• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 23544
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม 2551
ตรังเยือนแม่น้ำแคว แลนครราชสีมา ตอน ๒
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 194 , 13:17:15 น.  
พิมพ์หน้านี้


ตรังเยือนแม่น้ำแคว แลนครราชสีมา ตอน ๒

 

๑.                    ตอนเช้าของวันที่ ๒๐ กันยายน ซึ่งเป็นวันที่สองของการเดินทาง หลังจากนั่งหลับๆ ตื่นๆ บนรถปรับอากาศมาคืนหนึ่งเต็มๆ คณะของผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ก็เริ่มเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายแรกของการ ‘โรดโชว์ การท่องเที่ยวตรัง ภาคกลาง-อีสาน ๑๙-๒๓ กันยายน ๒๕๕๐’ เพื่อส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวของตรังให้เป็นที่รู้จักของที่อื่นๆ เพิ่มขึ้น

                        รถเลี้ยวเข้าสู่ โรงแรมริเวอร์แคว ซึ่งเป็นสถานที่พัก และจัดรายการ table top sale ในตอนเย็นนี้ แต่เป็นเพราะเรามาถึงเช้าเกินไป ห้องพักยังไม่ว่าง จึงได้แต่เข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา กินอาหารเช้า จากนั้นพอ ๙ โมงก็ขึ้นรถไปยังสะพานข้ามแม่น้ำแคว

หลายๆ คนได้ถ่ายภาพกันตรงเชิงสะพานเหล็กสีดำที่ทอดยาวข้ามลำน้ำแควอันกว้างใหญ่ซึ่งไหลมาจากเทือกเขาไม่ไกลนั้น สายน้ำเบื้องล่างใสสะอาด ไหลเอื่อยๆ ราวกับจะไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ เกี่ยวกับสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อความทรงจำที่โหดร้ายของมนุษยชาติมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒

เมื่อญี่ปุ่นส่งทหารเข้ายึดประเทศต่างๆ มากมาย เส้นทางสายนี้พวกเขาบังคับให้เชลยศึกจากหลากหลายชนชาติ ให้เป็นกรรมกรก่อสร้างทางรถไฟเพื่อที่จะกรีฑาทัพต่อไปยังพม่าและอินเดีย ความบ้าอำนาจในปี พ.ศ.นั้นทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นในโลกเมื่อผู้คนต้องล้มตายไปหลายแสนคน

หลายปีมาแล้ว สถานที่นี้กลายเป็นอีกแห่งหนึ่งสำหรับให้คนรุ่นหลังได้หลั่งไหลกันไประลึกถึง เยี่ยมชม ใช่... เยี่ยมชม ‘แผลเป็น’ ของสงคราม ที่ไม่มีวันลบล้างไปจากใจของคนได้

สัก ๑๑ โมง รถไฟสายธนบุรี-น้ำตก แล่นเข้าสู่สถานีกาญจนบุรี คณะของคนท่องเที่ยวจากจังหวัดตรังรีบขึ้นไปจับจองช่องหน้าต่างด้านซ้ายมือของตัวรถ เพื่อที่จะได้ดูวิวทิวทัศน์สวยงามท่ามกลางเทือกเขาและสายน้ำ ในระหว่างทางยังมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและไม่ใช่ขึ้นมาจากอีกหลายสถานี เริ่มที่คนน้อยๆ ตั้งแต่ออกจากเมืองกาญจน์ฯ ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น จนถึงกับยืนกันก็มีมากมาย ทั้งฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น ดูๆ ไปแล้วก็ได้บรรยากาศการท่องเที่ยวดีๆ ไปอีกแบบ

รถไฟแล่นไปได้สักพักใหญ่ๆ จึงเข้าเขตพื้นที่ริมหน้าผา รถค่อยๆ ซาความเร็วลงเพื่อที่จะให้ผู้โดยสารได้โผล่หน้าออกไปดูด้านนอก แต่อีกเหตุผลหนึ่งน่าจะเป็นเพราะสะพานซึ่งทำด้วยไม้เก่าแก่ที่รองรับรางและรถเหล็กอยู่บนนั้น คงไม่สนุกนักหากจะตะบึงตะบันด้วยความเร็วมากกว่านั้น

ห้วงเวลานั้นยินเสียงใครบางคนในหมู่พวกเราพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า “แลตะบ้านเพื่อนเขา ไม้ผุกๆ ก็ทำให้คนมาเที่ยวได้...” 

รถจอดที่สถานีน้ำตกซึ่งเป็นสถานีสุดท้ายก่อนที่จะถึงชายแดนประเทศพม่า เมื่อเวลาหลังบ่ายโมงเล็กน้อย ที่นั่นรถบัสของพวกเรามาจอดรออยู่แล้ว จากนั้นแวะไปกินข้าวเที่ยงที่ ‘ร้านอาหารเรณู’ เยื้องน้ำตกไทรโยคน้อย อาหารเขาอร่อยมาก ที่น่ารักก็คือ รอบๆ บริเวณที่จัดโต๊ะอาหาร จะมีกล้วยน้ำว้าสุกงอม น่ากิน แขวนอยู่เป็นเครือๆ หลายเครือ เพื่อให้คนหิวได้ปลิดลงมาชิม ผมขึ้นรถแล้วหันไปเห็น ‘น้องหมี’ คุณธนัท ฝันนิมิตร เจ้าของหยง หยง ทัวร์ ผู้มีหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลา แบกกล้วยน้ำว้าเครือใหญ่ตามหลังมาด้วย...

จะพูดไปแล้ว การเดินทางกับ ‘คนท่องเที่ยว’ กลุ่มนี้ เป็นครั้งที่สองของผม โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกดี มีความสุข ม่ายช่าย... ม่ายช่ายเพราะไม่ต้องออกตางค์ แต่เป็นเพราะมีประสบการณ์จากปีที่แล้วว่า คนกลุ่มนี้เป็นคนที่น่ารัก สนุกสนาน ทุกคนมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดูแลซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดีโดยแทบจะไม่ต้องมีการนำ แม้จะเดินทางกันหลายคน แต่เหมือนกับเป็นคนๆ เดียว นั่นคือการรวมกันเป็นหนึ่ง ในนามของสมาคมฯ

แม้ปีนี้ คุณจรัญ ชื่นในธรรม อดีตหัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ผู้จุดประกายความคิดใหม่ๆ โครงการใหม่ๆ และพร้อมใช้ชีวิตร่วมกันกับ ‘คนท่องเที่ยว’ กลุ่มนี้ แบบ ‘มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน’ จน ‘ได้ใจ’ พวกเขาไปทั้งหมด จะไม่อยู่ เพราะต้องเดินทางไปรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ปักกิ่ง เกือบจะครบปีแล้ว แต่การสื่อสารทันสมัยยังสื่อหาเพื่อปรึกษาข้ามฟ้ากันได้ และเชื่อว่า วันนี้ ‘โกจื้อ’ ยังรับรู้ถึงความรัก สามัคคี ความเหนียวแน่นของคนในกลุ่ม เพื่อเป้าหมายเดียวกัน ที่ไม่ใช่แค่การเสริมสร้างความเจริญเติบโตให้กับบริษัททัวร์ โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ฯลฯ เพียงของตัวเองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวให้กับคนจังหวัดตรังโดยองค์รวมอีกด้วย

คงจะไม่เป็นการเกินไป ถ้าจะเปรียบว่า ‘คนท่องเที่ยว’ กลุ่มนี้ ก็เหมือนกับทหารกล้าที่เสียสละออกไปทำศึกนอกบ้าน ด้วยใจที่มุ่งมาดปรารถนาจะกวาดต้อนให้ผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตรังเพิ่มขึ้น ผลที่ได้มิใช่เพียงเพื่อครอบครัวของผู้ที่ออกรบ แต่เพื่อคนอีกมากมายที่รายเรียงอยู่กับพื้นที่ แม้ไม่เคยรับรู้เรื่องราวของ ‘สงคราม’ ที่ว่านี้เลย...

 

๒.                   บ่ายแก่ๆ แล้วที่รถเลี้ยวเข้าไปสู่ ค่ายสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ ๙ (กองพลเสือดำ) เปล่า... ไม่ได้ไปชวนใครให้ออกมาปฏิวัติซ้อนเพื่อแก้ปัญหามั่วซั่วในบ้านในเมืองขณะนี้ แต่เรากำลังจะเข้าไปดู สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ‘ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช’ ของ ‘ท่านมุ้ย’ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เจ้าของ พร้อมมิตร ฟิล์ม สตูดิโอ

พื้นที่กว่า ๒ พันไร่ในค่ายทหาร ที่ทีมงานได้ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง ๔ ปี เพื่อเนรมิตฉากต่างๆ  ของเมืองหงสาวดี และเมืองอโยธยา เพื่อรองรับการถ่ายทำภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ดังกล่าวไปแล้วถึง ๒ ภาค ในขณะเดียวกันก็ได้วางแผนพัฒนาให้พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและแปลกใหม่ที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมอีกด้วย

สำหรับค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ คนละ ๑๐๐ บาท เด็กอายุไม่เกิน ๑๒ ปี คนละ ๕๐ บาท ส่วนชาวต่างประเทศ (ที่ถึงไหนๆ ก็อุตส่าห์เสียค่าขี่เครื่องบินมาแล้ว เอาให้หนักหน่อย) คนละ ๒๐๐ บาทขาดตัว

ในสถานที่อันกว้างขวางนี้ มีร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านขายกาแฟ หลายๆ คนได้ถ่ายรูปกับทหารม้าที่เป็นทหารจริงๆ ที่สุภาพ น่ารัก อีกหลายๆ คนได้ทดลองยิงปืนไฟโปรตุเกส ในอัตรา ๒ นัด ๕๐ บาท ยิงทีหนึ่งไฟก็ประทุออกมาด้วยทีหนึ่ง สนุกสนาน และกระชากวัยกันสุดๆ ครับ เอ้า... ลองถาม ‘นายกวิชัย’ หรือไม่ก็ ‘น้องพลอย’ ลูกสาวคนสวยของกำนันพรศักดิ์ และ ‘น้องอ๊อด’ กับ ‘ดี.เจ.จอย’ ดูก็แล้วกันว่ามันขนาดไหน

ขากลับเราไม่ต้องเดิน หลังจากที่บางคนใจดีซื้ออาหารให้ช้างวัย ๕๒ ปีแล้ว พอรอกันจนครบคนก็ได้นั่งรถไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อรับนักท่องเที่ยวกลับมาลงที่ใกล้ๆ ลานจอดรถ แต่ยังได้เดินผ่านโรงเก็บฉาก อุปกรณ์ สำหรับการถ่ายทำหนังเรื่องพระนเรศวรต่อในภาค ๓ ซึ่งมีกำหนดฉายประมาณปลายปีนี้

บริเวณที่เราไม่ได้เห็นแต่มารู้ภายหลังก็คือ กำลังมีการก่อสร้างสถานที่ ฉาก อีกแห่งหนึ่งสำหรับการถ่ายหนังเรื่องต่อไปของ ‘ท่านมุ้ย’ จาก อภิมหาอมตะนิยายผจญภัย เรื่อง ‘เพชรพระอุมา’ ของ ‘พนมเทียน’ นิยายที่มีความยาวที่สุดในโลก และเชื่อว่า คนไทยต่างตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

 

๓.                   คณะทั้งหมดกลับเข้าโรงแรมก่อนจะ ๕ โมง ทุกคนรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อลงไปเตรียมตั้งโต๊ะ รายการ table top sale ในเวลาประมาณ ๖ โมง (ดังรายละเอียดที่เล่าแล้ว ในตอนที่ ๑)

                        เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจของตอนเย็นและค่ำ จึงเป็นช่วงเวลาที่ต่างก็สามารถทำอะไรได้ตามอัธยาศัย แต่ส่วนใหญ่ก็ไปนั่งฟังเพลงอยู่ที่ ‘ลานคาวบอย’ ตรงส่วนหน้าของโรงแรม

                        ผม น้องอ๊อด และ ดี.เจ.จอย มีโอกาสนั่งสนทนากับ ‘โกกุ๊ก’ คุณสมชาย ว่องธวัชชัย ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง คุณประดับ ขวัญนิมิตร บริษัทตรังเทรเวล&อเมซิ่งเทรเวล และ คุณภีร์ จากลันตา อิลมาเร่ บีช รีสอร์ท เกาะลันตา หลายเรื่องราวที่คุยกัน นับตั้งแต่การท่องเที่ยวไปจนถึงเรื่องผีในโรงแรม อ๊ะๆ เพราะคืนนั้นผมต้องนอนคนเดียว ถ้าไม่ได้คาถากันผีของ ‘โกกุ๊ก’ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีใครผมยาวๆ มายืนอยู่ตรงปลายเตียงในยามดึกดื่นค่อนคืนนั้นหรือไม่ หึ..หึ..หึ...

(นสพ.ฅนตรัง วันที่ ๑๖-๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๐)

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
idtha วันที่ : 14/05/2008 เวลา : 00.26 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

ผีไม่มีในโลก มีแต่คนตายแต่จะลุกมาหรือไม่ ข้าพเจ้าม่ายรู้
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน