พิมพ์หน้านี้
|
ตามติดข่าวบ้านเมืองของเรายามนี้ ไล่จักรภพได้ ไล่นพดลได้ จับดา ทอร์นาโด จับสนธิ ม็อบชนม็อบในหลายพื้นที่ ยังเหลือคดีอีกหลายคดี
ถ้าเราได้ดูภาคสอง ซึ่งข่าวว่าจะมาตอนปลายปี คงจะได้ยินสำนวนนี้ ทุกอย่างพร้อมพรัก ขาดแต่ลมบูรพา สุภาษิตบทนี้อุปมาถึงการประกอบภารกิจใดภารกิจหนึ่ง องค์ประกอบต่างๆ ได้ตระเตรียมจนพร้อมหมดแล้ว ยังขาดก็แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุด ท่านว่าตอนนี้ ทุกอย่างพร้อมพรัก แล้วหรือไม่
คริสต์ศักราช ๒๐๘ โจโฉนำไพร่พล ๘ แสนคนออกศึกสงครามด้วยตนเอง เขาคิดหาวิธีกำจัดเล่าปี่และซุนกวนในคราวเดียวกัน ห้วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญนั้นเองขงเบ้งถูกส่งไปเป็นทูตเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ซุนกวนยอมเข้าร่วมผนึกกำลังกันเพื่อรับมือกับโจโฉ ซุนกวนแต่งตั้งจิวยี่ เป็น ผู้บัญชาการใหญ่ นำกำลังพล ๓ เหล่าทัพไปรับมือโจโฉ จิวยี่กับขงเบ้งพิเคราะห์โดยละเอียดแล้วจึงตัดสินใจใช้แผน โจมตีด้วยไฟ โดยก่อนอื่นจิวยี่จะใช้แผน ทรมานร่างกาย จึงได้ใส่ร้ายป้ายสีอุยกาย ซึ่งเป็นแม่ทัพอาวุโสให้ถูกโบยตีจนบาดเจ็บสาหัส จากนั้นให้อุยกายลอบส่งคนไปส่งข่าวโจโฉว่าตนนั้นอดทนต่อการถูกสบประมาทต่อไปไม่ไหวแล้ว ทันทีที่ได้โอกาส ก็จะโดยสารเรือเสบียงเพื่อไปสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็ออกอุบายให้บังทองแสร้งทำเป็นยอมศิโรราบและเสนอให้โจโฉใช้แผน ผูกเรือ โดยให้เหตุผลว่าถ้าเพียงแต่ใช้วงแหวนเหล็กสลักบริเวณหัวท้ายเรือน้อยใหญ่เพื่อผูกโยงเข้าเป็นลำเดียวกัน เรือก็จะไม่โยกคลอนไปมา แม่ทัพนายกองที่มาจากพื้นที่ตอนเหนือซึ่งปกติไม่คุ้นเคยกับการทำสงครามทางน้ำก็จะไม่เกิดอาการเมาเรือ โจโฉหารู้ไม่ว่านี่คือกลอุบายของฝ่ายตรงข้าม จึงหลงเชื่อและยอมทำตาม เมื่อเตรียมการทุกอย่างพร้อมสรรพ จิวยี่ยืนอยู่ริมแม่น้ำคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวภายในค่ายของโจโฉ ทันใดนั้น มีลมพายัพพัดมาปะทะหน้าวูบหนึ่ง ทำให้จิวยี่อดประหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้ พลันนึกขึ้นได้ว่าช่วงเวลานั้นตรงกับฤดูหนาวพอดี จะมีลมพายัพพัดกรรโชกมาทุกวัน การโจมตีศัตรูด้วยไฟจำเป็นต้องอาศัยลมที่พัดมาจากทิศบูรพาจึงจะสำเร็จลงได้ ในเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้จะให้ทำอย่างไรดีเล่า? จิวยี่ตะเบ็งเสียงดังลั่น แล้วล้มกองกับพื้นพร้อมกระอักเลือดออกมา เมื่อขงเบ้งทราบข่าวว่าจิวยี่ไม่สบายจึงไปเยี่ยมเยียนถามไถ่อาการ เขาบอกจิวยี่ว่า ข้ามีวิธีหนึ่งรักษาท่านได้ ว่าแล้วก็หยิบพู่กันขึ้นมาเขียนอักษร ๑๖ ตัวว่า : จะตีค่ายโจโฉเตรียมใช้ไฟโจมตี
จิวยี่เห็นดังนั้นจึงหัวเราะแล้วพูดว่า ท่านทราบถึงต้นเหตุแห่งอาการเจ็บไข้ไม่สบายของข้าแล้ว เห็นควรจะรักษาอย่างไร? ขงเบ้งเข้าใจเรื่องดินฟ้าอากาศ สามารถกำหนดทิศทางลมให้เปลี่ยนไปเป็นลมบูรพาได้โดยอาศัยการสะท้อนกลับและการหักเหของบางสิ่งบางอย่าง จึงว่า ข้าเคยศึกษาวิชาเรียกลมเรียกฝน จะขอยืมลมบูรพามาให้ท่านใช้สัก ๓ วันก็แล้วกัน ทันทีที่ได้ยินขงเบ้งพูดเช่นนั้น อาการป่วยของจิวยี่ก็ทุเลาลงไปถึงเจ็ดแปดส่วน ขงเบ้งให้คนตั้งปะรำพิธีบูชาฟ้าดินเพื่อขอยืมลม ครั้นถึงเวลายามสาม ลมบูรพาก็พัดมาจริงดังคาด จิวยี่จึงให้อุยกายแสร้งไปยอมสวามิภักดิ์กับโจโฉทันที เรือใหญ่ ๒๐ ลำซึ่งบรรทุกต้นอ้อต้นกก ฟืนแห้ง และน้ำมัน เมื่อได้ลมบูรพามาช่วย เรือก็เคลื่อนเข้าโจมตีกองทัพของโจโฉราวลูกธนูที่พุ่งจากแหล่ง หะแรก โจโฉยังหลงนึกว่าอุยกายโดยสารเรือเสบียงมาสวามิภักดิ์กับตน จนกระทั่งเรือเหล่านั้นเทียบเข้ามาใกล้ค่ายของโจโฉและเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้น จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ซุนกวนและเล่าปี่ร่วมมือกันฉวยโอกาสบุกเข้าโจมตี ผลสุดท้าย เรือรบในกองทัพของโจโฉที่ผูกโยงเข้าด้วยกันก็ถูกไฟเผาทำลายจนราบคาบ แม้แต่โจโฉเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด
|