• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 23543
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม 2550
บางทีบางคนก็ยากที่จะรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ได้
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 282 , 14:57:04 น.  
พิมพ์หน้านี้


บางทีบางคนก็ยากที่จะรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ได้

 

๑.         ผมจะคิดถึงปัตตานีเป็นพิเศษในห้วงเวลาของเดือนธันวาคม...

                หลายๆ ท่านที่ติดตามอ่านงานเขียนของผม ไม่ว่าจะเป็นที่นี่ หรือที่อื่นๆ คงจะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า ผมมักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับปัตตานีไว้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์สมัยที่ยังเรียนหนังสืออยู่ที่นั่น... ม.อ.ปัตตานี นานถึง ๔ ปี

                แม้ผมจะจดจำภาษายาวีมาผิดๆ ถูกๆ เพียงไม่กี่คำ อย่าง ซาตู ดูวอ ตีกอ ๑-๒-๓ มาแกนาสิเด๊าะ-กินข้าวไหม หรือ ดรีมอกาเซะ มาเยาะๆ-ขอบคุณมากครับ หรืออาจจะมากกว่านี้ก็อีกไม่กี่มากน้อย แต่เวลาอันยาวนานที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตตอนเริ่มหนุ่ม ตั้งแต่วัยเพิ่งย่างสิบเก้าในตอนนั้น ผมได้เรียนรู้สิ่งดีงามมากมายให้ได้ติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้

                ปรากฏการณ์ที่ผมนำมาเขียนถึงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดหน่ายก็คือ การประท้วงที่ปัตตานี ระหว่างก่อนปลายเดือนธันวาคม ๒๕๑๘ ไปจนถึงมกราคมของปีรุ่งขึ้น สมัยนั้น มี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ผมเพิ่งเข้าไปเป็นนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง

                เหตุการณ์เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทำร้ายพี่น้องชาวมุสลิมจนถึงแก่ชีวิต ๗-๘ คน แล้วนำไปโยนทิ้งแม่น้ำที่สะพานกอตอ เขตรอยต่อของจังหวัดปัตตานีกับนราธิวาส เป็นเหตุให้เกิดการชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเดินทางลงไปเจรจาเพื่อแสวงหาคนรับผิดชอบ แต่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ไม่ยอม แถมบอกให้คนที่นั่นปวดใจเล่นว่า ถ้าให้ไปฝังลูกนิมิตจะไป แต่ให้ไปเจรจาปัญหานี้ ไม่มีวัน...

                ท่ามกลางเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรมากมายจากเพื่อนๆ พี่ๆ เกิดความคิดที่ได้ทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยจนมาเป็นผู้นำนักศึกษาในปีสุดท้าย กลายเป็นฐานที่มาของการอยู่ในวงการเมืองท้องถิ่นกว่ายี่สิบปีเมื่อจบการศึกษาแล้ว ก็เกิดจากตอนนั้น... การเขียนอะไรก็อกๆ แก็กๆ ไปติดตามบอร์ดให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ก็เป็นฐานแรกเริ่มให้ผมได้มาเป็นคนหัดเขียนหนังสือ และทำหนังสือพิมพ์เป็นของตัวเองทุกวันนี้ ก็เกิดจากตอนนั้น...

                หนึ่งในบรรดาพี่ๆ หลายคน มีนายแพทย์สนอง อาราเม ซึ่งปัจจุบันประกอบอาชีพอยู่ในจังหวัดตรัง พ.ศ.นั้นเป็นนักศึกษาแพทย์ของ ม.อ.หาดใหญ่ ได้เข้ามาร่วมการชุมนุมอยู่หลายวัน นอกจากนี้ยังมี คุณรุ่งมณี เมฆโสภณ รุ่นพี่ ’ตานีด้วยกันที่พร่ำสอนการทำกิจกรรม และหอบหิ้วผมเข้าไปสู่การชุมนุมที่มัสยิดกลางหลายต่อหลายครั้ง หลังเรียนจบจาก ม.อ.แล้ว ‘พี่รุ่ง’ เป็นสื่อมวลชน ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้อ่านข่าวภาคภาษาไทยของสถานีวิทยุ BBC กรุงลอนดอน หลังสุดดูเหมือนพี่เขาจะยังอยู่ในเครือผู้จัดการ

                อย่างไรก็ตาม พี่ๆ ทั้งหมดที่ผมมีโอกาสได้รู้จักในห้วงเวลาของการประท้วง ไม่มีใครน่าสนใจนำมาพูดถึงเท่ากับพี่สองคนต่อไปนี้ คนแรก เป็นเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ถ้าจำไม่ผิด) ผู้ทำหน้าที่ประสานงานการเจรจาระหว่าง ‘ศูนย์พิทักษ์ประชาชน’ ตัวแทนผู้ประท้วง กับผู้แทนของฝ่ายรัฐบาล จนนำไปสู่ภาวะคลี่คลายในเวลาต่อมา เอ่ยชื่อแล้ว ผมเชื่อว่าทุกคนจะรู้จักกันดี คือ... คุณสุธรรม แสงประทุม

                บางค่ำคืนที่ตรากตรำกับการทำหน้าที่ ‘พี่สุธรรม’ กลับมานอนพักที่ห้องของพวกผม ที่หอพัก ๓ ภายในมหาวิทยาลัย พี่เขามีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ก่อนนอนจะนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว พูดคุยกับน้องๆ อย่างเป็นกันเอง มีหลายเรื่องราวมาเล่าให้พวกเราที่นั่งฟังอยู่รอบๆ เตียงได้รับรู้ ไม่นานก็ผล็อยหลับไปเงียบๆ... ในห้วงเวลาเช่นนั้น ‘นักกิจกรรมมือใหม่’ เช่นผม เกิดความรู้สึกนึกนิยม และแอบนำมาเป็นแบบอย่างของความเป็น ‘คนในอุดมคติ’ แต่วันนี้... ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว...

                อีกคนหนึ่ง คุณประยูร อัครบวร พี่เขามาในนาม ‘แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ’ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้เข้าร่วมชะตากรรมในวาระนั้น และ... ยังอยู่ในใจผมตลอดมา...

                แล้วทำไม... บางทีบางคนจึงไม่สามารถรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ได้...

 

๒.       ในตอนที่ผ่านมา ผมได้เล่าถึงการประท้วงปัตตานีที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๑๘ ว่า ในภาวะการณ์เช่นนั้น นอกจากการชุมนุมของพี่น้องประชาชนเรือนแสนเพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้ลงไปแก้ปัญหาให้กับพวกเขาแล้ว โดยส่วนตัวผมยังมีโอกาสได้เรียนรู้การทำกิจกรรมและได้รับความคิดดีๆ จากรุ่นพี่หลายๆ คน ซึ่งใน พ.ศ.นั้นผมประทับใจ คุณสุธรรม แสงประทุม และ คุณประยูร อัครบวร ที่ทั้งสองได้เข้ามาร่วมสางปัญหาให้กับชาวบ้าน แต่วันนี้ ดูเหมือนจะมีบางคนที่ไม่สามารถรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ได้...

                หลังจบการศึกษามาจากปัตตานี หรือเสร็จสิ้นการประท้วงของคนที่นั่นมานานหลายปี ผมแทบจะไม่ได้พบกับตัวเป็นๆ ของพี่ทั้งสองคนนี้เลย นอกจากข่าวคราวผ่านสื่อเป็นบางครั้ง สำหรับคุณสุธรรม มักจะเป็นข่าวค่อนข้างบ่อย อย่าน้อยๆ เป็นเพราะผลงานการสร้างความศรัทธาให้กับผู้คนจากสองเหตุการณ์ในเดือนตุลาฯ และต่อมาที่พี่เขาหันหน้าเข้าสู่ภารกิจทางการเมืองด้วยการลงสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และไม่เลวนักกับบทบาทการเป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในถิ่นเกิดเช่นนครศรีธรรมราช

                มีอยู่หนหนึ่งที่ได้พบคุณสุธรรมบนเครื่องบิน ตอนที่ผมพาลูกๆ ไปขึ้นเครื่องที่หาดใหญ่เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตอนนั้นพี่เขาเริ่มอ้วน ทิ้งร่างผอมๆ ของอดีตผู้นำนักศึกษาไปไกลแล้ว ผมไหว้ทักทายแต่ไม่มีโอกาสรื้อฟื้นสิ่งใดๆ และเข้าใจว่าเขาก็คงจะจำผมไม่ได้เช่นกัน

                ส่วนคุณประยูรเป็นฝ่ายที่เงียบหายไปจากภาคส่วนของสังคมอย่างคาดไม่ถึง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมได้พบพี่เขาที่บ้านของเพื่อนแถวๆ หมู่บ้านเลิศนิมิต ในกรุงเทพฯ ด้วยเหตุที่คุณประยูรเป็นเพื่อนกับพี่สาวของเพื่อนผมอีกที จำได้ว่าวันนั้นเขานั่งเขียนหนังสืออยู่อย่างขมักเขม้น

                ไม่กี่ปีมานี้เองที่เราได้รู้จักธาตุแท้ของคนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อคุณสุธรรมได้ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่พรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันนั้นอะไรๆ ที่เห็นว่าดีก็ค่อยๆ คลี่แปรไปเป็นอื่น จากอดีตผู้นำนักศึกษาที่เคยสร้างความประทับใจให้กับผมในสมัยหนุ่มๆ จนเริ่มจะรู้จัก รัก และยึดในความเป็นคนมีอุดมคติ ในระยะหลังๆ มานี้ คุณสุธรรมได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การเลิกแนวทาง ‘มวลชน’ มาเป็นแนวทางปกปัก รักษา เทิดทูน ‘นายทุน’ หรือ ‘โคตรนายทุน’ ไว้เหนือหัวนั้นเขาทำกันอย่างไร และทุกครั้งที่เห็นหน้า เห็นแก้มพองๆ ของเขาทางโทรทัศน์ บอกตรงๆ ว่า ผมรู้สึกพองแก้มและอยากจะอ๊วก...

                ในทางกลับกัน พอผมเห็นหน้าคุณประยูร ซึ่งตอนนี้เป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผมรู้สึกอบอุ่น สบายใจ การแสดงความคิดเห็นเชิงวิพากษ์วิจารณ์ต่อสังคม การเมือง หรือสิ่งใดๆ บนพื้นฐานเพื่อผลประโยชน์ของคนข้างมาก ยังมีความชัดเจน และหากนิ่งพินิจดีๆ ดูเหมือนจะยิ่งชัดขึ้นทุกวันๆ

                ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่ง คนสองคนที่เคยอยู่บนเวทีเดียวกัน คิดและทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อ ‘คนอื่น’ เหมือนๆ กัน กลับต้องมายืนซดหมัดกันคนละมุมเช่นนี้ เพราะเมื่อไม่นาน คุณประยูรได้พูดถึงคุณสุธรรมและคนที่เคยคิดคล้ายๆ คุณสุธรรม ว่า มาถึงวันนี้อะไรๆ ก็ทำได้ แม้กระทั่งต้องจูบปากแลกน้ำลายกับคนแบบคุณสมัคร สุนทรเวช ที่มีส่วนสำคัญในการปลุกระดมเพื่อฆ่าและเผานักศึกษาในเดือนตุลาฯ ๒๕๑๙ ที่คุณสุธรรมและคนทั้งประเทศต้องเจ็บปวดรวดร้าวราวจะขาดใจกันมาแล้ว

                วันเปลี่ยนเวลาผ่าน ‘กาลเวลาพิสูจน์คน หนทางพิสูจน์ม้า’ ยังพอใช้ได้ และในนัยเดียวกัน คำว่า ‘ธาตุแท้’ หรือเป็นแค่ ‘ปรากฏการณ์’ ก็ยังเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานให้คนเห็นคนได้ชัดเจนขึ้น...

 

(ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รักษ์ตรัง ฉบับวันที่ ๑-๑๕, ๑๖-๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐)

                 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
idtha วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 19.22 น.

มองดูอย่างปลงๆ เขาเป็นอย่างไรใครก็เปลี่ยนเขาไม่ได้ เช่นกันใครก็เปลี่ยนเราไม่ได้ หนังสือพิมพ์รักษ์ตรังที่มีคนชื่อเมธี เมืองแก้วใช่ป่ะเขาแหลงชัดแล้วนิ
ความคิดเห็นที่ 2
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 15.18 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร
ยังคงใช้ได้ค่ะ
ทุกอย่างเปลี่ยนได้ตามแต่เวลาและสถานการณ์

มีความสุขมากๆนะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 10/12/2007 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อิมมมม ... กาลเวลาผันผ่าน .. การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่อาจกิดขึ้นได้.. การเมือง ยึดติดคงไม่ได้ค่ะ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน