• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontosainam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 37256
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
วันอังคาร ที่ 3 มิถุนายน 2551
ความผิดพลาดครั้งสำคัญที่เบื้องหน้าพระแม่
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 380 , 19:09:27 น.  
พิมพ์หน้านี้


เตรียมการดี มีชัยไปกว่าครึ่ง  
เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย  
เพราะมีประสบการณ์ครั้งสำคัญ...ที่ผิดพลาดอย่างยิ่ง  

21.5.2004
พระราชวังวาติกัน, กรุงโรม ประเทศอิตาลี

รู้อยู่ว่าที่พระราชวังวาติกัน มีงานศิลปกรรมปฏิมากรรมของศิลปินระดับโลกอยู่มากมาย
ตั้งใจไปชมและบันทึกทั้งภาพและวิดีโอ โดยเฉพาะที่หมายตาและศึกษาไว้เป็นพิเศษ
คือ ปฏิมากรรม "พิเอต้า Pieta" ของไมเคิลแองเจโล* ที่เคยอ่านและเห็นรูปมา
Pieta เป็นปฏิมากรรมที่แสดงให้เห็นถึงความรักและอารมณ์ผูกพันระหว่างมารดาและบุตร และยังเป็นงานศิลปะชิ้นเอกของศิลปินที่ชื่นชอบด้วย

ดูอารมณ์ เส้นสายสรีระที่อ่อนช้อย รอยยับย่นพลิ้วไหวของผ้า ไม่น่าเชื่อว่าสลักจากหินอ่อน (ภาพจากอินเตอร์เน็ต) 

แต่ด้วยเสน่ห์ของกรุงโรม ...

ทุกจุดที่อยู่เบื้องหน้าถูกบันทึกลงกล้องคอมแพ็ค และกล้องวิดีโอที่พกพาไป
ยิ่งเมื่อมาอยู่ที่ลานมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เบื้องหน้าเสาโอบิลิสก์ (obelisk) และเสาศิลามหึมาจำนวนมากที่รายล้อมเป็นวงกลม ผนวกกับบรรยากาศ นักท่องเที่ยวที่คึกคัก จนทำให้กดชัตเตอร์กันไม่ยั้งมือ โดยลืมไปว่า ของดียังมีอยู่ในมหาวิหาร

  ดูจำนวนคนเข้าคิวตรงประตูสิ จากจุดที่ถ่ายรูปนี้คือคิวของเรา 

แล้วความผิดพลาดครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นจนได้...ต่อหน้าพระแม่มารี

จำนวนนักท่องเที่ยวมากมายทำให้ไม่สามารถเข้าถึงปฏิมากรรม Pieta ได้ ต้องใช้ซูมเข้าไป และในวิหารก็ค่อนข้างมืด แฟลชก็ไม่สามารถถึงรูปปฏิมากรรมได้ ต้องใช้โหมดถ่ายภาพในที่มืด ซึ่งต้องเปิดหน้ากล้องนาน ผนวกกับผู้คนที่เบียดเสียดทำให้ภาพที่ได้เมื่อดูที่มอนิเตอร์คือภาพมืดและสั่นไหว

  ภาพปฏิมากรรม Pieta ที่ถ่ายได้  

ดูจำนวนภาพที่เหลือ...ไม่กี่รูป..ละล้าละลังที่จะลบภาพที่ถ่ายมาแล้วทิ้ง...
...แต่นี่คือการ์ดความจำอันสุดท้ายจากที่พกไป 4 อัน (อันละ 512 Mb.ตอนนั้นไม่มีการ์ด 1 Gb.)
สุดท้ายตัดใจไม่ลบ เพราะเห็นว่าข้างในค่อนข้างมืด ถึงจะถ่ายภาพได้อีกมาก ก็คงไม่สวย และถ่ายไปตรงไหนก็เห็นแต่หัวคน

ผู้คนเบียดเสียดกันในมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์  

ดูแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้วันก่อน เหลืออีกนิดเดียว ก้อนก่อนหน้านั้นเพิ่งหมดไปเมื่อคืนและชาร์จไม่ทัน

พ้นจาก Pieta มาได้ เดินลึกเข้าไปในมหาวิหาร...แบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปหมด !!!!

ไม่เป็นไร...ใช้กล้องวิดีโอถ่ายเป็นภาพนิ่งก็ได้ ซูมได้เยอะกว่าอีกต่างหาก ใช้ไปได้อีกแป๊บเดียว...แบตเตอรี่กล้องวิดีโอหมด !!!!

เซ็งสุดขีด...นี่คือความผิดพลาดครั้งสำคัญ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาอีกหรือเปล่า...

เซ็งไปก็เท่านั้น...เที่ยวให้สนุกดีกว่า
เก็บอุปกรณ์ทุกอย่างเก็บลงกระเป๋า เดินชมความงามอย่างสบายอารมณ์

บันทึกทุกอย่างลงหน่วยความจำในหัวที่แม่ให้มา..อิอิ
แต่เมื่อมาดูรูปที่ถ่ายมาได้นิดเดียวแถมคุณภาพไม่ดีอีกต่างหาก...เจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน...

(ถึงจะเลิกใช้นิคอน E4300 ไปแล้วเพราะปัญหาเยอะเหลือเกิน แต่ก็ยังไม่คิดจะซื้อ SLR หรอกนะ ...ไม่มีตังค์ เลยยังใช้กล้องคอมแพ็คอยู่)

ภาพความอลังการของลานหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์, นครรัฐวาติกัน

เกร็ดความรู้
* ในปีคศ. 1492 ลอเรนโซ เดอ เมดิซี (Lorenzo de Medici) เจ้าผู้ครองแคว้นฟิเรนเซ่ (ฟลอเรนซ์) ผู้ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากทั้งในทางการเมือง และศิลปะวัฒนธรรมในคาบสมุทรอิตาลีได้เสียชีวิตลง (ตระกูลเมดิซีเคยมีอิทธิพลสูงในวงการศาสนจักร-การเมือง ก่อนหน้าการขึ้นสู่อำนาจของตระกูลบอร์เจียเมื่อคาร์ดินัล โรดริโกบอร์เจียได้รับตำแหน่งพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 6 ในปี 1493 ลอเรนโซ เดอ เมดิซี นอกจากจะมีอิทธิพลในทางการเมืองอย่างมากแล้ว เขายังเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับงานศิลปะมาก สถาบันสอนวิชาศิลปะและงานแกะสลักจำนวนมากถูกเปิดขึ้นทั่วเมืองฟิเรนเซ่ในสมัยของลอเรนโซ และมีศิลปินชื่อก้องโลกจำนวนมากในยุคนั้น ที่เขาเคยให้การสนับสนุนเช่นซานโดร บ๊อตติเซลลี, ลีโอนาร์โด ดาวินชี และไมเคิลแองเจโล บัวนาร็อตติ) หลังจากการเสียชีวิตของผู้นำที่ยิ่งใหญ่อย่างลอเรนโซ ฟิเรนเซ่ที่เคยมั่นคงเป็นปึกแผ่นก็เข้าสู่ช่วงแห่งวิกฤตของการแย่งชิงอำนาจระหว่างตระกูลเมดิซีและกลุ่มต่างๆ จนกลายสภาพเป็นเมืองที่ถูกแบ่งขั้วอำนาจเป็นฝักฝ่าย

