• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 194
  • จำนวนผู้ชม : 22700
  • จำนวนผู้โหวต : 88
  • ส่ง msg :
more
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551
ประท้วงปัตตานี... ความทรงจำที่เริ่มจะลางเลือน คำนำครั้งที่ 1-2 / บทที่ 1
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 212 , 14:48:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


ประท้วงปัตตานี... ความทรงจำที่เริ่มจะลางเลือน คำนำครั้งที่ 1-2 / บทที่ 1

 

คำเนียนผู้ขำ ครั้งที่ 1

 

                        ก่อนอื่นผู้เขียนอยากจะให้เธอซึ่งต้องกลายเป็นผู้อ่านโดยสภาวะเต็มใจ หรือจำใจก็แล้วแต่ได้เข้าใจเสียก่อนว่าสิ่งที่เธอจะอ่านหรือไม่อ่านต่อไปนี้มันไม่ใช่นิยาย  นวนิยาย  นิทาน  หรืออะไรทำนองนั้น  แต่มันเป็นความจริงของเหตุการณ์หนึ่งที่ผู้เขียนบันทึกไว้สำหรับพวกเธอโดยเฉพาะ  ผู้เขียนอยากจะเรียกสิ่งนี้ว่า  “คำบอกเล่า” แต่เธออย่าคาดหวังว่าเธอจะได้อะไรมากนักจากการอ่าน “คำบอกเล่า” นี้ เพราะผู้เขียนเพิ่งได้เขียนอะไรที่มันยาวๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต จะอย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าทุกๆ ประโยคเป็นความจริงทั้งสิ้น ส่วนความคิดเห็นเป็นของผู้เขียน เธอไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย

                        ชื่อของผู้เขียนขอใช้นามแฝงอย่างที่เธอเห็นอยู่แล้ว สาเหตุก็เพราะไม่ต้องการใช้ชื่อจริง  ดังนั้นพวกเธอคนใดที่รู้ชื่อจริงของผู้เขียนก็ขอความกรุณาอย่านำความลับนี้ไปขายให้ฝ่ายตรงข้าม (กับรัฐบาล)  หรือผู้ไม่หวังดี (ต่อรัฐบาล) เป็นอันขาด ไม่ว่าเขาจะเอามาม่ามาล่อก็ตาม อยากจะบอกเพียงว่าผู้เขียนเป็นอดีตนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานีนี้ ศาสนาที่เจ้าหน้าที่เขาเขียนไว้ในทะเบียนบ้านคือศาสนาพุทธ ที่บอกศาสนาด้วยก็เพราะเกรงไปว่าพวกเธออาจจะสงสัยว่าผู้เขียนเป็นคนมุสลิมหรือยังไง จึงเหมือนจะเขียนเชียร์ผู้ทำการประท้วงจังเลย ความจริงเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับศาสนาว่าจะมีศาสนาอะไรในทะเบียนบ้าน เป็นเรื่องที่ใครก็ได้เมื่อเขียนหรือกล่าวถึงอะไรควรจะเขียนหรือกล่าวถึงด้วยความเป็นธรรม

                การเขียนเรื่องนี้เริ่มขึ้นเมื่อกลางเดือนมกราคม เพราะตอนนั้นคิดถึงการประท้วงมากกว่าปกติ  แต่เป็นเพราะผู้เขียนมีภารกิจต้องต่อสู้กับเจ้าหนี้ ดอกเบี้ยมาก จึงไม่สามารถจะเขียนให้จบในเร็ววันได้  จึงมาเขียนเสร็จเอาเมื่อต้นเดือนมิถุนายนนี้เอง ผู้เขียนไม่รู้หรอกว่าพวกเธอจะมีความคิดเห็นอย่างไรเมื่ออ่าน “คำบอกเล่า” นี้จบลง แต่ถ้าเธอต้องการนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหมดหรือว่าเฉพาะตอนก็ตาม กรุณาบอกให้ผู้เขียนได้รู้ก่อน แต่ไม่อยากให้เธอนำ “คำบอกเล่า” นี้ไปอ้างอิงใดๆ เพราะผู้เขียนอาจจะมีความผิดพลาดหรือบกพร่องได้บ้าง

                        ผู้เขียนอยากให้พวกเธอทำการศึกษาการประท้วงครั้งนั้น เธอได้อะไรจากการอ่านครั้งนี้ แต่ก็อยากให้เธอมองไปในแง่หนึ่งว่า “ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นมีการต่อสู้” ผู้ถูกกดขี่หรือผู้ถูกเอาเปรียบมากเท่าไรก็ยิ่งมีการรวมตัวกันมากขึ้นเท่านั้น เมื่อพวกเขาลุกขึ้นสู้แล้วก็จะมีแต่ชัยชนะ แม้ว่าจะผ่านการเสียเลือดเสียเนื้อมากน้อยแค่ไหนก็ตาม

                        เธออ่านเองคงจะดีกว่าได้รับการชี้นำมากๆ จากผู้เขียนนะ เอาล่ะ อ่านได้แล้ว  อ้อ… เดี๋ยวก่อน ถ้าเธออ่านตอนกลางคืนอย่าลืมกางมุ้งเสียก่อนล่ะ เดี๋ยวเกิดหลับขึ้นมายุงกัดแย่เลย

 

  ‘นกเสียบไส้’

11  มิถุนายน  25

 

คำเนียนผู้ขำ ครั้งที่  2

 

                        บ่อยไปที่ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน จับแล้วพลิกไปพลิกมา แล้วก็เก็บคืนที่เดิม ผมรู้สึกสุขใจ  อบอุ่นอย่างประหลาด แต่ก็หมองอยู่ในส่วนลึกนั้น

                        หนังสือเล่มแรกในชีวิตที่ผมเขียนไม่ใช่เรื่องสั้น ไม่ใช่นวนิยาย ไม่ใช่นิทาน แต่เป็นเพียงเรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ หลายคนคงเคยได้ยิน  แต่ไม่อยากได้ยินอีก  หรือบางคนเคยให้ความสนใจ  แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ผ่านไป เป็นเดือน เป็นปี เป็น 10 ปี และเป็น 20  ปีในวันนี้ ความทรงจำใส่ใจอันน้อยนิดนั้นก็เริ่มจะลางเลือน

                        การเขียนที่ไม่มีรูปแบบดังกล่าว ผมคงเรียกสิ่งนี้ได้เพียงว่า “คำบอกเล่า” ด้วยความด้อยในการเขียน  อ่อนในข้อมูลอีกมากมาย วันเวลาที่ผ่านเลยไป 20 ปี “ประท้วงปัตตานี... ความทรงจำที่เริ่มจะลางเลือน”  ที่ผมหยิบขึ้นมาอ่าน พลิกไป พลิกมาอยู่บ่อยๆ คงเป็นได้เพียงบันทึกนอกระบบเท่านั้น

                        ต้นเดือนมกราคมจนถึงเดือนมิถุนายน 2525 ครึ่งปีสำหรับการรื้อฟื้นความหลัง  ความจำ เป็นคำบอกเล่าให้กับนักศึกษารุ่นน้องมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในรูปแบบกระดาษโรเนียวเย็บเล่ม “คำบอกเล่า” ของผมมีเพียง 2 เล่มเท่านั้น เล่มหนึ่งคือเล่มที่ส่งไปให้รุ่นน้อง อีกเล่มหนึ่งคือส่วนที่อบอุ่นอยู่กับผมทุกวันนี้

                        เวลา 20 ปี นานไหม ใครแต่ละคนคงให้คำตอบได้แต่แตกต่างกันไป หลายคนที่ร่วมในเหตุการณ์นั้นไม่มีโอกาสได้มานั่งมองเวลาเหล่านี้ หลายคนตายไปกับเหตุการณ์ในปีต่อมาที่สนามหลวงและชายป่าทั่วประเทศ หลายคนยังมีชีวิตอยู่แต่ผกผันยิ่งนัก หลายคนสงบอยู่กับตัวเองและครอบครัว หลายคนคงไม่ใส่ใจกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกแล้ว แต่เชื่อว่าอีกหลายคนคงไม่อยากจะลืมเลย

                        ครบรอบ 20 ปี การประท้วงที่ปัตตานแล้ว (เหตุเกิดราวๆ กลางเดือนธันวาคม 2518 ไปสิ้นสุด 24 มกราคม 2519) ผมคิดถึงเพื่อนๆ พี่ๆ หลายคน ผมหยิบ “คำบอกเล่า” ขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจจะเขียนใหม่ ตั้งใจจะค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เก่าๆ ในช่วงนั้นจากหอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ แต่ก็จนปัญญาเพราะระยะทาง ตั้งใจจะพบปะพี่ๆ ที่ร่วมเหตุการณ์และยังมีชีวิตอยู่  ซึ่งบ้างก็เริ่มเติบโตทางอาชีพ หรือบ้างก็เติบโตทางการเมือง แต่ก็จนปัญญาเพราะโอกาสและเวลาไม่มี ผมคงทำได้เพียงปรับเปลี่ยนถ้อยคำเล็กน้อยเท่านั้น  ส่วนเนื้อหาและมุมมองต้องปล่อยให้เหมือนเดิมเกือบทั้งหมด

                        ผมมีความสุขกับการเขียนถึงปัตตานี ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ไม่วายจะหม่นหมองบ้างกับบางเรื่องราวของเวลา จากเพิ่งย่าง 19 ปีในวันนั้น มาวันนี้ผ่านไป 20 ปีแล้ว วันเวลาและลมหายใจทำให้คนเราแก่ลง ผมขอฝากคำบอกเล่าเล็กๆ นี้ไว้กับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ผมรัก ได้โปรดนั่งลงระลึกถึงวันนั้น แม้สักนิด  คิดถึงผู้คน เหตุการณ์มากมาย คิดถึงความอบอุ่นจากใจที่คอยประสานและจากมือที่คอยประคับประคอง คิดถึงแม้ความตาย คิดถึงลมหายใจที่เหลือติดมากับเรา ซึ่งไม่ค่อยแน่ใจว่าจะสะดุดหยุดลงเมื่อใด และคิดถึงใครอีกคนที่จากกันนานแสนนาน………………

..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

‘นกเสียบไส้’

 ธันวาคม 38

หนึ่ง : เย็นลมปัตตานี

 

                        เย็นวันนั้นแสงแดดหลบหายไปหลังเขาแล้ว อากาศบนหลังคารถคันเล็กเย็นจนจมูกชื้น ลมแรงจนหายใจไม่ทัน รถบึ่งจากแว้งกลับเข้าสู่ปัตตานี ผ่านผู้คนที่ยืนรอรถอยู่ริมทางเป็นจุดๆ เสียงเพลง “สู้เข้าไปอย่าได้ถอย มวลชนคอยเอาใจช่วยอยู่ รวมพลังทำลายเหล่าศัตรู พวกเราสู้เพื่อความยุติธรรม...” ดังขึ้นมาจากในรถ ประสานเสียงกับคนที่อยู่บนหลังคา

                        ฉันนั่งอยู่บนหลังคารถคันนั้นด้วย ลมแรงตีปกเสื้อปะทะคอเสียงดังเพี๊ยะๆ พอเจ็บๆ คันๆ เส้นขนบนแขนลุกชันด้วยความหนาวเย็น ถแล่นด้วยความเร็วสูงมากมาตลอดเส้นทางจนเข้าตัวเมืองปัตตานี เสียงจากมัสยิดกลางยังคงดังอยู่อย่างสม่ำเสมอเหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา เป็นภาษายาวีที่ฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย ผู้คนพลุกพล่านในตัวเมืองเป็นผู้คนที่ดูได้ง่ายๆ ว่าเข้ามาจากชนบท

                        รถเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย ทุกสิ่งทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม เมื่อเช้าอยู่อย่างไรตอนนี้ก็อยู่อย่างนั้น เหมือนกับก่อนที่ฉันจะนั่งรถไปรับเพื่อนๆ กลับจากการออกไป ‘สัมผัสชนบท’ อำเภอแว้ง แต่ในความเป็นปกตินี้กลับรู้สึกว่ากำลังมีอะไรที่เคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ และพร้อมที่จะครึกโครมเมื่อมีโอกาส

                        ฉันและเพื่อนๆ ก้าวลงมาจากรถ เอามือปัดแต่งผมเผ้าที่โดนลมพัดจนกระเซิงให้พอเข้ารูปทรง บิดตัวสะบัดแขนขาพอหายเมื่อย แล้วเดินเกาะกลุ่มกันกลับเข้าหอพัก เพื่อนๆ ผู้หญิงเข้าหอพักที่ใกล้กว่า พวกเราผ้ชายเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงหอพักเช่นกัน

                        “เดี๋ยวค่อยพบกันที่ C. Room นะ” เพื่อนๆ บอกแก่กันก่อนจะแยกย้ายกันเข้าหอพัก หมายความว่า หลังจากอาบน้ำอาบท่าแล้วค่อยพบกันที่ห้องโถงชั้นล่างของหอพักซึ่งเข้าใจกันอยู่แล้วว่าเป็นหอพักหญิง 4

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
idtha วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 02.01 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

ใช้ได้นะ น่าติดตาม คุณวานิชมีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องเหมาะจะเขียนงานประเภทเรื่องสั้น นวนิยายก็ยังได้(ถ้าไม่ขี้เกียจ) ใช้คำพูดเข้าใจง่าย แต่พอเขียนยาวๆจะต้องกระชับกว่านี้ เป็นการอธิบายแบบรวบรัดอย่าดึงออกไปยาวนัก ไม่งั้นต้องกางมุ้งอ่านจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 14.52 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาอ่านครับ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน