พิมพ์หน้านี้
|
เลือกตั้งครั้งนี้ แล้วจะเหลือหรือจะมีความหมายใด... วันที่ ๒๓ ธันวาคม ที่จะถึงนี้ ทำท่าว่าจะมีการเลือกตั้งกันจริงๆ บอกตรงๆ ว่า ตอนที่รัฐบาลซึ่งมาจากการรัฐประหารประกาศล่วงหน้ามาหลายเดือนแล้วว่า จะจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน ในช่วงเดือนธันวาคม ผมไม่เชื่อ ที่คิดอย่างนี้ก็เพราะว่า เวลาขณะนั้น ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ยังไม่รู้ว่าจะผ่านการลงประชามติของประชาชนหรือไม่ กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ก็ยังไม่ได้ร่างกัน นอกเหนือจากความรู้สึกที่ว่า แล้วมันจะทันหรือที่มีการกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไว้เนิ่นนานขนาดนั้น ก็ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่น่ากังวล น่ากังวลว่า ยึดอำนาจไปเป็นปีแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในทางที่จะทำให้สบายใจได้ว่า วงจรบ้าๆ จะไม่กลับมาอีก อย่างเช่น วงจรอุบาทว์ ที่เป็นกันอย่างนี้มานาน คือ มีการเลือกตั้ง-มีการทุจริต-เกิดการรัฐประหาร/ล้มรัฐธรรมนูญ-ร่างรัฐธรรมนูญใหม่-เลือกตั้งกันใหม่อีก ฯลฯ หมุนเวียนกันอยู่อย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งพอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาจริงๆ ยิ่งน่าวิตกมากขึ้น จริงอยู่ อาจจะดีในเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้นในลายลักษณ์อักษร แต่ถอยหลังลงคลองไปเลยสำหรับประเด็นที่มาของนักการเมือง ทั้งการแต่งตั้ง ส.ว.ถึงครึ่งหนึ่งของวุฒิสภา รวมทั้งระบบการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะนำไปสู่ความอ่อนแอ ที่แปลว่า รัฐบาลจะไร้เสถียรภาพหรือจะอยู่กันไม่ยืด เอาเถอะ มาถึงวันนี้ ผมเชื่อแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ ๒๓ ธันวาคม แต่ถามต่อไปอีกสักนิดว่า แล้วจะมีอะไรดีขึ้นบ้างสำหรับชาวบ้านร้านถิ่นเช่นพวกเราๆ ผมอาจจะคิดอะไรที่ไม่ถูกใจสำหรับบางคน เพราะสังเกตย้อนหลังไป เกือบสองปีที่บ้านเราไม่มีผู้แทนฯ ชีวิตของพวกเราก็ไม่ได้ตกต่ำแร้นแค้นไปกว่าที่เป็นอยู่แล้ว แน่นอนล่ะว่า ระบบและโครงสร้างทางการเมืองของประเทศชาติจะขาด ส.ส.ไม่ได้ แต่ใช่หรือไม่ว่า ชาวบ้านชาวช่องเขาเคยคาดหวังอะไรๆ ที่มากกว่านั้น จังหวัดตรังของเราวันนี้ ก็ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทยที่มีปัญหามากมายรอคนแก้ไข เรื่องราวทางเศรษฐกิจที่ห้างยักษ์ใหญ่บุกถึงหัวบันไดบ้านมานานหลายปี และมีแต่จะขยายสาขาไปถึงอำเภอ ตำบล ดูเผินๆ อาจจะเห็นว่าดีเพราะมีคนได้ทำงาน แต่ลึกๆ แล้วร้านค้าย่อยๆ กำลังจะถึงจุดล่มสลาย ไม่ต้องพูดถึงวิถีชีวิตง่ายๆ ที่เคยมีก็หายไป เรื่องของประมงพื้นบ้าน หรือคนชายขอบตรงเทือกเขาบรรทัด ชาวบ้านเขามีปัญหามานานหลายปีระหว่างสิทธิทำกินกับเขตของอุทยานฯ มาถึงวันนี้ บางทีไม่ใช่แค่การมองหาว่าใครผิด ใครถูก แต่อยากเห็นการแก้ไข ด้วยการหาทางออกจากคนการเมืองในระดับนโยบายว่า จะทำอย่างไรกันดี และเท่าที่ได้เรียนรู้เรื่องนี้ในทางส่วนตัว ผมไม่เคยรับรู้แม้แต่สักครั้งว่า มี ส.ส.คนไหนเข้ามาดูแล อีกเรื่องที่คล้ายๆ กันในประเด็นที่เป็นสิทธิของชุมชนท้องถิ่น คือ เรื่องของโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมบ้านทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว ที่จะขนเอาโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมากไปตั้งอยู่หลังสวนพฤษศาสตร์ภาคใต้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน ชาวบ้านเขากลัวว่า จะอยู่กันต่อไปไม่ได้ เพราะเรื่องราวร้ายๆ ที่มาบตาพุด หรือที่อื่นๆ ทำให้เขาไม่เชื่อน้ำยาของทางราชการอีกต่อไปแล้ว เชื่อหรือไม่ว่า เท่าที่สัมผัสกับชาวบ้านที่ประสบปัญหาเช่นนี้ในหลายๆ ครั้ง เขาแทบจะไม่ให้ความสำคัญ หรือคาดหวังใดๆ กับคนการเมืองบ้านเราอีก เพราะไม่เคยมีคนเข้าไปดูแลให้เป็นเรื่องเป็นราว ขณะเดียวกัน ผมเคยได้ยินนักการเมืองบางคนประกาศว่า ไม่สนใจ ถ้าคนกลุ่มนี้ไม่เลือก ก็ยังมีคนอื่นๆ อีกมากมาย ผมจึงไม่รู้ว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว วันที่ ๒๓ ธันวาฯ จะมีค่าหรือความหมายใด... (ตีพิมพ์ นสพ.รักษ์ตรัง ฉบับวันที่ 1-15 พ.ย. 50) |