• คนโทใส่น้ำ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontosainam@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-22
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 37260
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2551
โชยกลิ่น...ต้มยำกุ้ง
Posted by คนโทใส่น้ำ , ผู้อ่าน : 272 , 08:18:37 น.   | หมวดหมู่ : ช่างจด  
พิมพ์หน้านี้


ท่านผู้อ่านได้กลิ่นต้มยำกุ้งไหม?

กลิ่นโชยมาเหมือนมีใครมาปรุงอยู่ใกล้ๆ

ถ้าท่านโชคร้าย...อาจจะได้ชิมต้มยำกุ้ง..

โดยฝีมือของพ่อครัวผู้ไม่รับค่าตัวจากรายการ...ชิมไปด่าไป...

ค่อยๆ ซด อย่าให้สำลักเหมือนผมล่ะ

(ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

สำลักต้มยำกุ้งวันนั้น แสบใจจนถึงวันนี้

คุณเคยซดต้มยำ แล้วสำลักหรือเปล่า?

มันแสบคอจนน้ำตาไหลเลย คุณว่ามั้ย...

     ผมมีความเจ็บปวด เจ็บแสบหัวใจในเหตุการณ์ครั้งนั้นเหมือนๆ คนอื่น นั่นแหละ  แต่มีความเจ็บปวดเพิ่มเติมในด้านที่ต่างจากคนส่วนมากอยู่บ้าง และในด้านที่ต่างนั่นต่างหากที่ทำให้ผมแสบใจมาจนถึงวันนี้

เปล่า!!...ผมไม่ได้ถูกเลย์ออฟ

ใช่!!...ที่ผมถูกลดเงินเดือนจากเริ่มต้น 10% เป็น 15% และ 20%

ใช่!!!...ที่ผมต้องทำงานหนักมากขึ้น แต่ไม่ใช่ในหน้าที่การงานประจำ เพราะสถานการณ์ในขณะนั้นไม่มีงานเข้ามาให้ทำหรอก

     ผมต้องนำสินค้าที่บริษัทบาร์เตอร์มา เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน นมเปรี้ยว กระดาษชำระ ปลากรอบ และอีกจิปาถะ เท่าที่จะบาร์เตอร์มาได้ เพื่อเอาไปตระเวนขายตามตลาดนัด โรงงานในนิคมอุตสาหกรรม โดยใช้รถส่วนตัว ออกค่าน้ำมันเอง ทั้งนี้เพื่อให้บริษัทมีเงินมาหมุนเวียนจ่ายเป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในบริษัท วันไหนขายของได้แต่เงินขาดในฐานะหัวหน้างานก็ต้องควักกระเป๋าออกไปชดเชย…หนักเข้าก็ให้พนักงานมีโควตาที่จะต้องขายของให้ได้ หากขายไม่ได้ก็ต้องรับซื้อไว้เอง ซึ่งก็เป็นการลดเงินเดือนอีกอย่าง จนแชมพูเต็มบ้านผมไปหมด...แต่ก็ยังถือว่าผมมีงานทำ มีเงินเดือนใช้จ่าย

     ...แต่ความลำบากของผม มันเทียบไม่ได้เลยกับคนที่ถูกให้ออกจากงาน บางคนเป็นคนหาเงินเข้าบ้านคนเดียว บางคู่เป็นสามีภรรยาอยู่ที่ทำงานเดียวกันแล้วต้องออกจากงานทั้งคู่ หรือบางคู่อยู่คนละบริษัทกันแต่ก็ตกงานทั้งคู่ คิดดูว่าพวกเขาลำบากกว่าผมขนาดไหน บางคนมีโอกาสในวิกฤติประกอบอาชีพส่วนตัวจนอยู่ได้ในปัจจุบัน แต่บางคนจนขณะนี้ยังไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอันเป็นหลักเป็นแหล่ง บางคนต้องกลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ที่ต่างจังหวัด

แล้วอะไรที่ทำให้ผมแสบใจมาจนทุกวันนี้ ???

