• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 11328
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551
‘โนราเติม เมืองตรัง’ ตัวไกลแต่หัวใจไม่ไกล เขาเศษ โดย ร้อยดาว
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 200 , 14:40:11 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

                                    ‘โนราเติม เมืองตรัง’

                            ตัวไกลแต่หัวใจไม่ไกล 'เขาเศษ'

 

            ‘เขาเศษ’ ในอดีต เป็นจุดค้าขายและเส้นทางเรือเพื่อเชื่อมไปถึงตลาดคลองชี โดยมี ‘วัดเขาพระวิเศษ’ เป็นหน้าท่าใหญ่ของชุมชน คนจีนที่มาจากกันตังจะล่องเรือมาค้าขาย บางส่วนก็เข้ามาตั้งรกรากจนกลายเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น สมัยนั้น ชุมชนเขาเศษถือเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนสินค้าแหล่งใหญ่สำหรับ ‘คนบนดอน’ และ ‘คนทางลุ่ม’

จนกระทั่งปัจจุบันเมื่อมีการแยกบ้าน ‘เขาเศษ’ ออกจาก อ.สิเกา แล้วไปรวมกับชุมชนวังมะปรางใกล้กับคลองชี ทำให้ ‘เขาเศษ’ ติดอยู่ในเขต อ.วังวิเศษ การเดินทางผ่านช่องเขาเพื่อไปสิเกาก็ถูกยกเลิกไปเมื่อถนนตัดผ่าน การค้าขายก็ซบเซาลงเมื่อมีตลาดใหม่ๆ ที่ไปสะดวกกว่าเกิดขึ้นโดยรอบ

วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ ชุมชน “เขาเศษ” กลับมาคึกคักจากการที่คนทั้งในและนอกชุมชนมารวมตัวกันใน งานเปิดศาลและรูปเหมือน ‘โนราเติม เมืองตรัง’ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ โนราเติม อ๋องเซ่ง โดยในงานมี นายอานนท์ มนัสวานิช ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธี

นาม ‘โนราเติม’ และหนูวิน หนูวาด คู่ชีวิต รวมถึงพรานแมง ตลกคู่บุญ ยังประทับใจผู้ชมแม้ว่าโนราเติมจะลาโลกไปแล้วเกือบ ๔๐ ปี และหากยังมีชีวิตอยู่ อายุของศิลปินผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องปฏิภาณไหวพริบทั่วภาคใต้ผู้นี้ คงอายุราว ๙๔ ปี

แม้วันนี้โนราเติมจะจากไกล แต่จากจำนวนคนที่มาร่วมงานในวันนั้นย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า ‘ศิลปินที่เก่งกาจไม่เคยตายไปจากหัวใจผู้ชม...’

              

งานพิธีเริ่มตั้งแต่เช้า วราภรณ์ นุ่นแก้ว ทายาทโนราเติม ซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ จัดเตรียมทุกอย่างไว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ กล่าวคือมีการตั้งเครื่องบูชาในครบถ้วนก่อนที่แขกเหรื่อและผู้ชื่นชมในความสามารถของโนราเติมจะมาร่วมงานครบ

ความสามารถที่กล่าวขานกันนักหนาในวงการศิลปินคือ การขับ ‘กลอนมุตโต’ ซึ่งหมายถึงการแสดงบทร้องที่ขับสดขึ้นมาตามสถานการณ์ ความว่องไวและถ้อยความกระชับทำให้โนราเติมติดอยู่ในใจคนเสมอมา

ครั้งหนึ่งในงานเฉลิมพระชนมพรรษาประจำจังหวัดตรัง โนราเฟื่อง ศิลปินแถบแม่น้ำท่าจีน ซึ่งเป็นผู้ที่ขับบทได้ไพเราะแม่นยำและมีท่ารำที่ละเอียดลออ ทำให้ไม่มีใครหาญกล้ามาขับแข่ง เว้นก็แต่โนราเติม ที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า บทขับประชันกันในครั้งนั้นยังติดอยู่ในใจนักเลงกลอน

                                          “ถ้าแพ้ลูกเติมงานเหลิมไม่รำ”

                                     แต่โนราเติมลงกลอนรับ โต้กลับทันทีว่า

                                      “ถ้าแพ้ลูกเฟื่องจะถอดเครื่องจำนำ”

ครานั้น คนดูโห่ร้องสนุกสนานทั่วโรง เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า โนราเติม เด็กหนุ่มจาก “เขาเศษ” ชนะด้วยฝีปากที่เด็ดขาดคมคาย

     

 

มาถึงวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อคนในชุมชนนุ่งห่มด้วยผ้าสไบเฉียงแบบดั้งเดิมมาร่วมงานบุญ ถือปิ่นโตมาคนละใบเพื่อมาลงขันอาหารกับเพื่อนบ้าน บางคนอุ้มหลานที่ยังเดินได้ไม่ถนัดมาร่วมงาน ยิ้มไปดูโนราที่มารำถวายไปด้วยใบหน้าที่แช่มชื่น

โนราที่รำถวายในวันงานก็มีทั้งกลุ่มศิลปิน และลูกศิษย์ของทายาทโนราเติม ได้แก่ คณะโนราศรีวรรณะ จุก ศ.แป้นตรัง กลุ่มศิลปินจากมหาวิทยาลัยทักษิณ นำโดย อ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ และ ‘กลุ่มรักษ์โนรา’ จากชุมชนทุ่งหวัง อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นลูกศิษย์โดยตรงของวราภรณ์ งานนี้ถือว่าได้รับความร่วมมือจากทั้งส่วนราชการ กลุ่มศิลปินทั่วภาคใต้ทั้งในด้านการแสดงโนรา รวมถึงศิลปินด้านการแสดงหนังตะลุงและเพลงบอกด้วย 

เรียกได้ว่า ผู้ชื่นชอบโนราเติมเชื่อมโยงผ่านช่วงเวลาจนกลายเป็นเครือข่ายที่รวมตัวกันได้ทุกเมื่อ... 

งานสร้างรูปเหมือนโนราเติมเพื่อให้ผู้ผ่านไปมาได้สักการะจึงไม่ได้เป็นแต่เพียงการมาชื่นชมประติมากรรมที่เหมือนจริงแต่เพียงเท่านั้น เพราะยังหมายถึงแรงศรัทธาที่มีต่อโนราเติมไม่เสื่อมคลาย และยังแสดงให้เห็นว่าความหลงใหลในศิลปะการแสดงของคนใต้นั้นกลายเป็นจุดเชื่อมต่อทางวัฒนธรรมที่เข้ากับยุคสมัยได้อย่างคงทน

หากไถ่ถามผู้เฒ่าผู้แก่แถวช่องเขาใกล้ๆ วังนกน้ำในชุมชนเขาเศษ เกี่ยวกับการเดินทางและวิถีปฏิบัติของโนรา จะได้คำตอบอย่างเดียวกันว่า ช่องเขาที่แคบที่สุดในแถบนี้เคยเป็นเส้นทางเดินผ่านของหนังและโนรามาหลายต่อหลายคณะ และทุกคณะจะต้องไหว้ขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณนั้นให้รักษาโรงรำและโรงร้องให้ปลอดภัย แสดงได้โดยไม่พบอุปสรรค

ช่องเขาแห่งบ้านเขาเศษทุกวันนี้ถูกลดทอนความสำคัญเพราะการเดินไปชุมชนต่างๆ แทบจะไม่มี แต่ “อนุสรณ์รูปเหมือนโนราเติม” จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เล่นหนังโนรา สามารถผ่านมาขอพรและแสดงความเคารพต่อศิลปินชั้นครูได้ทุกเมื่อ

งานวันนั้นปิดท้ายที่โรงเรียนวังวิเศษจนค่ำ โดยช่วงบ่ายเป็นการเสวนา “มาแต่ตรังไม่หนังก็โนรา อนุสรณ์ ๙๔ ปี โนราเติม เมืองตรัง” ที่จัดขึ้นโดยมีผู้ร่วมวงคุยที่เป็นนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในการกลอนและศิลปะพื้นบ้านภาคใต้

สมเจตนา มุนีโมไนย หรือ สิงคลิ้ง นาหยีค้อม ผู้เขียนหนังสือ “มาแต่หนัง ไม่หนังก็โนรา” เน้นย้ำว่า “โนราเติม เหมือนกับ นายชวน หลีกภัย คือมีลีลาแบบศิลปิน มีจังหวะย่างที่เป็นทำนอง และเป็นที่ครองใจคนทั้งภาคใต้เช่นเดียวกัน”

           แต่จะทำอย่างไรให้ “การครองใจคงอยู่คู่รูปเหมือนโนราเติมอย่างมีความหมาย”?

           คำตอบของคำถามนี้ คงหนีไม่พ้น ‘คนเขาเศษ’ จะเป็นหลักเพื่อร่วมกันรักษาสิ่งที่มีคุณค่านี้ไว้ในลักษณะใด  

           ล่าสุด ได้ข่าวว่าลูกหลานโนราเติมกำลังเร่งสืบต่อความดีงามของโนราใหญ่แห่งเมืองตรัง เท่านี้คนที่ได้ยินข่าวก็ส่งกำลังใจไปช่วยก่อนอย่างเต็มที่แล้ว!

                       

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
workingwomen วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 22.53 น.
http://www.oknation.net/blog/arada

ขอบคุณข้อมูลดีดีที่มำมาฝากกันเสมอค่ะ

แม้จะมาช้าบ้าง....ด้วยภาระกิจและหน้าที่

แต่ก็ยังยินดีและไม่เคยลืมบ้านหลังนี้ค่ะ

อารดา
ความคิดเห็นที่ 9
พีร์ระพิชญ์ วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/Ravi

หาดู ยาก
แต่ที่ตรัง ยังมี น่ายินดี
สมควร สืบสาน
ความคิดเห็นที่ 8
พีร์ระพิชญ์ วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/Ravi

หาดู ยาก
แต่ที่ตรัง ยังมี น่ายินดี
สมควร สืบสาน
ความคิดเห็นที่ 7
khunphai วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 10.28 น.
http://www.oknation.net/blog/khunphai
...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...

โนราเติม

ดังมากมากเลยเนอะ

เราคนใต้ ยังเคยได้ยินชื่อเสียงเลยละ
ความคิดเห็นที่ 6
idtha วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 20.52 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

จริงๆด้วย มาแต่ตรังไม่หนังก็โนรา อิอิ
ความคิดเห็นที่ 5
Supawan วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 14.59 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณ สำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
ฟ้าทลายโจร วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 14.53 น.
http://www.oknation.net/blog/suteetorn-jr
Suteetorn Ondam

แวะมาอ่านครับ
ความคิดเห็นที่ 3
วานิชสุนทรนนท์ วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 14.45 น.
http://www.oknation.net/blog/kontrang49
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี จากคนบ้านนอก... ติดตาม... อ่านก่อน-ย้อนหลัง นสพ.ฅนตรัง ได้ที่... http://www.oknation.net/blog/kontrangnews

ผมได้ดูวันนั้น เขาทำได้ดีมากๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
วานิชสุนทรนนท์ วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 14.44 น.
http://www.oknation.net/blog/kontrang49
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี จากคนบ้านนอก... ติดตาม... อ่านก่อน-ย้อนหลัง นสพ.ฅนตรัง ได้ที่... http://www.oknation.net/blog/kontrangnews

เป็นรายงานของคุณ 'ร้อยดาว' ที่เคยเขียนลง นสพ.ฅนตรัง เมื่อปี 2550 เห็นว่ายังมีคุณค่ายิ่ง จึงขอนำมาเผยแพร่ที่นี่อีกครั้งหนึ่ง
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 14.43 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณมากครับ
(หลาย)วันก่อน ไทยพีบีเอส นำเรื่องนี้มาเสนอ ผมติดธุระไปข้างนอก อดดู..
ขอบคุณจริงๆครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน