• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 194
  • จำนวนผู้ชม : 22699
  • จำนวนผู้โหวต : 88
  • ส่ง msg :
more
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551
ประท้วงปัตตานี... ความทรงจำที่เริ่มจะลางเลือน บทที่ 5
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 196 , 14:54:07 น.  
พิมพ์หน้านี้


ประท้วงปัตตานี... ความทรงจำที่เริ่มจะลางเลือน บทที่ 5

 

ห้า : ตายสิบเกิดแทนแสนล้าน

 

                        การขว้างระเบิดใส่ที่ประท้วงหน้าศาลากลางในเวลากลางคืน ทำให้ผู้ประท้วงบาดเจ็บและตายไปสิบกว่าคน ที่เหลือแตกตื่นหนีกันกระจัดกระจาย การประท้วงคืนนั้นต้องสลายตัวไปโดยปริยาย ทิ้งไว้แต่รอยเท้าของผู้คนและรอยร้าวของเพดานด้านนอกของศาลากลาง แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือความเคียดแค้น ชิงชัง และความเจ็บปวด

                        เป็นที่รู้กันแน่ชัดในตอนหลังว่า ระเบิดดังกล่าวมีคนโยนลงมาจากชั้นบนของศาลากลางนั่นเอง แล้วใครล่ะมีสิทธิ์ขึ้นไปชั้นบนในยามวิกาลเช่นนั้นได้ และโดยเฉพาะสถานการณ์อย่างนั้น

                        วันรุ่งขึ้นการประท้วงาของประชาชนชาวปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียงภายใต้การนำขอ “ศูนย์พิทักษ์ประชาชนปัตตานี” ได้หยุดการประท้วงไปหนึ่งวัน การเรียกร้องรัฐบาลซึ่งมี มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ลงมาแก้ปัญหาของชาวจังหวัดภาคใต้และชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเองสังหารประชาชน กลับได้ลูกระเบิดมาแทน กลับได้ความตายมาทดแทน

                        การหยุดรวมตัวกันวันหนึ่ง อาจทำให้ใครบางคนหรือหลายคนที่ต้องการสลาย                         การประท้วงนึกกระหยิ่มใจว่าตนทำงานได้ผลแล้ว แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อเห็นว่าจะมารวมตัวกันหน้าศาลากลางไม่ได้แล้ว ผู้ทำการประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมก็ตกลงเปลี่ยนที่ชุมนุม จะเป็นที่ไหนอีกล่ะที่จะเป็นที่ของตัวเองและปลอดภัยมากที่สุด นอกจากมัสยิดกลาง

                        มัสยิดกลางปัตตานีสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีบริเวณกว้าง และมีกำแพงสูงล้อมรอบ ปกติจะเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ น้ำในสระเล็กๆ ด้านหน้าก่อนจะถึงทางขึ้นตัวอาคารไหวกระเพื่อมน้อยๆ ตามแรงลมที่มากระทบเบาๆ ไม่ค่อยมีคนมาพลุกพล่าน นอกจากเจ้าหน้าที่ประจำ บัดนี้อ้าแขนต้อนรับลูกหลานแล้ว

                        ช่วงที่มีเหตุการณ์ประท้วงสภาพการต่างๆ ภายในมัสยิดกลางกลับตรงข้ามจากเดิมหมดเลย ผู้คนมารวมกลุ่มกันอย่างมากมาย จากภายในบริเวณเต็มจนล้นออกมาถึงถนนใหญ่ด้านหน้า ส่วนใหญ่หันหน้าไปฟังการอภิปรายซึ่งผู้พูดยืนอยู่บนยกพื้นก่อนเข้าตัวอาคาร ผู้พูดมักจะพูดเป็นภาษายาวี ฉันฟังไม่รู้เรื่องเลย เคยถามคนที่ยืนใกล้ๆ ว่าเขาพูดอะไรกันบ้างช่วยแปลให้ฟังหน่อยได้ไหม ไม่มีคำตอบแต่กลบมองหน้าฉันด้วยความสงสัย ไม่ไว้วางใจ หรือเขาก็ฟังฉันไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

                        การมาร่วมประท้วงของผู้คนมีตลอดตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมายังมัสยิด แปลกไหมถ้าฉันจะบอกว่าการชุมนุมประท้วงของประชาชนที่นี่จะมีคนมาร่วมมากในตอนกลางคืน กลางวันแดดร้อนและคนก็ทำงาน จึงมีคนอยู่ที่ประท้วงไม่มากนัก ส่วนกลางคืนอากาศไม่ร้อนและเสร็จสิ้นภารกิจการงานแล้ว คนจากอำเภอต่างๆ ทยอยเข้ามาตอนค่ำเหมือนกับนั่งรถเข้ามาเที่ยวงานปีใหม่หรืองานสนุกสนานอย่างนั้นแหละ แต่อย่างไรก็ตาม เสียงอภิปรายไม่เคยขาดหายไปจากที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน  ไม่ว่าแดดจะออกหรือฝนจะตกก็ตาม

                        บางวันฝนตกโปรยปราย จะเห็นคนกางร่มตั้งแต่ถนนหน้ามัสยิดจนเข้าไปข้างในบริเวณเหมือนกับงานประกวดร่ม ขนาดฉันไม่มีร่มกางก็สามารถซอกซอนไปใตร่มของคนอื่นได้เกือบจะไม่เปียกเลย

                        การประท้วงในวันแรกๆ คนมาไม่มากนัก คงจะหวาดผวากับเหตุการณ์ระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้น  แต่เมื่อยิ่งนานวันเข้าคนยิ่งหลั่งไหลมารวมตัวกันมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะการรวมตัวกันที่มัสยิดเท่านั้น  แต่การประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากรัฐบาลได้มีการจัดในรูปแบบต่างๆ อีกมากมาย เช่น การให้นักเรียนตัวเล็กๆ มาเดินแห่ไปรอบๆ ตัวเมือง โดยแบ่งเป็นโรงเรียน อำเภอ มีครูควบคุมแถวอย่างใกล้ชิด เด็กๆ มากันมากจริงๆ ขณะเดินรอบตลาดหัวขบวนมาชนกับปลายขบวนก็แล้วกัน ชาวบ้านร้านถิ่นออกมายืนมองเด็กๆ กันด้วยหน้าตาและความรู้สึกที่แตกต่างจากการยืนมองเด็กๆ เดินพาเหรดในวันแข่งกีฬา แน่ล่ะเด็กๆ อาจไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกตนต้องมาเดินตากแดดอยู่ในเมือง แทนที่จะนั่งเรียนหนังสือตามปกติ แต่มีอะไรล่ะ ที่ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่าน่าเกรงขาม น่าหวั่นใจราวกับจะมีเรื่องราวร้ายแรงเร็วๆ นี้

                        นอกจากการแสดงพลังของเด็กๆ แล้ว ยังมีการแสดงพลังของขบวนรถมอเตอร์ไซค์ด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ทางศูนย์นำการประท้วงได้นัดหมายให้ผู้มีรถมอเตอร์ไซค์ตามบ้านหรือตามอำเภอต่างๆ มารวมตัวกัน เมื่อถึงเวลามีรถไม่ต่ำกว่าห้าร้อยคัน คนเกือบพันคนเฉพาะที่อยู่บนรถ เสียงรถ เสียงคนดังขรมไปหมด จากนั้นขบวนรถได้ขับเคลื่อนตัวไปเวียนตลาดปัตตานีหนึ่งรอบ แล้วข้ามสะพานเดชาไปทางถนนสายปัตตานี–หาดใหญ่ รู้ว่าไปจนถึงหน้าโรงพักอำเภอหนองจิก จึงได้กลับขบวนเข้าสู่ตัวเมือง เวียนรอบๆ ตลาดอีกหนึ่งรอบจนถึงที่ประท้วงหน้ามัสยิดก็หยุด ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของผู้คน ลองหลับตานึกถึงภาพและเสียงของขบวนมอเตอร์ไซค์ทั้งขบวนดูเถอะว่า มันน่าจะมีความรู้สึกอย่างไร สะท้านและเสทือนแค่ไหน

                        พวกเขา ประชาชนมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลงมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวแทบทุกวัน มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่ยอมลงมาปัตตานีตามคำเรียกร้อง ไม่ทราบด้วยเหตุผลอะไร แต่มีคำพูดของท่านอยู่ประโยคหนึ่งว่า “ถ้าให้ไปฝังลูกนิมิตจะไป แต่ถ้าไปแก้ปัญหานี้ไม่ไป” เป็นคำพูดที่ต้องจดจำมาจนทุกวันนี้ ทำไม “ฝังลูกนิมิต” อันเป็นของศาสนาพุทธจะไป ทำไมกับการแก้ปัญหาให้คนมุสลิมจึงไปไม่ได้

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
idtha วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 02.29 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

หลายคนเคยพูดนานมาแล้วว่าเหตุการณ์บานปลายในตอนนี้ สืบเนื่องมาจากคนในพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐรังแก
ความคิดเห็นที่ 2
workingwomen วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 20.05 น.
http://www.oknation.net/blog/arada

ติดตามมาอ่านถึง บทที่ 5

ไม่ขอแสดงความเห็น

แต่ขอแค่ให่รู้ว่า ยังติดตามผลงานอยู่เสมอมา

ขอบคุณนะ สำหรับสิ่งดีดีที่บางครั้งเราก็ไม่เคยรู้
ความคิดเห็นที่ 1
ค.โคกทราย วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 15.58 น.
http://www.oknation.net/blog/SeksantS


การที่ผู้บริหารประเทศมีความคิดแบบนี้ เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง การที่เขาต้องออกมาประท้วงเพราะไม่มีกระบวนการอะไรที่จะแก้ปัญหาให้เขาเหล่านั้นได้ นี่ก็บอกได้อย่างหนึ่งว่าเขาไม่ต้องการแยกดินแดน ขอเพียงแต่ต้องการแยกระหว่างความยุติธรรมกับความอยุติธรรมเท่านั้น
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน