พิมพ์หน้านี้
|
คุยกับมวยเด็กๆ ที่ ล้อเหล็กยิมฯ สายๆ ของต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมขี่รถเครื่องเข้าไปเยี่ยมค่ายมวย ล้อเหล็กยิมฯ ของอดีตยอดมวยไทย พุฒ ล้อเหล็ก หรือ นายทวี พิพัฒน์กุล ที่เพิ่งเปิดเป็นทางการตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว แต่สวนกับเจ้าของค่ายฯ ตรงปากทางเข้าบ้าน พุฒบอกว่ากำลังพานักมวยตัวเล็กไปหาหมอ มันเยี่ยวออกเลือด... บริเวณบ้านที่จัดแต่งสวยงาม มุมหนึ่งเป็นอาคารโล่งๆ มีเวทีมวยเล็กๆ อยู่ตรงกลาง ด้านหน้าของตัวบ้านมีซุ้มไม้ไผ่ 2-3 ซุ้ม ให้แขกไปใครมาได้นั่งพัก ข้างๆ กันนั้นมีต้นไม้ ดอกไม้มากมาย และจัดที่ทางเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้แลเห็นถึง ความงาม ของ อาจารย์ฉลวย พิพัฒน์กุล คู่ทุกข์คู่ยากของเจ้าของบ้านที่กำลังตักน้ำรดต้นไม้อยู่ต้นแล้วต้นเล่า เดือนนี้ผมจะต่อย 3 หน นักมวยตัวเล็กที่สุดในค่ายฯ นาม หิ่งห้อย ล้อเหล็กยิมฯ ที่คุณระลึก หลีกภัย เปลี่ยนชื่อให้เมื่อวันเปิดค่ายฯ ชวนเพื่อนตัวเล็กๆ อีก 2 คน ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ มานั่งคุยกับผม วันที่ 6 ที่ทุ่งแจ้ง วันที่ 12 แล้วก็วันที่ 18 ที่บ้านนา ชอบ... เป็นคำตอบจากปากของเด็กๆ เหมือนกันทั้ง 3 คน เมื่อถามว่า ทำไมต้องมาต่อยมวย ทั้ง หิ่งห้อย ล้อเหล็กยิมฯ ที่เคยชกมาแล้วถึง 25 ครั้ง ทั้งๆ ที่ยังไม่ขึ้น ป.3 รวมทั้ง อินทรีย์เหล็ก ที่จะขึ้น ป. 5 ชกมา 6 ครั้ง และ นรสิงห์ กำลังจะเรียน ป. 6 แต่ยังไม่เคยขึ้นเวทีเลย... นักมวยเด็ก ทั้งหมดนี้ เพิ่งมาสังกัดค่ายมวยของพุฒได้ไม่นาน ชนะ 10 แพ้ 5 ทันทีที่หิ่งห้อย รีบตอบเมื่อถามถึงผลการชก 25 ครั้ง เจ้า อินทรีย์เหล็ก ก็ทักทันทีว่า นั่นเบอไม่ครบ 25 ที นับใหม่ถี หลังนั่งนับนิ้วมือนิ้วเท้าอยู่พักใหญ่นั่นแหละจึงได้คำตอบที่ลงตัว เอ๊อะ... ชนะ 20 แพ้ 5 ไม่โระ... จำไม่ได้แล้วกันผมนิ... เริ่มต่อยตั้งแต่อยู่อนุบาล 3 แล้วบางเดือนก็ต่อยตั้ง 3 หน ชกหนแรกก็กลัว... ตื่นเต้น... แต่พอขึ้นยกสองก็ไม่กลัวแล้ว... เสียงของหิ่งห้อยยังแจ้วๆ ไม่หยุด ในขณะที่ ด.ช.สหรัฐ หรือ อินทรีย์เหล็กบอกว่า หนแรกผมแพ้น็อค... ยกสอง ผมนอน... กรรมการเลยจับแพ้ และ นรสิงห์ บอกว่าจะชกครั้งแรกกับมวยใหม่เหมือนกันวันที่ 18 นี้ ที่บ้านนา ค่าตัวผมไม่ถึง 1,000 บางทีก็ 500, 400 หิ่งห้อยอีกนั่นแหละที่เล่าถึงค่าตอบแทนตรงนี้ เพราะมีประสบการณ์มามากกว่าเพื่อน ฝากธนาคารในชื่อหมะ (แม่)... ตอนนี้มี 3 หมื่นแล้ว... อินทรีย์เหล็กบอกเรื่องนี้เหมือนกัน แต่... ผมไม่มีเก็บสักบาทที... ถ้าตัวใหญ่หวา ผมก็ฉัด (เตะ) ฉัดแล้วถอย ฉัดแล้วแล่น... พอมันยิก(ไล่) ก็ตีเข่าสวน... ไม่กลัวหรอก เพราะผมกินน้ำมนตร์ก่อนขึ้นเวทีทุกเที่ยว เติ่นรู้ไหม กินน้ำมนตร์แล้วไม่เจ็บนิ แต่พอลงมาจากเวทีเจ็บแค่ตาย... เจ้าตัวเล็กสุดเล่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน ในเวลาของแดดใกล้เที่ยงวันนั้น ผมขี่รถกลับออกมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ก่อนที่พุฒจะกลับเข้าบ้าน เลยไม่รู้ว่า นักมวยเด็ก อีกคนหนึ่งนั้น จะเจ็บไข้ไม่สบายอย่างไร หรือไม่....
(ตีพิมพ์ใน นสพ.ฅนตรัง ฉบับวันที่ 16-30 เมษายน 2550)
|