พิมพ์หน้านี้
|
แผ่นดินนี้ ผู้คนยังจะต้องเจ็บปวดไปอีกนาน... อีกกี่ศพ กี่หน กี่คนเล่า ต้องสังเวยความสะเพร่าของโรงหมอ คนจนๆ มีหัวใจ ใช่หัวตอ เห็น บ่อยจัง จึง... ผมเชื่อว่า นอกจากผมแล้วคงจะยังมีใครต่อใครอีกมากมายที่มีความรู้สึกคล้อยตาม หรือเห็นด้วยกับบทกลอนสั้นๆ ข้างบนนี้ (ที่ยกมาจากคอลัมน์ มุมภาพเมืองตรัง หน้า 4) เมื่อได้ยิน และรับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าของการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในโรงพยาบาลบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งมักจะเกิดกับคนยากคนจนของแผ่นดินนี้ที่ไม่ค่อยจะมีทางเลือกเท่านั้น และไม่มีใครเลยที่จะรู้ว่า เรื่องราวเลวร้ายและแสนเศร้าเหล่านี้ จะสะดุดจุดจบลงเมื่อใด เหตุการณ์ล่าสุดกับการเสียชีวิตของผู้ป่วยซึ่งตามรายงานของแพทย์ผู้ทำการรักษา ทำให้สามีและลูกรับรู้ได้ว่า แม่มีอาการดีขึ้นทุกวันๆ แต่กลับกลายเป็นว่าต้องมาเสียชีวิตด้วยมือที่ไม่รับผิดชอบของคนที่ไม่เอาไหน ที่กล้าพูดอย่างนี้มิได้หมายความว่า ผมได้ติดตามไปทำข่าวด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดแต่อย่างใด แต่ที่เชื่อได้ในทันทีว่าเกิดจากความผิดพลาดของคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือ การเร่งเจรจากับญาติผู้ป่วยให้รีบรับเงินค่าชดใช้ ทั้งในส่วนของสองแสนแรกที่เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย และอีกสาม-สี่แสนหลังที่ต้องควักมาจากเงินสวัสดิการของโรงพยาบาล ถามว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกล่ะหรือ คำตอบไม่ได้อยู่ในสายลมอีกต่อไป เพราะอยู่ในใจของทุกๆ คน ทุกๆ โรงพยาบาล และอยู่ในทุกใจดวงร้าวของผู้สูญเสียมานานและแสนนาน แต่ทำไมยังไม่ถึงกรณีสุดท้ายที่ควรจะเป็นเสียที ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยอีกมากมายที่ไม่รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากความผิดพลาดของแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล และอีกจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าตนมีสิทธิฟ้องร้องได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา หรือบางคนอาจจะรู้แต่มาถูกตัดบทด้วย มือเจรจา และ ราคาของคน ที่พวกเขาตีค่าให้ว่าน่าจะจบเรื่องจบราวกันได้ เพราะถึงไหนๆ คนตายก็ตายไปแล้ว ความจริงที่เจ็บปวดรวดร้าวของคนยากไร้ที่ไม่มีทางเลือกมากไปกว่าการใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐ จะมีมากกว่าที่เป็นข่าวสักกี่สิบ กี่ร้อยเท่า ชาวบ้านด้วยกันเท่านั้นที่รับรู้ เพราะมีแต่ชาวบ้านด้วยกันเท่านั้นที่แลกเปลี่ยนและรับฟังถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสเช่นนี้ ไม่น่าเชื่อว่า มาถึงวันนี้แล้ว ไปโรงพยาบาลที ไปติดต่อราชการทีก็ยังถูกบอกว่าอย่ารู้มาก อย่าเรื่องมาก ความอ่อนน้อมถ่อมตนที่ติดมาตามประสาชาวบ้านก็คล้ายกับจะต้องหงอ ต้องยอมไปเสียทุกครั้ง การตกลงด้วยความจำยอม หรือจำนนด้วยความเกรงใจคนนั้น คนนี้ จึงทำให้ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร หรือแทบจะไม่มีการแก้ไขเลยทั้งในเชิงการบริหารจัดการ หรือทั้งในทางนโยบายระดับชาติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางจริยธรรมที่ควรจะต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของผู้เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เหตุการณ์จึงเกิดได้ซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่รู้จักจบสิ้น อย่างน้อยๆ เราแทบจะไม่เคยเห็นหรือได้ยินว่า บุคคลหรือหน่วยงานที่ละเลย หรือผิดพลาด จะได้รับการลงโทษ รับรู้บ้างก็เพียงว่ามีการตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว ซึ่งทุกครั้งก็จบลงเพียงนั้น แผ่นดินนี้ จึงยังไม่รู้ว่าผู้คนจะต้องเจ็บปวดไปอีกนานแค่ไหน... (บทบรรณาธิการ นสพ.ฅนตรัง ปีที่ 3 ฉบับที่ 51 วันที่ 1-15 มีนาคม 2551) |