จากสภาพทางการเมืองที่ยุ่งเหยิงและมีแต่ความไม่แน่นอน และการเสียชีวิตของผู้ให้การสนับสนุนในการรังสรรค์งานศิลปะ ทำให้ชายหนุ่มวัย 17 ปีนาม ไมเคิลแองเจโล บัวนาร็อตติ (Michelangelo Buonarroti) ซึ่งต่อมาคือนักประติมากรรมและจิตรกรรมผู้มีชื่อเสียงก้องโลกมาจนถึงปัจจุบัน ตัดสินใจละทิ้งเมืองฟิเรนเซ่ ที่ซึ่งเขาได้ศึกษาร่ำเรียนหลักพื้นฐานในงานศิลปะและวิชาสรีรศาสตร์ (นักจิตรกรรมและประติมากรรมในยุคนั้นมักศึกษาวิชาสรีรศาตร์ หรือ Anatomy เพื่อเข้าใจถึงโครงสร้างร่างกายมนุษย์ได้อย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสรรค์ผลงาน การศึกษาวิชาสรีรศาสตร์นั้นทำโดยการสังเกตุและผ่าศพมนุษย์ ซึ่งได้รับการต่อต้านจากศาสนจักรในยุคนั้นอย่างมาก แต่เนื่องด้วยแรงสนับสนุนของตระกูลเมดิซี ทำให้ฟิเรนเซ่สามารถมีสถานที่ให้เหล่าศิลปินได้ศึกษาวิชาสรีรศาสตร์อย่างเสรี) และเดินทางมายังกรุงโรม ที่ตั้งของนครวาติกัน ศูนย์กลางแห่งศาสนจักร

ณ กรุงโรม ไมเคิลแองเจโลได้เริ่มต้นรังสรรค์ผลงานประติมากรรม-จิตรกรรมในเชิงศาสนาจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือรูปสลักหินอ่อนที่เป็นงานศิลปะที่งดงาม ในระดับที่ถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกจากผลงานจำนวนมากมาย ทั้งของตัวไมเคิลแองเจโล และของโลก นามว่า "Pieta" ซึ่งเป็นผลงานที่ไมเคิลแองเจโลรังสรรค์ขึ้นมาในช่วงระหว่างปี 1498 ถึงปี 1500 โดยใช้เวลาถึง 2 ปี ผลงานชิ้นนี้สำเร็จเมื่อเขามีอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น

La Pieta เป็นรูปสลักหินอ่อนสีขาว ที่ถูกแกะสลักออกมาเป็นรูปพระแม่มารี (The Virgin Mary) กำลังอุ้มพระศพของพระเยซูคริสตร์หลังจากถูกตรึงกางเขนไว้บนตัก ผลงานประติมากรรมชิ้นนี้มีรายละเอียดงดงามอย่างยิ่ง โดยไมเคิลแองเจโลได้ให้ความสำคัญทั้งในรายละเอียดของสรีระร่างกายมนุษย์ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงใบหน้า เส้นผม ข้อต่ออวัยวะต่างๆ ส่วนที่เป็นเหลี่ยมและโค้งมนของร่างกาย ลักษณะโครงสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเลือด รวมถึงสีหน้าและลักษณะท่าทางที่เป็นธรรมชาติ หรือแม้แต่เพียงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆเช่นรอยยับของส่วนที่เป็นผ้า หรือแผลที่ถูกตรึงกางเขนบนมือและเท้าของพระเยซู ต่างก็แกะสลักออกมาได้อย่างครบถ้วน และงดงามราวกับเป็นของจริง นอกจากความงดงามในด้านของรายละเอียดแล้ว ผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ยังแฝงไว้ด้วยพลังแห่งอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกล้ำ จนทำให้พิเอตาถูกกล่าวขานว่าเป็นงานประติมากรรม ที่สื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้ดีที่สุดในโลกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว

จุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือรูปสลักพิเอตานี้ใบหน้าของพระแม่มารีถูกแกะสลักออกมาให้แลดูอ่อนเยาว์เหมือนสาวแรกรุ่น ซึ่งไมเคิลแองเจโลได้ให้เหตุผลไว้ว่า ด้วยความบริสุทธิ์แห่งพระแม่เองเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านแลดูอ่อนเยาว์และงดงามอยู่เสมอ และการสื่อส่วนนั้นออกมาจะยิ่งทำให้ผลงานของเขายิ่งงดงามอย่างไร้ที่ติ นอกจากนี้สีหน้าของพระแม่มารีที่แสดงออกกลับดูอ่อนโยนและสงบนิ่งทั้งที่กำลังอุ้มพระศพของพระเยซู ซึ่งไมเคิลแองเจโลคิดว่าการที่จะสื่อให้ผู้อื่น รู้สึกได้ถึงความรู้สึกเจ็บปวดอันยิ่งใหญ่ได้อย่างแท้จริงนั้น มิใช่การแสดงออกถึงสีหน้าที่ทุกข์ทรมานหรือร้องไห้ฟูมฟาย แต่น่าจะเป็นการแสดงถึงการรับเอาความรู้สึกที่เจ็บปวดทุกข์ทรมานของอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในใจ และเพราะเหตุนั้นรูปสลักหินพระแม่มารีที่เห็นจึงอ่อนโยน สงบนิ่งและดูเศร้าสร้อยในทีเดียว รายละเอียดต่างๆของท่าทางการแสดงออกของพระแม่ สามารถแสดงถึงความเศร้าโศกอาดูรอย่างยิ่งใหญ่ แม้จะไม่ได้แสดงให้เห็นชัดเจนทางส่วนของใบหน้าเลยก็ตาม ศีรษะของพระแม่ถูกแกะออกมาให้ค้อมลงเล็กน้อยเป็นสัญลักษณ์ของความเศร้าเสียใจ ส่วนของผ้าคลุมส่วนที่โค้งลงรองรับร่างของพระเยซู แสดงถึงการแบกรับเอาความเจ็บปวดทรมานเอาไว้ และท่าทางของมือที่ข้างหนึ่งโอบพระศพไว้ และอีกข้างผายออกรองรับขาของพระเยซูแสดงถึงความเจ็บปวด เศร้าเสียใจของผู้เป็นมารดาที่มีต่อความทรมานของบุตร ส่วนรูปสลักพระศพของพระเยซูเองก็แสดงถึงการอดทนต่อความทรมานทั้งหลาย และการยอมรับความสงบจากความตาย ซึ่งผงานชิ้นนี้ของไมเคิลแองเจโลสามารถที่จะสื่อความรู้สึกดังกล่าวทั้งหมดออกมาได้อย่างลึกซึ้งยิ่ง

นอกจากความวิเศษของตัวผลงานแล้ว รูปสลักชิ้นนี้ยังเป็นผลงานชิ้นเดียว ที่มีลายเซ็นต์ของไมเคิลแองเจโลกำกับเอาไว้อีกด้วย มีคำเล่าลือกันว่า หลังจากที่ผลงานชิ้นนี้สำเร็จและถูกตั้งแสดงเอาไว้ ณ มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ได้ไม่นานนัก วันหนึ่งไมเคิลแองเจโลได้ยินนักแสวงบุญที่มาเยี่ยมชมมหาวิหาร พูดขึ้นมาว่ารูปสลักพิเอตานี้เป็นฝีมือของ คริสโตโฟโร โซลารี (Christoforo Solari) นักประติมากรรมจากเมืองลอมบาร์ด ไมเคิลแองเจโลที่ไม่พอใจกับสิ่งที่นักแสวงบุญคนดังกล่าวพูด ได้ถือค้อนและสิ่วเข้าไปในมหาวิหารในยามดึก เพื่อแกะสลักประโยคว่า "MICHEL ANGELUS BONAROTUS FLORENT FACIBAT" (Michelangelo Buonarroti, Florentine, made this) ลงตรงส่วนที่เป็นผ้าคลุมบริเวณช่วงอกของพระแม่มารี ทำให้พิเอตากลายเป็นผลงานชิ้นแรก และชิ้นเดียวที่ไมเคิลแองเจโลลงลายเซ็นต์เอาไว้ ซึ่งภายหลังเขาเองก็รู้สึกเสียใจกับการกระทำด้วยทิฐินี้ของตนเอง และไม่เคยลงลายเซ็นต์ของตนลงบนผลงานใดๆ ต่อจากนี้อีกเลย