     จริงๆ ผมเคยผ่านการที่ต้องเลิกจ้างพนักงานมาแล้วครั้งหนึ่งถึง 30-40 คนในอีกบริษัทหนึ่ง ก่อนหน้าเกิดวิกฤติสัก 1 ปี แต่นั่นก็เป็นเหตุผลเรื่องที่ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถแข่งขันในตลาดได้ และพนักงานทุกคนก็ได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย...ซึ่งถึงทุกวันนี้บางคนยังขอบคุณผมด้วยซ้ำที่ตัดสินใจเร็ว ทำให้เขามีโอกาสหางานได้ก่อนเกิดวิกฤติ...แต่ที่ไม่มองหน้าผมอีกเลยก็มีหลายคน

     แต่ครั้งนี้...ด้วยภารกิจที่เป็นหัวหน้างาน ก็เหมือนกับที่หัวหน้างานคนอื่นได้รับมอบหมายนั่นแหละ ลดค่าใช้จ่ายด้วยการลดจำนวนคนจะเป็นงานหลักที่ต้องทำขณะนั้น  แต่เนื่องจากบริษัทที่ทำอยู่ไม่ต้องการมีภาระจ่ายค่าชดเชยจากการเลิกจ้างก็จะประกาศเป็นนโยบายว่าจะรักษาคนไว้ให้มากที่สุดโดยไม่ต้องการเลิกจ้างแต่ขอให้พนักงานช่วยกันทำงานทุกอย่าง

     ถามว่ามันยุติธรรมกับพนักงานหรือเปล่า มันไม่ยุติธรรมหรอก เพราะการให้พนักงานช่วยทำงานทุกอย่างคือมอบหมายให้เขาไปทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด ให้ฝ่ายศิลป์ไปขายโฆษณา ให้ฝ่ายธุรการไปขายสมาชิก ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่าสถานการณ์แบบนั้น มืออาชีพยังขายไม่ได้เลย !!! มันเป็นการบีบให้ทนไม่ไหวแล้วลาออกเอง บริษัทจะได้ไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย

ตอนแรกก่อนที่จะเรียกประชุมพนักงานในสังกัด ผมคิดอยู่นาน...

     พนักงานพวกนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกคนทำงานเต็มร้อย ไม่มีใครฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ทุกคนมีพออยู่พอกินออกจะสมถะกันด้วยซ้ำ...พวกเขาสมควรได้รับสิ่งที่ผมกำลังจะยื่นให้หรือ...

ผมคิดอยู่นาน...ว่ามีทางออกอื่นอีกหรือเปล่า?
     ...ผมจำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรือเปล่า?
     ...ผมต้องการทำอย่างนั้นหรือเปล่า?
     ...ถ้าผมลาออกซะเอง ผมจะช่วยพนักงานไว้ได้กี่คน? และช่วยไว้ได้นานเท่าไหร่?

     แต่ดูเหมือนไม่มีทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่ ถึงผมจะลาออกไปซะเอง พนักงานในสังกัดก็ยังต้อง “โดน” อยู่ดี แล้วก็พยายามมองโลกในแง่ดีว่าอาจจะมีอะไรดีขึ้น พนักงานอาจจะมีพรสวรรค์อย่างทันทีทันใดกับงานใหม่ หรือในระหว่างนั้นก็ซื้อเวลาเพื่อหางานใหม่ได้...มันหลอกตัวเองทั้งเพ...จะไปหางานใหม่ที่ไหนได้...จะไปขายอะไรที่คนไม่ได้จำเป็นต้องใช้ทุกวันได้

     ในการประชุม หัวใจผมเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็น เจ็บแสบอย่างที่ไม่เคยรู้สึก เมื่อพนักงานเริ่มถามๆๆๆๆ
     ...ทำไมต้องเป็นผม...ทำไมต้องเป็นหนู...ทำไมต้องเป็นฉัน...
     ...ใช้หลักเกณฑ์อะไร...ทำไมไม่ทำอย่างนั้น...ทำไมไม่ทำอย่างนี้...
     ...ถ้าทำไม่ได้จะเป็นยังไง...ถ้าทำได้จะเป็นยังไง...
     ...ตกงานไปจะกินจะอยู่ยังไง...ลูกๆ จะอยู่ยังไง...จะมีเงินไปโรงเรียนหรือ...ฯลฯ

     ผลจากการที่ผมเรียกประชุมครั้งแรก ผมย้ายคนในฝ่ายสนับสนุนงานขายไปเป็นพนักงานขาย ถึง 20% บรรยากาศในการทำงานระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องเริ่มมองหน้ากันไม่ติด ที่เคยสนิทสนมก็เริ่มจะไม่มองหน้ากัน...

...มันเจ็บปวดนะ จากที่เคยรักกัน ต้องมาระแวงกัน เกลียดกันแบบนี้

เท่านั้นยังไม่พอ  เมื่อสถานการณ์ไม่ดีขึ้นซ้ำกลับแย่มากกว่าเดิมอีก..
...ผมได้รายชื่อจากเบื้องบนมาเลยว่ารายชื่อที่ผมได้รับพวกนี้ผมต้องจัดการให้มีการลาออกเอง
ผมเครียดหนัก กลับบ้านนอนไม่หลับ อาการของไมเกรนที่กลับมาแบบลักปิดลักเปิดเพราะต้องไปตากแดดตากฝนขายสินค้าก็กำเริบเป็นแบบหนักถึงขั้นอาเจียน...

...ลำพังตัวเราเองคงน่าจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ แต่มันเครียด มันเจ็บปวดนะที่ต้องทำแบบนี้..กับคนที่เคยเป็นกำลังให้เรา..

     ผมเรียกพนักงานที่มีรายชื่อมาคุยทีละคนๆ น่าแปลกใจมากที่ทั้งหมดบอกว่ายินดีที่จะเขียนใบลาออก เพราะอยู่ไปก็แทบจะไม่เหลือเงินเดือนแล้วเนื่องจากถูกหักโน่นหักนี่จนไม่พอกินพอใช้ ทุกคนมีท่าทีเหนื่อยล้าบ้าง ร้องไห้บ้าง แต่ก็บอกว่าเข้าใจในสถานการณ์ของผมและกลับเป็นฝ่ายให้กำลังใจผม...เผื่อว่าจะแก้ไขปัญหาและไม่ต้องตกงานกันทั้งบริษัท

...คำตอบของพวกเขา ทำให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น...

บางทีเส้นแบ่งระหว่างความทุกข์กับความสุข...มันก็บางนิดเดียว

เย็นวันนั้นผมส่งใบลาออกของพนักงานที่ทุกคนยอมเซ็น...ให้กับผู้บริหาร
...โดยมีใบลาออกของผมอยู่ด้านล่างสุด...

(ขออนุญาตนำเรื่องเก่าจาก : วันอาทิตย์ ที่ 8 กรกฎาคม 2550 http://www.oknation.net/blog/konto/2007/07/08/entry-1 มาให้อ่านอีกครั้ง)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24
มีนา วันที่ : 10/06/2008 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

เชื่อว่าเรื่องนี้หลายๆ คนเคยให้ความเห็นมาก่อนหน้านี้แล้วว่า เราอาจได้ลิ้มรสต้มยำกุ้งกันอีก
ถามว่าระยะเวลาเพียงผ่าน ๑๐ ปี ควรจะต้องเกิดขึ้นแล้วหรือ?

คงต้องถามตัวเองค่ะว่า การดำเนินวิถีชีวิตของเราเองก็มีส่วนก่อให้เกิดต้มยำกุ้งด้วยรึเปล่า

ช่วงนี้มีน้องๆ ในออฟฟิศหลายคนมาบ่นเรื่องรายรับรายจ่ายที่ชักจะติดๆขัดๆ
ก็ให้คำแนะนำได้เพียงอย่าคาดหวังกับการได้เงินเพิ่ม เริ่มที่ตัวเองก่อน ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงจะเป็นทางที่ดีที่สุด

ถ้าคุณคนโทฯ สังเกตดู รถป้ายแดงตามท้องถนนก็ยังวิ่งกันขวักไขว่

บางทีเราอาจจะชอบต้มยำกุ้งเกินกว่าจะห้ามใจไหวก็ได้ค่ะ

-----
ขอบอกว่าต้มยำกุ้งชามข้างบนนั่น น่าซดมากเลยค่ะ และเป็นเมนูที่เข้าครัวทำเองบ่อยที่สุดเลยด้วย
ความคิดเห็นที่ 23
กัญจ์ วันที่ : 09/06/2008 เวลา : 19.48 น.
http://www.oknation.net/blog/mint
 สรรพสิ่ง ล้วน แปรผัน ตามกาลเวลา .

มีความรู้สึกว่า...ความกลัวของแม่ เมื่อวันเก่าก่อน...ของเหตุการณ์นั้น กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเองในไม่ช้า

แม้ว่างานยังมั่นคง แต่ ความรับผิดชอบที่เหมือนเงาตามตัวกับรายจ่ายที่กำลังทวีคูณ กำลังพาตัวเองเข้าสู่บ่วงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันวาน แม่ส่ง เราเรียนมหาวิทยาลัย...อีก 3 ปีจะจบ
วันนี้ กำลังส่งหลานที่พี่ชายจากโลกไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัย...อีก 4 ปีจะจบ

4 ปี ข้างหน้าคล้ายๆ ริบหรี่ กับเศรษฐกิจที่กำลังร่อแร่...คิดมากเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 22
tuty วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/tuty

ยุคนั้นบริษัทในเครือโดนกันระนาวแต่...
บริษัทที่หนูอยู่เจ้านายรู้และเข้าใจในลูกน้องทุกคนว่ามีภาระ
เรียกประชุม และก็บอกให้ตั้งใจทำงาน โดยที่ทุกคนอยู่ครบ
เจ้านายกับหัวหน้าอีก2-3คนยอมลดเงินเดือนตัวเองเพื่อ
รักษาลูกน้องไว้ ทั้งๆที่เจ้าของบริษัทมีนโยบายสั่งปลดพนักงาน
เขาได้ใจพวกเราไปเต็มๆ ซึ่งผิดกะเจ้าของทั้งๆที่เขาก็เป็นเพื่อนกัน
ตอนนี้เจ้านายไปสวรรค์แล้ว...แต่ยังระลึกถึงเสมอ
มีโอกาสทำบุญเมื่อไหร่จะเพิ่มรายชื่อท่านต่อจากคน
ในครอบครัวเสมอ
ความคิดเห็นที่ 21
raksanok วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 09.18 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

เสาร์- อาทิตย์ ตกงานทำไงดี

ไม่มีเงินซื้อแม้กระทั่งมาม่า

ประทังท้อง
ความคิดเห็นที่ 20
TheQueenofNostalgia วันที่ : 07/06/2008 เวลา : 00.24 น.
http://www.oknation.net/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ลำบากใจเนาะ ท่ี่ต้องพูดกับลูกน้อง
ลำบากกายด้วย(จน)
ขอให้คราวนี้ประเทศผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเทิ้ด
ความคิดเห็นที่ 19
mookie วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
ฉันรักพระเจ้าอยู่หัว... LONG LIVE THE KING

ป๊ะป๋าครับ.....

วันนี้ได้รับ ฟอร์เวิร์ดเมล์หนึ่งฉบับ ที่อ่านแล้วน้ำตาไหล....

คาดว่าหลาย ๆ คนคงได้รับกันถ้วนทั่ว....

แต่จะมีสักกี่คน ที่จะรู้สึก สำนึก... หรืออะไรก็ตามแต่....

เป็นฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ก้อนสะอื้นค้างอยู่ที่ลำคอนานเหลือเกิน....

ความคิดเห็นที่ 18
chalee วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 14.47 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

อยากลาออกจากโลกใบนี้จัง
ความคิดเห็นที่ 17
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.57 น.
http://www.oknation.net/blog/swongviggit
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ  http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


กำลังร่างใบลาออกอยู่เหมือนกันค่ะ

เหตุผลเดียว

"เบื่อ"

ความคิดเห็นที่ 16
raksanok วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

อ่านแล้วสงสารผู้ที่ถูกให้ออก

แต่ก็ต้องสู้ต่อไปเพื่อคนข้างหลัง
ความคิดเห็นที่ 15
roselobster วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 13.04 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก "  ♥♥♥♥¯`°• กุ้งกุหลาบ °´¯♥♥♥♥°        ขอเธอจงหยัดสู้อย่างทรนงเพื่อยืนยงดั่งดาว-พราวนภา

ใกล้จะถึงเวลาแห่งวิกฤตนั้นอีกแล้วค่ะป๋า
ความคิดเห็นที่ 14
apooh วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 12.08 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มิตรภาพเหมาะกับคนที่คู่ควรและเห็นค่า เนาะ !!

ชามเดียวชามนั้น

พี่คะ หมีว่า บางทีประโยคที่ให้กำลังใจ อย่าง มองด้านดีๆๆ เอาไว้ มันอาจทำได้ยาก แต่ว่า พยายามนะคะ
เป็นกำลังใจให้ทุกคน ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 11.19 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ออกไปๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 12
chalee วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 10.01 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

เส้นแบ่งระหว่างความทุกข์กับความสุข...มันก็บางนิดเดียว

มันเป็นเส้นบาง ๆ ที่ฝ่าข้ามได้ยาก หากใจไม่พร้อม


"ชาลี"
๖ มิถุนายน ๒๕๕๑
ความคิดเห็นที่ 11
veerin วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.55 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

เป็นเรื่องที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป..

รวมทั้งต้มยำกุ้งชามนั้นด้วย...ง่า...ง่า..น่าทานง่า...
ความคิดเห็นที่ 10
BlueHill วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.37 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

รับทราบด้วยความเข้าใจเป็นอย่างยิ่งครับพี่

มันมาถึงเร็วกว่าที่เราคิด หรือว่าเราป้องกันจนตัวเกร็งกันไปเองครับพี่ หรือเข้าทางทำนองพลิกวิกฤติเป็นโอกาสของเจ้าของธุรกิจ ใช้เป็นข้ออ้างในการจัดระบบระเบียบใหม่

ด้วยความเข้าใจครับพี่
ความคิดเห็นที่ 9
คุณนายหวี วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.30 น.
http://www.oknation.net/blog/hello

ยุคนี้ก็เริ่มจะเหมือนกับยุค..ต้มยำกุ้งแล้ว...ตกงานกันระนาว ...
เหนื่อยใจเหลือเกิน...คนโทเอ๋ย..
ความคิดเห็นที่ 8
2CUTE วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.25 น.
http://www.oknation.net/blog/2cute

โทษค่ะตัวเลขผิด เราผ่านวิกฤติภายใน 2 ปีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
2CUTE วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.24 น.
http://www.oknation.net/blog/2cute

ที่ทำงานก็เคยประสบกับวิกฤติค่ะ แต่ในที่สุดเราก็ผ่านมาได้ ภายใน 1 ปี แต่ต้องจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเข้ามาดูแลว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

บริษัทดังกล่างเสนอทางเลือก 2 อย่างค่ะ คือ

1. เลย์ออฟ

2. ไม่ต้องเลย์ออฟแต่พนักงานทุกคนทำตามเงื่อนไขที่เขาเสนอแล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้ภายใน 2 ปี โดยไม่ต้องเลย์ออฟพนักงาน แต่ทุกคนยอมทำตามเงื่อไขที่เขาเสนอไห้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
Thaihippy วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 09.02 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..เราต่างก็ผ่านเหตุการณ์เจ็บปวดนั้นมา..
..และยังต้องแก้ปัญหามาจนบัดนี้..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
ความคิดเห็นที่ 5
feng_shui วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ไม่เอาต้มยำกุ้งอีกนะจ๊ะ!!!


เข็ดคร๊าบบบบบบบบบบบ
ความคิดเห็นที่ 4
อึ่งอ่าง วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 08.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง


ถึงแม้จะเป็นเรื่องเก่า

แต่ก้อ สู้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
paedophile วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 08.38 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
สัญชาติฌาณมังกรย่อมไม่ร้องครวญครางให้เป็นที่รำคาญของกุ้งฝอย


นับถอยหลังชมละคร

" สุสานคนเป็น "
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 08.33 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อ่านแล้วเศร้า ...

หวังแค่ว่า ทุกคนจะสามารถบริหารจัดการกับชีวิตในยามนี้ได้ โดยไม่เจ๊บปวดมากนัก ...
ความคิดเห็นที่ 1
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 08.29 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เรื่องเศร้าของชีวิต เพื่อนบล็อกเกอร์ของเราคนหนึ่งก็กำลังอยู่ในสถานการณ์นี้ ในเดือนนี้อาจเป็นเดือนสุดท้ายที่เธอทำงาน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน