พิมพ์หน้านี้
|
เยือนแม่น้ำแคว-แลนครราชสีมา กับความหลังครั้งกระโน้น เอาเข้าจริงๆ แล้ว คนเรามักจะมีนิยายอยู่ในตัวตนหลายต่อหลายเรื่อง มีทั้งที่เปิดเผยได้และที่ต้องปิดบังหลบซ่อน แน่นอนล่ะว่า มีทั้งเรื่องราวที่น่ารัก ดีงาม หรืออาจจะเป็นเรื่องที่เน่าสนิท... ก่อนปลายเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปกับคณะของพี่ๆ น้องๆ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ตามโครงการ ตรังเยือนแม่น้ำแคว-แลนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 19-23 กันยายน เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง รถโดยสารปรับอากาศสองชั้นเริ่มตีวงโค้งออกจากหน้าสถานีรถไฟทับเที่ยง ขณะที่หอนาฬิกาซึ่งเห็นอยู่ไกลๆ บอกเวลาก่อนจะหกโมงเย็นสักห้านาที เลยทุ่มไปไม่นานนักก็แวะกินข้าวมื้อค่ำกันที่ร้านวังกุ้ง อำเภอทุ่งสง จากนั้นจึงแล่นยาวสู่เป้าหมายแรกคือจังหวัดกาญจนบุรี ตลอดคืนนั้นรถจอดให้เข้าห้องน้ำ เที่ยงคืนแล้วหากาแฟอร่อยๆ ซดกันที่ร้านคุณสาหร่าย จังหวัดชุมพร หรือไม่ก็เติมน้ำมันรถ รวมแล้วประมาณสักสามครั้ง ด้วยเหตุที่เป็นคนหลับยากจึงได้แต่นั่งมองถนนเบื้องหน้าไปเกือบตลอดทาง จะมางีบได้บ้างก็ค่อนสว่างแล้ว รถเลี้ยวซ้ายไปทางทิศตะวันตก นอกหน้าต่างนั้นพืชพรรณข้างทางเปลี่ยนจากสวนยางที่ชินตามาเป็นสวนอ้อย กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ อีกพักใหญ่ๆ ก็ถึงเมืองกาญจน์ฯ คณะของพวกเราได้เดินทางต่อไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแคว นั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ เลียบผาสูงชันไปลงที่สถานีน้ำตกซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายก่อนจะถึงชายแดนพม่า ก่อนค่ำวันนั้น ทางคณะได้จัดงานส่งเสริมการตลาดที่โรงแรมริเวอร์แคว ซึ่งอยู่ในตัวเมือง แม้จะมีผู้สนใจเข้ามาไม่มากนักแต่ทุกๆ คนก็มีความสุขกันดี ผมกับพี่ๆ น้องๆ กลุ่มหนึ่งปิดม่านราตรีแรกตั้งแต่ยังเยาว์ด้วยเบียร์เย็นๆ กับเพลงตะวันตกที่คุ้นหู ตรงลานคาวบอยหน้าโรงแรมนั่นเอง วันรุ่งขึ้น แม้รถจะพาหลงไปบ้างแต่ก็ยังรักษาเวลาที่ต้องการเอาไว้ได้ หลังแวะกินข้าวเที่ยงที่สระบุรีเสร็จแล้ว ก็บึ่งตรงไปยังเมืองโคราช ผมจำไม่ได้ว่าจะผ่านอำเภออะไรบ้าง ระหว่างที่นั่งมองสองข้างทางเพลินๆ อยู่นั้นก็พลันระลึกได้ถึงความหลังสมัยที่เพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่ม เมื่อสามสิบก่อนโน้น ผมนั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯสู่ปากช่องอย่างไม่รู้หนแห่ง รู้เพียงว่ามีน้องสาวคนหนึ่งอยู่ที่นั่น กะว่าค่อยไปสืบถามหาเอาข้างหน้า แต่พอรถจอดให้ลง จะบังเอิญอะไรขนาดนั้น ผมพบเธอกำลังช่วยขายของให้กับญาติข้างแม่อยู่ในร้านตรงนั้นเอง อายุสักยี่สิบเอ็ดปีในตอนนั้น ผมไปอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ของเธอใกล้ๆ กับโรงพักอำเภอสีคิ้วถึงสองคืน กลางวันก็เที่ยวเร่ร่อนสัญจรไปแถวๆ ใกล้บ้าน วันก่อนจะกลับเข้ากรุงเทพฯ เราพากันนั่งรถเมล์เก่าๆ เข้าเมืองโคราช ไปดูหนังด้วยกัน ยังจำได้เลยว่า ขณะที่หนังเริ่มฉายไปแล้วแต่ยังมีบางคนเพิ่งเข้ามา และเดินสะดุดเก้าอี้คนอื่นจนล้มลง เธอเอียงเข้ามาหัวเราะคิกใกล้ๆ กลิ่นหอมกรุ่นของผมยาวดำขลับนั้นยังติดตรึงมาถึงทุกวันนี้... หลังจากเสร็จภารกิจส่งเสริมการตลาดที่โรงแรมสีมาธานีในตอนหัวค่ำแล้ว คณะของพวกเราได้นั่งรถเข้าเมืองเพื่อไปสักการะอนุสาวรีย์ย่าโม ขณะที่หลายๆ คนอยู่ตรงลานกว้างแห่งนั้น จะคิดถึงสิ่งใดยากจะรู้ได้ คล้ายๆ กันก็คงจะไม่มีใครรู้ว่า นานหลายนาทีที่ผมแอบคิดถึงน้องสาวชาวปากช่อง... คิดถึงหลายปีก่อนตอนนั้น... ที่ผมไม่ได้เดินลอดซุ้มย่าโมไปกับเธอด้วย ซึ่งบางทีวันนี้ผมจะไม่ต้องหันรีหันขวางว่า ไม่ได้เจอะเจอกันนานสามสิบปีแล้ว ไม่มีที่อยู่... ไม่รู้เบอร์โทรศัพท์... หรือบางทีคืนนี้เราอาจจะได้พบกัน... ใช่... คนเรามักจะมีนิยายอยู่ในตัวตนหลายต่อหลายเรื่อง มีทั้งที่เปิดเผยได้และที่จำต้องปิดบังเร้นซ่อน แน่นอนล่ะว่า มีทั้งเรื่องราวที่น่ารัก ดีงาม และ... (ตีพิมพ์ ใน นสพ.รักษ์ตรัง ฉบับวันที่ 1-15 ตุลาคม 2550)
|