รูปสลักพิเอตานี้ถูกตั้งไว้ ณ ส่วนที่เป็นโบสถ์เล็กสไตล์ฝรั่งเศส (French Chapel) ที่เรียกว่า Chapel of the Madonna della Febbre ในมุมหนึ่งของ มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ (St. Peter's Cathedral) กรุงวาติกัน นับตั้งแต่เมื่อสร้างเสร็จจนกระทั่งถึงในปัจจุบัน เพียงแต่ ณ ปัจจุบันรูปสลักพิเอตานี้ถูกเก็บรักษาไว้ในกระจกแก้ว และล้อมรอบด้วยกรงเหล็กกั้นอีกทีหนึ่ง เพื่อป้องกันรูปปั้นจากการถุกทำลายหรือสร้างความเสียหายจากมือผู้ไม่ประสงค์ดี ทั้งนี้เนื่องจากเคยมีกรณีที่ชายอิตาเลียนคนหนึ่งเคยใช้ค้อนทุปรูปสลักจนเสียหายไปบางส่วน แต่เคราะห์ดีที่ทางรัฐบาลอิตาลีได้ทำการบูรณะซ่อมแซมอย่างดี จนแทบจะไม่ทราบเลยว่า รูปสลักดังกล่าวเคยได้รับความเสียหายมาแล้วครั้งหนึ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.geocities.com/higuri_shrine/cantarela_sec/can_pieta.htm

**ถ้าใครได้ชมภาพยนตร์ เรื่อง The Passion Of The Christ อย่างละเอียด จะเข้าใจปฏิมากรรม Pieta มากขึ้น

*** ภาพจากแฟ้มภาพของคนโทใส่น้ำ และจากอินเตอร์เน็ต


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33
Din วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/372smallroom
แวะไปดูกันหน่อยเร้วววว การ์ดสีน้ำสวยสำหรับปีใหม่ เพื่อช่วยสร้างอาคารอนุบาลให้เด็กๆ ที่เมืองกาญจน์http://www.oknation.net/blog/372smallroom/2008/10/28/entry-1

โอ๋ๆ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวไปใหม่ แค่หาเวลาเท่านั้นเอง
ความคิดเห็นที่ 32
watcha วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/learnlivelove
อย่าทำในสิ่งที่ไม่มีสิทธิ์ อย่าคิดในสิ่งที่ไม่มีค่าอย่ารอในสิ่งที่ไม่มีมา อย่าไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่มีจริง" วัชชา "

ไปที่ๆ สวยงามแบบนี้ แล้วเกิดเหตุการณ์แบบนี้แหมมันน่าเจ็บใจตัวเอง แต่ก็เป็นสิ่งที่เตือนใจให้ต้องเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์ให้ยิ่งกว่าพร้อม
อิอิอิ เคยเช่นกันคะ
ความคิดเห็นที่ 31
Sainam วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sainam

หลายครั้งเหมือนกันค่ะที่น้ำพลาดเก็บภาพดี ๆ ไว้ ....แต่ก็ยังอยู่ในความทรงจำดี ๆ ของเรา เพียงแต่นำมาอวดใคร ๆ ไม่ได้....นึกมาก็เสียดายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
BlueHill วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 11.10 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

รู้สึกได้เป็นอย่างดีครับ

เพราะเคยถ่ายรูปนก ถ่ายไปหลายภาพแต่ไม่ถูกใจเพระนกไม่ยอมนิ่ง บินไปมาระหว่างกิ่งไม้ พอเขาหยุดอยู่กับที ตั้งท่าให้เราถ่าย แบ็ตฯดันมาหมด ...

หลายครั้ง มิใช่ครั้งเดียว
ความคิดเห็นที่ 29
kokoyadi วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/kokoyadi
Blog me if you can!!! KoKoyadi  โกโก้...อย่าดิ

ตอนนไปคงขนลุกน่าดูเลย

ได้ยืนเบื้องหน้า สุดยอดงานศิลปะของโลกอ่ะ
เสียดายแทนนะครับ

เอาเป็นว่า เก็บภาพประทับใจในหัวดีกว่า
ความคิดเห็นที่ 28
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 10.20 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

คุณนายหวี
ถ้าผมโกงชาติได้ซักเจ็ดแปดหมื่นล้านสิถึงเรียกว่ารวย
ความคิดเห็นที่ 27
spyone วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ความคิดเห็นที่ 26
คุณนายหวี วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 09.00 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

เรื่องแบต ฯ หมดมันเป็นอะไรที่น่าเบื่อมั่ก ๆ ท่าจะต้องกลับไปใช้กล้องถ่ายรูปเหมือนเดิมดีกว่า คนโทไม่ต้
องเสียใจที่ไม่ได้รูปมาครบดั่งใจหวัง...
คนโทรวยจะตาย...ไปอีกรอบนะคะคราวนี้รับรอง..รูปเพียบ !!
แหะ แหะ ต้องการคนช่วยหิ้วกระเป๋าไม๊คะ..
ความคิดเห็นที่ 25
raksanok วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 07.41 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

ของดีๆก็ยังงี้แหละต้องรอต้องเข้าคิว

ไม่ว่าประเทศไหนเหมือนกันหมดนะคะท่าน

ถึงแบ็ตฯ ทั้งกล้องและวีดีโอ จะหมด

แต่แบ็ตฯท่านคงไม่หมดง่ายๆใช่ป่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
Jui วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 06.22 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ของดีๆก็ต้องเข้าคิวกันหน่อย
แต่เบื่อที่ถ่ายรูปแล้วแบตหมดนี่ละ
เซ็ง...จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 23
เจเจค่ะ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 02.30 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

คิวยาวมากกกกกกกกกกกก

น่าจะยาวถึงรังสิต
ความคิดเห็นที่ 22
กัญจ์ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 00.11 น.
http://www.oknation.net/blog/mint
 สรรพสิ่ง ล้วน แปรผัน ตามกาลเวลา .

เคยผิดพลาด ด้วยแบตเตอร์รี่บ่อยครั้ง...
แต่แย่กว่า..คือ...เก็บมาแล้ว เม็มโมรี่ ตกหาย


ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
กระเจี๊ยบ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 00.10 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ดูรูปที่บ้านป๋าคนโทไปก่อน คงมีบุญได้ไปสักวัน
ตอนนี้กระเจี๊ยบขอไปที่ชอบที่ชอบก่อนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 20
กนิษฐ์ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 00.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

เห็นแถวคิวแล้วถอดใจเลยล่ะ...
ความคิดเห็นที่ 19
beckyblooms วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 23.18 น.
http://www.oknation.net/blog/beckyblooms
ลายเซ็นต์...ลายเซ็นต์.. ทำเป็นแล้ว.. ดีใจมากๆ..ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณทุกท่านที่เมตตาสอนเด้อค่ะ..

ฉันยังใช้โซนี่อยู่เลย.. แสดงว่ายังวัยรุ่นอยู่

เพราะมีแต่วัยรุ่นเท่านั้นที่ใช้กัน ฮ่าๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 18
แม่มด วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 23.17 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

นั่นสิคะ...อะไร...อะไร...ก็มาทำกันในปั๊ม...เห็นมะ...เฮ้อออออ
ความคิดเห็นที่ 17
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

คุณ ting เห็นหุ่นน้องไอยแล้ว จะกระเตงไปเที่ยวไหวมั้ยเนี่ย หล่อล่ำอ่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 23.02 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
http://www.oknation.net/blog/konto2

มุกกี้ ถ้า SLR manual นะ นิคอนโอเค เพราะตอนเรียนก็ใช้อยู่ แต่ถ้าเป็นดิจิทัล ป๋าปลื้มแคนนอน
ความคิดเห็นที่ 15
แม่มด วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 22.58 น.
http://www.oknation.net/blog/deardog

อยากไปมั่งจัง
ความคิดเห็นที่ 14
mookie วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 21.54 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING

เด๋วเปียแชร์รอบนี้ได้ จะตัดใจซื้อ SLR ซักตัว เพราะหงุดหงิดใจเวลาไปถ่ายงานคอนเสิร์ตชิปเลยป๊ะป๋า เพราะต้องใช้โหมดที่ป๊ะป๋าว่าอะแหล่ะ ......

เด๋วมีอีกสองคอนเสิร์ตที่จะต้องไปดูอ่ะเนี่ย...

คนเนชั่นฯ (ที่เป็นตากล้องระดับมือโปร) สองสามคน ไซโคให้ซื้อ แคนนอน ส่วนพี่ชายสุดที่รักที่อยู่เขมร ก๊ะไซโคให้ซื้อ นิคอน แต่พี่ชายบอกไม่ต้องกังวล ให้นึกเสมือนว่า มุกกี้อยากซื้อ แมนยู ลิเวอร์พูล หรือเชลซี หรือ แมนซิตี้.... คล้าย ๆ กัน....

ฮืมมม เป็นคำแนะนำที่ดีชิปเป๋งเรยยป๊ะป๋า.... ดูรวย ๆ งัยม๊ะรุ.....
ความคิดเห็นที่ 13
mookie วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 21.50 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING

ฮืมมม ไม่เคยรู้มาก่อนเลย จุ๊บ ๆ .....

เห็นด้วย กะ คห.1
ความคิดเห็นที่ 12
ญาธร วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 21.32 น.
http://www.oknation.net/blog/yathorn


ผมก็คิดว่ามีอะไรผิดพลาดในการปั้นรูปพระแม่
ที่แท้ก็เรื่องแบตเตอรี่ของกล้องนั่นเอง
ความคิดเห็นที่ 11
kunlek วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 21.17 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

ปฏิมากรรม Pieta ชิ้นนี้สุดยอดมากจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
แม่น้องฯ วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 20.01 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
~รัฐธรรมนูญ ม.190 นั้นสำคัญอย่างไร ทำไมจึงกระเหี้ยนกระหือรืออยากแก้กันนัก???

อยากไปเยี่ยมชมรูปปฏิมากรรม พิเอต้า Pietaเหมือนกันค่ะ
แต่ดูจากรูป เห็นคิวคนรอเข้าชมแล้ว น่าถอนใจ
แต่ถ้าได้ชม ก็คงอิ่มเอมใจคุ้มกับการรอแน่ๆ
ความคิดเห็นที่ 9
มหาออด วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.48 น.
http://www.oknation.net/blog/mahaodd
กัลยาณมิตร คือ เพื่อนที่จริงใจ และให้ความอบอุ่นเสมอ

ขอบคุณเรื่องราวดี ๆ ครับ
ที่นำมาแบ่งกัน
เห็นภาพแล้ว ก้อยากไปเที่ยว
แต่ก็มีโครงการว่าจะไปนะครับ
ไปกันหลายคนด้วย
ความคิดเห็นที่ 8
apooh วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.36 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

หมีไม่เคยเห็นรูปสลักนี้จริงๆ แต่ อ่านที่พี่บรรยายแล้วน้ำตาซึม หมีว่า ความเศร้าโศกที่ไม่ฟูมฟายนั้นแสดงความอาดูรได้เหลือเฟือเสมอ
ความคิดเห็นที่ 7
ting วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง


เอาน้องไอย์ไปเที่ยวด้วยคนนะ
พอๆกับที่เยอรมัน
ความคิดเห็นที่ 6
อธิฏฐาน วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
..จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา..

รูปปั้นหินแต่อาภรณ์ดูนุ่มดังแพรค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
ชาลี วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/chaleejang
This land taught me the value of life.

หนูก็รู้สึกว่าพระแม่มารี แม้ใบหน้าจะมีพระเมตตา
แต่ก็แฝงแววเศร้าไว้ด้วย เป็นอย่างนี้นี่เอง


"นู๋ลี"
ความคิดเห็นที่ 4
ชาลี วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.16 น.
http://www.oknation.net/blog/chaleejang
This land taught me the value of life.

แบบนี้ 1 Gb ก็ไม่พอหรอกนู๋ว่านะป๊า

ความจำจากกล้องป๊าน่ะ สู้สมองป๊ามะได้หรอก

สงสัยมี เกิน 100 Gb แหงม ๆ


"นู๋ลี"
ความคิดเห็นที่ 3
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.13 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เข้าใจแระ
ความคิดเห็นที่ 2
ชาลี วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.12 น.
http://www.oknation.net/blog/chaleejang
This land taught me the value of life.

อย่างนี้ต้องไปตามพี่มีนามาดูซะแว๊ว
ความคิดเห็นที่ 1
ชาลี วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/chaleejang
This land taught me the value of life.

ขยันจังเลยป๊า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน