรมนูญ ม.190 นั้นสำคัญอย่างไร ทำไมจึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากแก้กันนัก???

ขอบคุณที่เขียนแนะนำค่ะ
ถ้ามีโอกาสก็จะหามาอ่านแน่นอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
raksanok วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 21.43 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

เอามือแตะเม้าท์แล้วเอาเม้าท์แตะ หอย ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 15.25 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

อ่านแต่ แคนดี้ไวท์ สาวน้อยอารมณ์ดี และก้ ฟาโรห์ เจ้าชาย(พระเอก)หล่อโคดเลยล่ะพี่...ชอบอ่านหนุกดีล่ะ พี่ลองไปหาอ่านดูสิคะ อ่านมาจนอายุตอนนี้ก็ จะ 25 แล้วยังไม่จบเลยเนี่ย...
ความคิดเห็นที่ 29
redribbons07 วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 15.15 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07


เอนทรี่นี้คุ้มจริง ๆ มีตั้งหลายเรื่อง


......ประชาธิปไตยยังค้นหาอยู่

.......เฝ้ามองดู

.......ทุกสิ่งที่ดำเนินจะจบอย่างไร

.......การเจรจาจะหาทางออกได้หรือไม่

???????????????????????????????
ความคิดเห็นที่ 28
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 13.00 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

นวนิยายแต่ละเรื่องมีตอนจบแนอนครับ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 27
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/FriendlygirL
"...เขียนด้วยใจ เขียนด้วยฉัน..."

หมายถึงคุณหญิงในหนังข้างหลังภาพนะคะ...
ความคิดเห็นที่ 26
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 12.41 น.
http://www.oknation.net/blog/FriendlygirL
"...เขียนด้วยใจ เขียนด้วยฉัน..."

เป็นหนังที่เศร้าลึกลึกนะคะ....^__^
ความคิดเห็นที่ 25
auguzzy วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 11.25 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

นั่นสิคับ

จะจบลงตรงไหน
ความคิดเห็นที่ 24
minmint วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 08.30 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso


มากราบขอบพระคุณป๋าด้วยใจ กับข้อความในcommentล่าสุดentry พิเศษ
แม้ไม่อาวุโสนัก แต่ธรรมชาติในตัวตนของป๋า มีใจดีเมตตาต่อทุกคนใน OK
สิ่งนี้เดินทางแบบ super high speed จนทุกคนรู้สึกได้แม้ไม่เคยพบกัน



" ๑ ขวบใน OKNATION บ้านของความคิด บ้านของจิตใจ "

Permalink : http://www.oknation.net/blog/paradiso/2008/09/01/entry-1



" โหวตให้เลย บรรยายความรู้สึกกันแบบตรงๆ

ได้เคยเขียนไว้หลายเอนทรี เกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก ของบล็อกเกอร์ที่มีต่อผลตอบรับ สรุปได้อย่างหนึ่งคือ แม้เราจะเขียนดีเลิศขนาดไหนก็ตาม (ในความคิดของเรา) แต่ขาดการไปเยี่ยมบ้านอื่นจำนวน view, comment มันก็ไม่ไปถึงไหน...นั่นคือเราไปยึดติดกับจำนวน (เลขจำนวนนับได้) แต่ถ้าเรามีความสุขที่ได้เขียน มีเพื่อนบ้านรู้ใจเพียงแค่ไม่กี่คนที่มาอ่านจริงๆ มาแสดงความเห็นจริงๆ แล้วเรารู้สึกเป็นสุข...มันจะดีกว่ามี view เยอะ แต่ไม่ได้อ่านเลย หรือมาทักทายตามมารยาทเท่านั้น..หรือเปล่า?
เรื่องนี้จริงๆ ต้องคุยกันยาวๆ และ minmint ก็เขียนไว้ชัดเจนพอสมควรแล้ว"


ความคิดเห็นที่ 23
komyos วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 08.12 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวัสดีต๋อนเจ๊าเจ้า

ความคิดเห็นที่ 22
ภาษาหลากสี วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 04.44 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

เป็นผลงานที่คลาสสิคมากของศรีบูรพาค่ะ

นิดยังไม่มีโอกาศได้อ่านเต็มๆสักที พอมาอ่านวรรณกรรมเก่าๆย้อนมันไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม เพราะสภาพสังคมมันเปลี่ยนไป

น่าแปลกที่ผลงานของท่านที่เป็นที่รู้จักดีในยุคนี้ กลับเป็นเรื่องข้างหลังภาพน่ะ ทั้งที่และไปข้างหน้าไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก อาจเป็นเพราะมีการวิพากษ์สังคมหลายจุด และสังคมตอนนี้เปลี่ยนจากยุคนั้นไปมาก
ความคิดเห็นที่ 21
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

หลับฝันดีนะคะเฮีย..พรุ่งนี้เที่ยงๆมาคุยด้วยค่ะ..
ความคิดเห็นที่ 20
อึ่งอ่าง วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 19.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง


ความคิดเห็นที่ 19
อึ่งอ่าง วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 19.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง

ความคิดเห็นที่ 18
หมีปิศาจ วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 12.16 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ยอมรับตามตรงเลยครับ ผมไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ
และก็ไม่ได้สนใจว่า คนแต่ง คนแปล เรื่องนี้เป็นใคร มีความสำคัญ หรือบทบาทอย่างไร

นามปากกา ศรีบูรพา ผมเพียงเคยได้ยินที่ท่านได้รับรางวัล แต่ไม่คิดหาข้อมูลใดเพิ่มเติม
เรื่อง ข้างหลังภาพ หรือ แลไปข้างหน้า ก็เคยรู้จัก แต่ไม่ได้อ่านหรอกครับ

ทั้งที่ท่านเป็นถึง ปูชนียบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับ ร.ร.เทพศิรินทร์ ม.ธ.ก.
และประเทศไทยอย่างมากมาย
ถ้าเข้าใจไม่ผิด ท่านคงเขียนแทนตัวเองว่า เป็น เซ้ง ลูกคนจีนจนๆ คนนั้นมั้งครับ

ที่ไม่รู้และเพิ่งมารู้อีกอันวันนี้ ก็ ที่มาของข้อความอมตะที่เฮียยกมา ว่ามาจาก
บทความ "มองดูนักศึกษา ม.ธ.ก. ด้วยแว่นขาว" 7ปีหลังจากที่ท่านสำเร็จเป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต เมื่ออายุ 38 ปี

ที่จริง นู๋ลี เคยเอาเรื่องและผลงานของท่านมาลงแล้ว แต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้อ่านประวัติท่านละเอียดครับ

ผมล่ะอายจริงๆ

ขอบคุณเฮียอีกครั้งครับ
ความคิดเห็นที่ 17
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 10.15 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

เอ่อ..กุ้ง
แตะผิดที่แล้วม้าง...
ความคิดเห็นที่ 16
minmint วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 10.04 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso


โห...นี่เจอแฟนพันธ์ุแท้ของ ศรีบูรพา เข้าให้แล้ว คลาสสิคมากป๋า

โหวตให้เพราะโดนใจสุด ๆ

.....................

ชวนป๋าเที่ยวบ้างดีก่านะ...มะละกา มรดกโลกแห่งใหม่ ฯ

Permalink : http://www.oknation.net/blog/paradiso/2008/08/26/entry-1
ความคิดเห็นที่ 15
roselobster วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก "  ♥♥♥♥¯`°• กุ้งกุหลาบ °´¯♥♥♥♥°        ขอเธอจงหยัดสู้อย่างทรนงเพื่อยืนยงดั่งดาว-พราวนภา

อ่านสุภาษิตเกี่ยวกับหอย

โปรดเอาเม้าท์แตะหอย








ความคิดเห็นที่ 14
ว.แหวนลงยา วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 09.37 น.
http://www.oknation.net/blog/wachira89

ตอนจบ ลูกเจ้าพระยาขี้ฉ้อ ตายแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 13
แก้วตา วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 07.26 น.
http://www.oknation.net/blog/tto-okk
Don't try to be nice.

