พิมพ์หน้านี้
|
โนราเติม เมืองตรัง ตัวไกลแต่หัวใจไม่ไกล 'เขาเศษ'
เขาเศษ ในอดีต เป็นจุดค้าขายและเส้นทางเรือเพื่อเชื่อมไปถึงตลาดคลองชี โดยมี วัดเขาพระวิเศษ เป็นหน้าท่าใหญ่ของชุมชน คนจีนที่มาจากกันตังจะล่องเรือมาค้าขาย บางส่วนก็เข้ามาตั้งรกรากจนกลายเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น สมัยนั้น ชุมชนเขาเศษถือเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนสินค้าแหล่งใหญ่สำหรับ คนบนดอน และ คนทางลุ่ม จนกระทั่งปัจจุบันเมื่อมีการแยกบ้าน เขาเศษ ออกจาก อ.สิเกา แล้วไปรวมกับชุมชนวังมะปรางใกล้กับคลองชี ทำให้ เขาเศษ ติดอยู่ในเขต อ.วังวิเศษ การเดินทางผ่านช่องเขาเพื่อไปสิเกาก็ถูกยกเลิกไปเมื่อถนนตัดผ่าน การค้าขายก็ซบเซาลงเมื่อมีตลาดใหม่ๆ ที่ไปสะดวกกว่าเกิดขึ้นโดยรอบ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ชุมชน เขาเศษ กลับมาคึกคักจากการที่คนทั้งในและนอกชุมชนมารวมตัวกันใน งานเปิดศาลและรูปเหมือน โนราเติม เมืองตรัง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ โนราเติม อ๋องเซ่ง โดยในงานมี นายอานนท์ มนัสวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธี นาม โนราเติม และหนูวิน หนูวาด คู่ชีวิต รวมถึงพรานแมง ตลกคู่บุญ ยังประทับใจผู้ชมแม้ว่าโนราเติมจะลาโลกไปแล้วเกือบ ๔๐ ปี และหากยังมีชีวิตอยู่ อายุของศิลปินผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องปฏิภาณไหวพริบทั่วภาคใต้ผู้นี้ คงอายุราว ๙๔ ปี แม้วันนี้โนราเติมจะจากไกล แต่จากจำนวนคนที่มาร่วมงานในวันนั้นย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า ศิลปินที่เก่งกาจไม่เคยตายไปจากหัวใจผู้ชม... งานพิธีเริ่มตั้งแต่เช้า วราภรณ์ นุ่นแก้ว ทายาทโนราเติม ซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ จัดเตรียมทุกอย่างไว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ กล่าวคือมีการตั้งเครื่องบูชาในครบถ้วนก่อนที่แขกเหรื่อและผู้ชื่นชมในความสามารถของโนราเติมจะมาร่วมงานครบ ความสามารถที่กล่าวขานกันนักหนาในวงการศิลปินคือ การขับ กลอนมุตโต ซึ่งหมายถึงการแสดงบทร้องที่ขับสดขึ้นมาตามสถานการณ์ ความว่องไวและถ้อยความกระชับทำให้โนราเติมติดอยู่ในใจคนเสมอมา ครั้งหนึ่งในงานเฉลิมพระชนมพรรษาประจำจังหวัดตรัง โนราเฟื่อง ศิลปินแถบแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นผู้ที่ขับบทได้ไพเราะแม่นยำและมีท่ารำที่ละเอียดลออ ทำให้ไม่มีใครหาญกล้ามาขับแข่ง เว้นก็แต่โนราเติม ที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า บทขับประชันกันในครั้งนั้นยังติดอยู่ในใจนักเลงกลอน ถ้าแพ้ลูกเติมงานเหลิมไม่รำ แต่โนราเติมลงกลอนรับ โต้กลับทันทีว่า ถ้าแพ้ลูกเฟื่องจะถอดเครื่องจำนำ ครานั้น คนดูโห่ร้องสนุกสนานทั่วโรง เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า โนราเติม เด็กหนุ่มจาก เขาเศษ ชนะด้วยฝีปากที่เด็ดขาดคมคาย
มาถึงวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อคนในชุมชนนุ่งห่มด้วยผ้าสไบเฉียงแบบดั้งเดิมมาร่วมงานบุญ ถือปิ่นโตมาคนละใบเพื่อมาลงขันอาหารกับเพื่อนบ้าน บางคนอุ้มหลานที่ยังเดินได้ไม่ถนัดมาร่วมงาน ยิ้มไปดูโนราที่มารำถวายไปด้วยใบหน้าที่แช่มชื่น โนราที่รำถวายในวันงานก็มีทั้งกลุ่มศิลปิน และลูกศิษย์ของทายาทโนราเติม ได้แก่ คณะโนราศรีวรรณะ จุก ศ.แป้นตรัง กลุ่มศิลปินจากมหาวิทยาลัยทักษิณ นำโดย อ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ และ กลุ่มรักษ์โนรา จากชุมชนทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นลูกศิษย์โดยตรงของวราภรณ์ งานนี้ถือว่าได้รับความร่วมมือจากทั้งส่วนราชการ กลุ่มศิลปินทั่วภาคใต้ทั้งในด้านการแสดงโนรา รวมถึงศิลปินด้านการแสดงหนังตะลุงและเพลงบอกด้วย เรียกได้ว่า ผู้ชื่นชอบโนราเติมเชื่อมโยงผ่านช่วงเวลาจนกลายเป็นเครือข่ายที่รวมตัวกันได้ทุกเมื่อ... งานสร้างรูปเหมือนโนราเติมเพื่อให้ผู้ผ่านไปมาได้สักการะจึงไม่ได้เป็นแต่เพียงการมาชื่นชมประติมากรรมที่เหมือนจริงแต่เพียงเท่านั้น เพราะยังหมายถึงแรงศรัทธาที่มีต่อโนราเติมไม่เสื่อมคลาย และยังแสดงให้เห็นว่าความหลงใหลในศิลปะการแสดงของคนใต้นั้นกลายเป็นจุดเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมที่เข้ากับยุคสมัยได้อย่างคงทน หากไถ่ถามผู้เฒ่าผู้แก่แถวช่องเขาใกล้ๆ วังนกน้ำในชุมชนเขาเศษ เกี่ยวกับการเดินทางและวิถีปฏิบัติของโนรา จะได้คำตอบอย่างเดียวกันว่า ช่องเขาที่แคบที่สุดในแถบนี้เคยเป็นเส้นทางเดินผ่านของหนังและโนรามาหลายต่อหลายคณะ และทุกคณะจะต้องไหว้ขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณนั้นให้รักษาโรงรำและโรงร้องให้ปลอดภัย แสดงได้โดยไม่พบอุปสรรค ช่องเขาแห่งบ้านเขาเศษทุกวันนี้ถูกลดทอนความสำคัญเพราะการเดินไปชุมชนต่างๆ แทบจะไม่มี แต่ อนุสรณ์รูปเหมือนโนราเติม จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เล่นหนังโนรา สามารถผ่านมาขอพรและแสดงความเคารพต่อศิลปินชั้นครูได้ทุกเมื่อ งานวันนั้นปิดท้ายที่โรงเรียนวังวิเศษจนค่ำ โดยช่วงบ่ายเป็นการเสวนา มาแต่ตรังไม่หนังก็โนรา อนุสรณ์ ๙๔ ปี โนราเติม เมืองตรัง ที่จัดขึ้นโดยมีผู้ร่วมวงคุยที่เป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในการกลอนและศิลปะพื้นบ้านภาคใต้ สมเจตนา มุนีโมไนย หรือ สิงคลิ้ง นาหยีค้อม ผู้เขียนหนังสือ มาแต่หนัง ไม่หนังก็โนรา เน้นย้ำว่า โนราเติม เหมือนกับ นาย แต่จะทำอย่างไรให้ การครองใจคงอยู่คู่รูปเหมือนโนราเติมอย่างมีความหมาย? คำตอบของคำถามนี้ คงหนีไม่พ้น คนเขาเศษ จะเป็นหลักเพื่อร่วมกันรักษาสิ่งที่มีคุณค่านี้ไว้ในลักษณะใด ล่าสุด ได้ข่าวว่าลูกหลานโนราเติมกำลังเร่งสืบต่อความดีงามของโนราใหญ่แห่งเมืองตรัง เท่านี้คนที่ได้ยินข่าวก็ส่งกำลังใจไปช่วยก่อนอย่างเต็มที่แล้ว!
|