• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 117
  • จำนวนผู้ชม : 13229
  • จำนวนผู้โหวต : 34
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันอาทิตย์ ที่ 27 มกราคม 2551
สำหรับบางชีวิต รถไฟก็เป็นเหตุให้พบและพลัดพรากได้เสมอ (ตอน 2)
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 198 , 16:55:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


สำหรับบางชีวิต รถไฟก็เป็นเหตุให้พบและพลัดพรากได้เสมอ     (ตอน 2)

                ความรู้สึกของผมยังคงอยู่ที่สถานีชุมทางทุ่งสง ในเวลาประมาณหนึ่งทุ่มของการเดินทาง...

                มองจากบนรถด่วนสายตรัง-กรุงเทพฯที่เข้าจอดเทียบชานชาลาที่หนึ่ง เพื่อรับส่งผู้โดยสาร เติมน้ำ พักเครื่อง หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเห็นผู้คนนอกหน้าต่าง นั่ง เดิน นอนเล่น กินอาหารกล่องอยู่ตรงม้านั่งที่วางติดขอบรั้วเหล็กดัดสูงกว่าสองเมตร และ... บริเวณตัวสถานีมีแสงสว่างไม่มากพอที่จะเห็นอะไรได้มากกว่านี้อีก

                มืดๆ มัวๆ คล้ายๆ กับเดือนตุลาคม เมื่อสองปีกับอีกไม่กี่เดือนที่ผ่านแล้วที่ผมมานั่งรอ ‘ใครบางคน’ ที่กำลังเดินทางมากับรถไฟจากกรุงเทพฯ ขบวนที่มีกำหนดจะต้องมาถึงที่นี่ราวๆ ตีสี่หัวรุ่ง... เช้ามืดวันนั้นอากาศค่อนข้างหนาว บริเวณนี้แทบจะไม่มีใครอยู่เลย ผมจำไม่ได้ว่ามานั่งรอเธออยู่ตั้งแต่กี่โมงกี่ยาม แต่ด้วยความปิติว่า จะได้ทำอะไรบางอย่างเพื่อเธอบ้าง

                ระหว่างการขับรถจากทุ่งสงกลับตรัง อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด พระอาทิตย์กลมโตเพิ่งขึ้นซ่อนดวงอยู่หลังพุ่มไม้คล้ายจะแล่นตามมาตลอดทาง หมอกเหมยยังเรี่ยรายอนูเล็กๆ สีขาวอยู่ตามปลายไม้ใบหญ้า บทสนทนาที่ไม่มีวันสิ้นสุดของคนสองคน นำมาซึ่งความอบอุ่นและวาดหวังถึงบางสิ่งบางอย่าง ก่อนจะรู้ในเวลาต่อมาอีกไม่นานว่า อะไรๆ ที่คิดว่าดีกลับเป็นเพราะเข้าใจไปเอง อะไรๆ จึงล้วนเป็นของไม่แท้ แม้แต่อาทิตย์สีแดงที่โผล่พ้นออกมาเต็มดวงแล้ว รวมทั้งหมอกสีขาวนวลที่ห่มคลุมจากยอดไม้ถึงปลายหญ้าสองข้างทาง และกระทั่งบทสนทนาโง่เง่าเหล่านั้น...

                เสียงระฆังดังแว่วมาจากตัวสถานีปลุกผมให้ตื่นจากพะวัง... ไม่นานรถก็ขยับอีกครั้ง จากพรากทุ่งสงไปสู่สถานีมืดดำข้างหน้าอีกแสนไกล นอกหน้าต่างด้านซ้ายมือที่ผมนั่งอยู่ เพราะดวงอาทิตย์ตกขอบฟ้าไปนานแล้ว จึงมืดนัก... นานๆ จะเห็นแสงไฟวอมแวมอยู่ตามราวป่าครึ้มดำสักครั้งหนึ่ง

                รถตู้นอนจากประเทศญี่ปุ่น... หมายถึงรถเก่าที่เขาไม่ใช้แล้ว แต่ประเทศไทยยังใช้ได้ดีก็ดูแปลกตาแม้ว่าห้องน้ำจะไม่มีน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นแทบจะขาดใจตายทุกครั้งที่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในนั้น ส่วนตู้แอร์เขากั้นเป็นห้องนอนเล็กๆ ห้องละสี่เตียง บน-ล่าง แปลกนะ... คนไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ต้องมาอยู่ในห้องนอนเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีอะไรให้ทำที่ดีไปกว่าการอ่านหนังสือ เป็นบางอารมณ์... ใช่หรือไม่ว่า คนเราก็ไม่อยากจะเสวนากับใคร อ่านหนังสือไปนิ่งๆ หูยินเสียงล้อรถบดราง โดยเฉพาะเวลาแล่นเข้าสู่สะพานเหล็ก เสียงดังน่าฟัง แต่บางครั้งก็น่ากลัว

                ดึกแล้ว... ผมเพิ่งปิดไฟสำหรับอ่านหนังสือตรงหัวเตียงที่สว่างกว่าตู้นอนเก่าๆ หลายเท่าตัว ตั้งใจจะนอนให้หลับ แต่รู้ตัวว่าฝืนอย่างไรก็ยังจะไม่สำเร็จ เพราะเร็วเกินไปที่จะเป็นเช่นนั้น จึงนอนคิดโน่นคิดนี่ ฟังเสียงควบของเจ้าม้าเหล็กที่ขยับร่างบนรางที่นำไปสู่มิติของความมืดมิดข้างหน้า อย่างไม่รู้ว่าเมื่อใดจะถึงเวลาของแสงสว่างเสียที...

                รถไฟ... เป็นที่พบและพลัดพรากของใครต่อใครมาแล้วนับไม่ถ้วน รถไฟ... คล้ายจะมีชีวิตแบบคน ที่ต้องมีภารกิจของการรับการส่ง ต่างกันที่รถไฟต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป แต่บางชีวิตไม่ใช่... พอถึงวันที่ต้องอยู่ตามลำพัง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาส่งใครๆ หรือมารอรับผู้ใดให้ผูกพันอีก

                บางชีวิต... บางทีที่เคยเดินทางสองคน สามคน และสี่คน พอไม่มีใคร ก็จำเป็นที่จะต้องเคลื่อนลมหายใจไปไหนต่อไหนเพียงคนเดียว คนเดียวบนรถไฟที่มีนิทานไม่รู้สักกี่ร้อยกี่ล้านเรื่องที่มีคนทำตกหล่นเรียงรายไว้ตามตู้โดยสาร และบนเส้นทางรางคู่ที่ไม่มีวันบรรจบพบกันเช่นนี้

                เหมือนกับบางชีวิต... บางความรู้สึกดีๆ ที่มีคนตั้งใจทำให้หล่นหายในตอนสายของวันหมอกขาว เมื่อราวๆ สองปีกับอีกไม่กี่เดือนที่ผ่านแล้ว ใช่... ก็เริ่มต้นที่รถไฟ...

(นสพ.รักษ์ตรัง ฉบับวันที่ 16-29 กุมภาพันธ์ 2551 / ความเรียงชิ้นนี้มีความยาว 4 ตอน เริ่มตอน 1 ในปักษ์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ 2551)

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
kompai วันที่ : 01/02/2008 เวลา : 22.12 น.
http://www.oknation.net/blog/kompai
ร้อยถ้อย    รัอยลิขิต    ร้อยความคิดเพื่อมวลชน

บนรถไฟมีสิ่งให้เรามองและจดจำมากมาย วิถีชีวิตระหว่างชั้น2กับชั้น3ก็ต่างกันแล้วค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 08.35 น.
http://www.oknation.net/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 3
workingwomen วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/arada

เวลา คือชีวิต มันไม่มีวันย้อนกลับ
และไม่มีอะไรมาทดแทนได้
ชีวิต คือการเดินทาง
คือสายธารของการทำภาระกิจที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิต.....

อ่านมาทั้งสองตอนแล้วค่ะ
จะรออ่านตอนต่อไป
สวัสดีค่ะ
อารดา
ความคิดเห็นที่ 2
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 17.31 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai


ไปทำบุญด้วยกันไหมเอ่ย
แวะมาเติมความสุขให้
มีความสุขมากๆนะคะ
และก็มอบ
กำลังใจในวันดีๆแบบนี้
แล้วชักชวนมาทำกิจกรรมดีร่วมกันค่ะ

http://www.oknation.net/blog/lovetour/2008/01/26/entry-1 คุณก้อนหิน8887


http://www.oknation.net/blog/mookie/2008/01/27/entry-2 คุณมุกกี้ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai/2008/01/27/entry-1 ครูเจี๊ยบค่ะ

มาร่วมกันปลูกฝันให้ออกดอกหอมแก่เด็กๆ
ในจังหวัดสระแก้วร่วมกันนะคะ

ช่วยๆกันคนละไม้ละมือนะคะ

ร่วมบริจาคเงิน(ค่าอาหารเลี้ยงเด็ก200คน)แต่บริจาคเท่าไรก็ได้และของขวัญ
หรือหนังสือนิทานและของเล่นอื่นๆไปตามลิงค์ได้เลย

แล้ว..........กลิ่นความฝันรอยยิ้มปริ่มสุขจะหอมหวานในใจคุณ
ความคิดเห็นที่ 1
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 17.00 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

เหมือนกับบางชีวิต... บางความรู้สึกดีๆ ที่มีคนตั้งใจทำให้หล่นหายในตอนสายของวันหมอกขาว

ชอบประโยคนี้ของคุณคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน