พิมพ์หน้านี้
|
สำหรับบางชีวิต รถไฟก็เป็นเหตุให้พบและพลัดพรากได้เสมอ (ตอน4-จบ) สามตอนที่แล้ว ผมได้เล่าถึงการเดินทางจากตรังถึงกรุงเทพฯด้วยรถไฟ... คงจะไม่สายจนเกินไปนักที่ผมจะขอแสดงความยินดีกับนายวิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ของจังหวัดตรัง ทำไมผมจะต้องพูดถึง พี่เชียร ในพื้นที่นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเกี่ยวข้องกับรถไฟที่เขียนมายาวนานถึงสองเดือนและกำลังจะจบลงในฉบับนี้ ผมขอเริ่มต้นตรงความเป็นส่วนตัวที่เคยรู้จัก พี่เชียร เหมือนกับที่หลายๆ คนบ้านเราเคยรู้จัก โนราห์เติม คือรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เขาไม่รู้จักเรา ตอนกลับมาอยู่บ้านใหม่ๆ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ผมเคยไปฟัง พี่เชียร ปราศรัยหาเสียงที่หน้าศาลากลางเพื่อจะเป็นสมาชิกสภาจังหวัดตรัง จากนั้นก็ติดตามบทบาทการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่หลายสมัย ในระหว่างเวลาเหล่านั้น ครั้งหนึ่งที่ผมมีโอกาสแต่งงาน พี่เชียร ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในงานเลี้ยง ต่อมาพอมีลูกตัวเล็กๆ ที่ต้องขึ้นลงตรัง-กรุงเทพฯอยู่บ่อยครั้ง เพราะแม่ของเด็กๆ เป็นคนที่นั่น หลายๆ หนที่ได้พบ พี่เชียร บนรถไฟ และท่านจะเข้ามาช่วยอุ้มลูกให้ขณะที่ผมกับภรรยาต้องหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรัง ปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นเรื่องของความเป็นกันเองที่ พี่เชียร ให้กับทุกๆ คน และทำให้ผมได้รู้จักกับท่านเป็นการส่วนตัวมากขึ้น และกำลังจะบอกว่า ในห้วงเวลาหลายปีตอนนั้น ผมพบและเห็น พี่เชียร เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็น ส.ส.แล้วชอบนั่งรถไฟ ในทางการเมือง ขณะที่ผมทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลย่านตาขาว ระหว่างปี พ.ศ. 2538-2541 และสมัยนั้น ยังมีงบประมาณสำหรับ ส.ส.อยู่ ท่านได้กรุณาจัดสรรงบฯเพื่อซื้อรถบรรทุกน้ำ ขนาด 6,000 ลิตร ให้กับสุขาภิบาลจำนวน 1 คัน และสามารถใช้งานมาได้จนถึงบัดนี้ แต่พอ พี่เชียร ลงสมัคร ส.ว. ผมไม่สามารถช่วยเหลือใดๆ ได้เพราะติดกับการทำหน้าที่สื่อที่ต้องมีความเป็นกลางในกรณีของการเลือกตั้งทางการเมือง ผมเล่าถึง พี่เชียร ค่อนข้างจะยาวเพราะเห็นว่าท่านเป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่ ติดดิน และเรียบง่าย แม้ผลงานอาจจะไม่ถูกใจกับบางคน บางกลุ่มบ้าง โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ ของการเป็น ส.ส.ที่ไม่มีโอกาสไต่ระดับขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีเลย ทั้งๆ ที่หลายปีนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นรัฐบาลอยู่เกือบตลอดเวลา จึงเข้าใจได้ที่ พี่เชียร จะออกอาการล้าให้ใครๆ ได้เห็น มาถึงวันนี้ พี่เชียร กลับมาเป็น ส.ว. แม้บทบาทหน้าที่จะไม่เหมือน ส.ส.ที่เคยเป็นเสียทีเดียว แต่ผมยังมีความเชื่อว่า ท่านจะสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ บ้านเมือง และผู้คนในจังหวัดตรังได้ อย่างน้อยที่สุด ผม (และมั่นใจว่าจะมีคนตรังอีกมากมาย) คาดหวังว่า พี่เชียร จะทำหน้าที่ของ ส.ว.ได้ดี และไม่เงียบหายเหมือนตายจากราวกับไม่เคยมี ส.ว. ดังที่เคยรู้สึกและปวดร้าวกันมาแล้ว และอีกประเด็นที่วาดหวังก็คือ จะได้พบ ได้เห็นกันบนรถไฟอีก แม้ท่านจะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการแก้ปัญหาเรื่องราวเหล่านี้โดยตรง แต่น่าจะได้รับรู้สภาพของ ความเป็น อยู่ คือ ของรถไฟ เพื่อเป็นข้อมูลนำสู่การแก้ไขในโอกาสต่อไปได้ รถไฟชีวิต... สำหรับ พี่เชียร ในวันนี้ เป็น รถด่วนขบวนสุดท้าย ที่เริ่มเคลื่อนอีกครั้งหนึ่งแล้ว จะดีหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์เส้นทางให้ คนโดยสาร อย่างเราๆ ได้รับรู้... ขากลับของการเดินทางจากกรุงเทพฯเมื่อเกือบสองเดือนที่แล้ว ผมยังคิดถึงเรื่องราวบนรถไฟ สำหรับบางชีวิต รถไฟก็เป็นเหตุให้พบและพลัดพรากได้เสมอ แต่บางเสี้ยวส่วนของความคาดหวังที่หลงเหลือ ผมก็ยังหวังว่า สักวันหนึ่ง การพบและพลัดพราก กับใครสักคนบนรถไฟ จะไม่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าจนเกินไปนัก... (นสพ.รักษ์ตรัง วันที่ 16-31 มีนาคม 2551)
|