พิมพ์หน้านี้
|
ผมจำได้ว่า เมื่อประมาณสัก 17 ปีที่แล้ว ขณะที่ยังทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรเครื่องกลด้วยการรับจ้างขุดบ่อกุ้งกุลาดำที่กำลังบูมอย่างสุดๆ มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ได้ยกเครื่องไม้เครื่องมือเหล่านั้นไปทำงานที่อำเภอระโนด และอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ทุกวันผมต้องขับรถออกจากบ้านเพื่อไปดูงานตั้งแต่เช้ามืด กลับเข้าบ้านอีกทีก็มืดอีกครั้งไปนานแล้ว หลายต่อหลายวัน ที่ผมต้องเฝ้าแวะเวียนเข้าออกร้านหนังสือในตลาดหาดใหญ่ก่อนที่จะถึงที่ทำงานจริงๆ ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกหลายสิบกิโลเมตร ด้วยความหวังว่าจะได้พบกับ หนังสือที่รอคอย เสียที แต่วันแล้ววันเล่าเหล่านั้น แม้จะตั้งใจอย่างไรก็ตาม แม้จะใจจดใจจ่ออยู่อย่างไร ผมก็พบแต่ความผิดหวัง เพราะ หนังสือเล่มนั้น ไม่ยอมคลอดออกมาเสียที ไม่แน่ใจว่า จะเป็นอีกกี่วัน หรือกี่เดือนหลังจากนั้น ที่ เดียวดายก็เหมือนเดิม หนังสือรวมบทกวี (พูดแล้วก็อดกระดากใจไม่ได้ ที่ใช้คำว่า บทกวี) ประเภทกลอนเปล่า ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของชีวิต จึงได้เผยโฉมออกมาบนแผงหนังสือเสียที ต้องยอมรับความจริงว่า ผมรู้สึกตื่นเต้น ดีใจจนบอกไม่ถูก ที่มีหนังสือรวมเล่มผลงานการเขียนออกมาในรูปพ็อคเก็ตบุค จำได้ว่า ตอนนั้นแม้จะทำงานอยู่กับรถแทรกเตอร์ รถแบ็คโฮ ที่เป็นเครื่องจักรกลเหล็ก แต่จากการอ่านหนังสือมานานจนเริ่มหัดขีดเขียนได้บ้าง ประสมประสานกับการนั่งมองดวงดาวที่ราวระเบียงบ้านแม่ทุกคืนๆ งานเขียนหวานๆ ก็ถือกำเนิดเกิดขึ้น เมื่อ 17 ปีก่อน ผมรู้สึกเขินถึงขนาดไม่กล้าใช้ชื่อจริง นามแฝง ดาวศรัทธา จึงผุดขึ้นมาจากห้วงคำนึงถึงชื่อเพลงของนักปราชญ์นาม จิตร ภูมิศักดิ์ คือ แสงดาวแห่งศรัทธา ผลงานเขียนเก่าๆ เหล่านี้ ผมนำมาเผยแพร่อีกครั้งเป็นบางบทแล้ว ในคอลัมน์ เรียงถ้อย-ร้อยคำ นสพ. ฅนตรัง ที่เขียนแบบคุยเสียใหญ่โตเช่นนี้ ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมเพียงแต่จะบอกว่า หลังจากที่เคยมีความรู้สึกตื่นเต้นแบบแปลกๆ ที่ทั้งหวังและรอคอยหนังสือเล่มแรกของชีวิตเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ ความรู้สึกเช่นนั้นเริ่มกลับมาครอบครองจิตใจผมอีกแล้ว หรือจะเป็นบันทึกบทสุดท้ายถึงหญิงสาว หนังสืออีกเล่มหนึ่งของชีวิต กำลังจะได้เวลาลืมตามามองดูโลก อย่างช้าก็ไม่น่าจะเกินเดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคมนี้ เพราะความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นกับงานเขียนที่พัฒนามาอีกขั้นหนึ่ง ผมจึงกล้าใช้ชื่อจริงบนใบปก ในฐานะผู้บันทึก หรือจะเป็นบันทึกบทสุดท้ายถึงหญิงสาว เป็นหนังสือรวม ความเรียง สั้นๆ ที่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ใน นสพ.ท้องถิ่นบ้านเรามาแล้ว ส่วนใหญ่คัดมาจากคอลัมน์ เช้าที่รุ้งทอสาย นสพ.อันดามัน ไทม์ ของคุณพรชัย นาคพล บางส่วนจากพื้นที่ประจำตรงนี้ นสพ.รักษ์ตรัง ของคุณเมธี เมืองแก้ว และอีกไม่มากนักจากคอลัมน์ ทางเดินหายใจ นสพ.ฅนตรัง ของผมเอง ทั้งหมดในหนังสือเล่มใหม่นี้เป็นความรู้สึกดีๆ ที่เล่าถึงเรื่องราวต่างๆ 1 ปี ความรู้สึก นึก คิด และอารมณ์ ของคนที่ไม่มีใคร ตั้งแต่หนัง หนังสือ เพลง ความรัก ความเหงา และลมหายใจของคนที่ต้องอยู่เพียงลำพัง ฯลฯ ผ่าน หญิงสาว คนหนึ่งซึ่งยังเป็นปริศนา ผมรับรองว่า หลายๆ บทในที่นี้ หวาน... แต่ไม่เน่า อย่าลืมติดตามหาซื้อ หรือจะเป็นบันทึกบทสุดท้ายถึงหญิงสาว ได้ในร้านหนังสือชั้นนำของบ้านเรา เร็วๆ นี้ เอาน่า... หนาตั้ง 180 หน้า ขายเพียง 130 บาท ราคานี้หาไม่ได้ง่ายๆ อีกแล้ว (ตีพิมพ์ ใน นสพ.รักษ์ตรัง ฉบับวันที่ 1-15 มิ.ย. 50 หนังสือเล่มดังกล่าววางจำหน่ายทั่วประเทศแล้ว ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 50)
|