ทุกวันนี้ก็แลไม่เห็นตอนจบเหมือนกันค่ะป๋า
คิดว่าเดี๋ยวก็คงเข้าอีหรอบเดิมอีก

ความคิดเห็นที่ 12
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 04.50 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

อรุษสวัสดิ์เฮีย..

เดี๊ยวมาทักทายใหม่ตอน บ่ายๆๆๆๆ

นะ.
ความคิดเห็นที่ 11
yongchan วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 00.24 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

อ่านเท่าที่พี่เขียนก็สงสารเซ้งกับจันจังเลย รู้สึกดีใจที่ไม่ได้เกิดมาในยุคนั้น จริงๆ นะ...

ถ้ามีเงินซื้อตั๋ว ก็กลับไปแล้วแหละพี่...จริงๆ นะ...

ว่าแต่พี่เห็นพี่สาวของหนูบ้างไหม? หายไปเลย... ถ้าเจอ ฝากบอกด้วยว่าหนูเป็นห่วงนะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
tengpong วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 23.06 น.
http://www.oknation.net/blog/tengpong

ป๋าไปดู ข้างหลังภาพ นั่งน้ำตากระจายเลยอ่ะดิ ท่าจะอิน


ไปเป็นผู้รักษาประตูดีกว่าป๋า

พอดีขาด โดยเฉพาะช่วง เที่ยงคืนถึง ตีสาม ไม่มีใครรักษาประตู

ผมกลัวหาย
ความคิดเห็นที่ 9
mookie วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 21.28 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING

ฮืมมม น่าอ่าน เด๋วยังติดของป๊ะป๋าอยู่อีกเรื่อง...

เด๋วขอหาเวลาจัดการให้เสร็จก่องน้า...

ไม่อยากติดตามตอนต่อไปเลยอ่ะป๋า ไม่รู้ว่าตอนจบจะเลวร้ายขนาดไหน...

แต่ดูๆ แล้ว ต้องไม่ค่อยดีแน่ๆ .... เส้า
ความคิดเห็นที่ 8
mookie วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 21.26 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING

อยากรู้ปัยหมด...
V
V
V
ความคิดเห็นที่ 7
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 21.17 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ไปกับใครมาครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 21.08 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

อยากรู้ตอนจบเหมือนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
สัญชาติฌาณมังกรย่อมไม่ร้องครวญครางให้เป็นที่รำคาญของกุ้งฝอย


ตอนจบ

ไม่รู้ว่า

พระเอกจะตายหรือป่าว



ความคิดเห็นที่ 4
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life  

ความคิดเห็นที่ 3
slipknot วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

เดี๋ยวก็จบ...
ความคิดเห็นที่ 2
ต้นฝ้าย วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 20.58 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
แล้วทุกอย่างก็จะผ่านเราไปไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทำไมเราจึงไม่เก็บแต่ความสุขไว้ในความทรงจำ ตามไปดูความสุขของผมกัน..

วันนี้จะจบอย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับพี่ แต่ก็ขอให้จบด้วยดี และบันทึกไว้เป็นบทเรียน.... เรื่องหนังสือไม่มีโอกาสได้อ่าน แต่เรื่องของ เน็ด เคลลี่ เคยได้ดูหนังท่าจำไม่ผิดหลังสุดจะเป็น ฮิท เลทเจอร์ แสดง...

ปล.ว่าแต่น้ำตกที่ชิตาเกะเนี่ยเอามาย่างไฟซะหน่อยเอาโชยุทานิดท่าจะอร่อยนะครับ...
ความคิดเห็นที่ 1
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 03/09/2008 เวลา : 20.55 น.
http://www.oknation.net/blog/champions

จบลงด้วยดี

ด้วยประการฉนี้แล ...จ้าท่านพี่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก