พิมพ์หน้านี้
|
เปิดใจ ไข่หมูก จอมโจรแดนใต้ ทิ้งทางโจรสู่ทางธรรม ถ้าใครต้องการจะมาล้างแค้น ที่อาตมาเคยฆ่า ญาติพี่น้องของพวกเขา ก็ขอให้มาล้างแค้นกับอาตมาที่วัดในเตาจังหวัดตรังได้เลย เพราะที่ผ่านมาอาตมารู้ตัวเองดีว่าทำบาปเอาไว้มาก จึงพร้อมที่จะสละและมอบชีวิตให้ถ้าเขาต้องการแก้แค้น เป็นคำพูดด้วยใบหน้าเคร่งขรึมที่คลอไปด้วยน้ำตาของ พระจันทธรรมโม หรือ นาย ตามประวัติอาชญากรรม ไข่หมูก เริ่มก่อคดีตั้งแต่ปี 2519 เริ่มมีคดีเรียกค่าไถ่และเรียกค่าคุ้มครองตั้งแต่ปี 2531 จนกระทั่งถูกจับกุมปี 2534 และแหกคุกเรือนจำจังหวัดพัทลุงในปี 2537 หลบหนีลอยนวลเย้ยตำรวจและผู้ว่าราชการจังหวัดอยู่หลายเดือน ก่อนจะเข้ามอบตัวเพื่อต้องการเงินรางวัลนำจับตัวเองจำนวน 400,000 มาช่วยครอบครัวของตัวเองที่กำลังตกภาวะลำบาก คิดอย่างไรเมื่อออกจากคุกถึงได้มาออกบวช อาตมาออกจากคุกมาได้ประมาณ 5 เดือน ก็ตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างสงบทำการเกษตร เพราะชาวบ้านในบ้านป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ที่รักอาตมาได้ช่วยกันลงขันให้พันธุ์ต้นขมิ้นปลูกถึง 2,000 กิโลฯแต่ก็ทำได้ไม่กี่เดือนก็เดือดร้อนอีก เมื่อมีหนังสือลงชื่อ ไข่หมูก เรียกค่าคุ้มครองปิดสวนยางชาวบ้าน จนกระทั่งล่าสุดมีการปล้นเงินนับล้านบาทของสหกรณ์ โจรก็เอารถยนต์ที่ปล้นไปทิ้งเอาไว้ข้างบ้านอาตมา สายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมุ่งมาที่อาตมาอีกครั้งจนต้องเก็บตัวทิ้งงาน มาได้งานใหม่อีกครั้ง คือ ประมูลงานก่อสร้างที่ อบต.วัดในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ก็มีการร้องเรียนว่าไข่หมูกข่มขู่ประมูลงาน ก็ต้องยอมยกเลิกอีกครั้ง อีกทั้งระยะนี้มีจดหมายเรียกค่าคุ้มครองใช้ชื่อโจรไข่หมูกแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ ท่านอาจารย์ประสูติ วัดในเตา ชักนำให้เข้ามาบวชเพราะท่านเห็นว่าหากอยู่ภายนอกไข่หมูกจะไม่ปลอดภัย ทำไมถึงไม่ยอมทำงานทำการ เลือกอาชีพโจรเรียกค่าคุ้มครองเรียกค่าไถ่ ก็เหมือนที่คุณพ่อของอาตมา นายหนู เส้งเอียด (เสียชีวิตตอนอาตมาอยู่ในคุก) พูดเอาไว้ว่า เราคนจนไม่มีอะไร มีแต่ใจกับปืนเท่านั้น เมื่อพี่ชาย คือ นายจิต เส้งเอียด (ฉายาจิตโข่ง) ถูกฆ่าตาย อาตมาจึงฆ่าคู่อริล้างแค้นให้พี่ชายสามารถฆ่าคู่อริได้ 2 ศพ จึงเกิดศึกการฆ่าล้างแค้นแห่งหมู่บ้านลานข่อน อำเภอป่าพะยอม ขึ้นมา เกิดการสูญเสียขึ้นทั้งสองฝ่ายสิ่งสำคัญต้องหนี ฆ่าคนตายไม่มีงานทำจึงต้องยึดอาชีพโจร อาตมามองว่าสังคมวัฒนธรรมของคนใต้ในสมัยนั้น ถูกสอนมาให้เป็นคนสู้คน ไม่ยอมให้ครอบครัวถูกรังแกจากคนในหมู่บ้านหรือถูกรังแกจากข้าราชการ คำว่าเป็น คนนักเลง จึงทำให้ต้องสู้แม้ตายก็ยอมจนถึงทุกวันนี้ แต่การเป็นโจรของอาตมาไม่เหมือนกับโจรคนอื่นๆ เพราะอาตมาไม่เคยปล้นใคร ไม่เคยเป็นมือปืนรับจ้างฆ่าใคร หรือไปรังแกใคร เพียงแค่จับตัวคนรวยมาเรียกค่าไถ่ และเรียกค่าคุ้มครองจากคนรวยแล้วนำเงินที่ได้จากคนรวยเหล่านี้มาแจกชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านรัก เป็นหูเป็นตาเมื่อตำรวจเข้ามาในหมู่บ้านชาวบ้านก็จะแจ้งข่าวและให้ที่หลบซ่อนทุกครั้งไป อาตมายอมรับว่าเคยฆ่าคนมาแล้ว 32 คน สำหรับคนที่อาตมาฆ่าส่วนใหญ่จะเป็นการฆ่าคนทรยศ เป็นสายให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง หากไม่ฆ่าเขาเราก็ต้องถูกฆ่า เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องป้องกันชีวิตตัวเอง ได้บทเรียนอะไรในชีวิตจากการเป็นโจรบ้าง การเข้าสู่วงการของการเป็นโจร อาตมาได้รับความเจ็บปวดมาตลอดเกือบทั้งชีวิตกับชีวิตที่เลวร้าย ของการเข้ามาในวงการนี้ เพราะแทบทุกครั้งที่จับตัวคนรวยมาเรียกค่าไถ่ ลูกน้องจะต้องเสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่หรือถูกหักหลังขณะไปรับเงินเสมอ เท่าที่จำได้จับคนเรียกค่าไถ่ทั้งหมด 14 ครั้ง ลูกน้องเสียชีวิต 29 คนไม่คิดคนที่พิการ ซึ่งกลุ่มของเราต้องดูแลอีกหลายครอบครัว โจรยุคอาตมามีสัจจะเสมอ หากลูกน้องคนไหนตายกลุ่มโจรที่เหลือเมื่อเรียกค่าไถ่หรือเรียกค่าคุ้มครองมาได้เราก็จะนำเงินส่วนหนึ่งไปให้ญาติผู้เสียชีวิต ทำให้ความรักของกลุ่มเหมือนพี่น้องที่ยอมตายแทนกันได้ ความสูญเสียที่เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุด คือเราฆ่าคนอื่นคนอื่นก็มาฆ่าพี่น้องเรา พี่น้องของอาตมาที่ถูกฆ่าไปทั้งหมด 6 คนคือ 1 นายจิต เส้งเอียด 2 นายดำ เส้งเอียด 3 นายโพธิ์ เส้งเอียด 4 นายขาว เส้งเอียด 5 นายเขียว เส้งเอียด 6 น้องเขย คือ นายอดุลย์ สุดแป้น และล่าสุด นายบุญเลิศ เส้งเอียด ถูกฆ่าพร้อมนางจวนภรรยา ซึ่งหากอาตมาจะล้างแค้นรับรองว่าไม่เหลือแน่ ตามความเป็นจริงแล้ว อาตมาถูกย้ายเรือนจำมา 16 เรือนจำ มีเพื่อนนักโทษมากมายที่ได้วางแผนเอาไว้ในเรือนจำว่า เมื่อพ้นโทษออกมา จะทำงานใหญ่กันคือจับตัวนักธุรกิจระดับร้อยล้านขึ้นไปมาเรียกค่าไถ่ให้ได้ แต่เพื่อนทุกคนต้องผิดหวังเมื่อมาเห็นอาตมาเข้าสู่รสพระธรรมวางมือเส้นทางโจร มีข่าวลือว่ามีเครื่องรางของขลังหายตัวได้จริงเท็จแค่ไหน อดีตจอมโจรชื่อดังแดนใต้ยังบอกว่า อาตมาเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ได้คาถาสืบทอดมาจากพ่อเฒ่าย้อย ตาเฉ็ง อดีตโจรชื่อดังพัทลุง คู่ปรับเก่าที่ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ ราชเดช ต้องยอมรับในเวลาต่อมาว่าไม่สามารถจับตัวได้เพราะพ่อเฒ่าย้อยมี คาถาหายตัว จนเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วไปของชาวบ้านจังหวัดพัทลุงในขณะนั้น แปลกแต่จริงเมื่ออาตมาแหกคุกออกมาถูกไล่ล่าอย่างหนัก ถูกคำสั่งจับตายตั้งค่าหัวสูงถึง 400,000 บาทเวลาจะมีเหตุร้ายจะมีลางสังหรณ์ทำให้รู้ตัวก่อนแทบทุกครั้ง และเมื่อมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ที่จำได้มีอยู่ 3 ครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ ลูกกระสุนปืนตกอยู่ข้างกายแต่ลูกปืนนัดแรกจะไม่ระเบิดอาตมาจึงรอดชีวิตมาได้จนถึงขณะนี้ มีอยู่ครั้งหนึ่งปลายปี 2534 อาตมาถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แผลถูกยิงที่ปากและหน้าอกด้านซ้าย หลังจากเกิดเหตุ 2 ถึง 3 วัน ก็มีความคิดว่าต้องหาทางรักษาบาดแผลจึงแหวกวงล้อมของตำรวจนับร้อยคนที่ตั้งด่านตรวจอยู่ที่บ้านในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เมื่อเห็นอาตมาตำรวจก็จับ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็น โจรไข่หมูก จึงปล่อยตัวทั้งที่มีผ้าพันแผนอยู่รอบปาก ใครเป็นคนยิง ไข่หมูก เขาเข้าใกล้ตัวได้อย่างไร ขณะนั้นอาตมาและลูกน้องวางแผนจะจับนายสุรินทร์ โตทับเที่ยง นักธุรกิจชื่อดังจังหวัดตรังเรียกค่าไถ่ แต่จับไม่ได้เพราะนายสุรินทร์ไหวตัว จึงเปลี่ยนแผนมาจับนายจวน กลั้งทองด้วง คนรวยชื่อดังอำเภอขวนขนุน จ.พัทลุง แทน เมื่อถึงเวลารับเงินลูกน้องที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่คือ สหายสด ทรยศใช้ปืนจ่อยิงอาตมาเข้าที่ปากและที่หน้าอกแล้วยิงลูกน้องอีกคนเสียชีวิต อาตมาเพิ่งมารู้ภายหลังว่าสหายสดคอมมิวนิสต์เก่า ถูกนายสมพงษ์ ศรียะพันธ์ อดีตผู้ว่าสั่งให้มาลอบยิง แต่เขาก็ทำพลาดที่ฆ่าอาตมาไม่ได้ ภายหลังเขาถูกยิงตาย หนีไปได้นานแค่ไหนก่อนถูกจับกุม เมื่อแหกวงล้อมของตำรวจไปได้ก็เดินเท้าข้ามภูเขาห้วยยอดจากจังหวัดตรัง เพื่อเดินทางไปขึ้นรถไฟที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีเป้าหมายไปรักษาตัวที่บ้านของเพื่อนจังหวัดปัตตานี หนีไปได้ 2-3 วัน ก็ถูกจับกุมที่ปัตตานีเพราะสายลับคงเห็นบาดแผลที่ถูกยิงจึงแจ้งตำรวจให้จับ หลังจากถูกจับก็ถูกส่งมาขังเดี่ยวที่เรือนจำพัทลุง ขณะนั้นบาดแผลที่ปากก็อักเสบเจ็บปวดทรมานมากอีกบาดแผลที่ถูกยิงที่หน้าอกก็เริ่มเน่า ผู้คุมเรือนจำไม่ยอมให้พบหมอหรือแพทย์ แถมยังพูดท้าทายว่าให้อาตมาตายในคุก ความแค้นอาตมาจึงใช้ช้อนกินข้าวผ่าตัดแผลที่หน้าอกด้วยตัวเองเพื่อเอากระสุนปืนที่ฝังไว้ออกมา สิ่งแรกที่คิดคือความแค้นผู้คุม จึงวางแผนให้เพื่อนซ่อนเลื่อยขนาดเล็กฝากมาในเรือนจำเพื่อแหกเรือนจำหนีเพราะหากอยู่ต่อคงต้องตายโดยไม่มีการรักษา เมื่อหนีออกมาแล้ว ก็เป็นข่าวลือกันใหญ่ว่า ไข่หมูก หายตัวได้บ้าง ยิงไม่เข้าบ้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดือดร้อนตามล่าอาตมาถึงขั้นประกาศจับตายพร้อมตั้งเงินรางวัลค่าหัวไข่หมูกสูงถึงสี่แสนบาท เมื่อแรงกดดันสูงประจวบกับอยากให้ทุกอย่างมันจบ อาตมาจึงขอมอบตัวกับทหาร เพราะเชื่อว่าทหารมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่หักหลัง โดยมีข้อต่อรองว่าให้มอบเงินค่าหัวของอาตมาให้กับครอบครัว และจะต้องดูแลขณะอยู่ในเรือนจำอย่าให้ผู้คุมกลั้นแกล้งอีก เมื่อทิ้งเส้นทางโจรเข้าสู้เส้นทางธรรมมีคำพูดอะไรที่จะบอกกับสังคมบ้าง อาตมาตั้งใจเอาไว้ว่า หากไม่มีอะไรที่ทำให้จนตรอกอีกครั้ง ก็ขอบวชเป็นพระตลอดชีวิต สิ่งที่ทำอยู่ในขณะนี้คือเขียนเรื่องชีวิตประวัติความเป็นมาของอาตมาเองให้สังคมได้รับรู้ถึงบทเรียนในชีวิตที่ผิดพลาด เมื่อพิมพ์รวมเล่มเสร็จก็จะมอบเงินที่ขายหนังสือได้ให้วัดในเตาที่อาตมาบวชอยู่ หรือถ้าสำนักพิมพ์ใดต้องการรวมเล่มก็ติดต่อมาได้ที่วัดในเตาอาตมาขอบริจาคให้ฟรี ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ ล้อมกรอบ คาถาไข่หมูก อาตมาขอบริจาค คาถาหายตัว ที่ใช้มาทั้งชีวิตให้กับทุกคนไว้ป้องกันตัว คือ โอมประเนร ของกูเอ๋ย พระเพลิงต้องเป็นของเจ็ดเพลิง ต้องตากู กูจะใช้พระวิโสตไป พระวินัยจะอยู่ นะตา กูจะใช้นะโมปิดตาขวา กูจะใช้นะโมปิดตาซ้าย อิทอดเนรมากูจะกลืนเสียนิดพ่อกูปิดแม่กูปิด (ว่า 3 ครั้ง) พ่อกูช่วยแม่กูช่วย (ว่า 3 ครั้ง)
|