• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 203
  • จำนวนผู้ชม : 23544
  • จำนวนผู้โหวต : 100
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551
การเมืองท้องถิ่น ที่ทำให้ญาติพี่น้องมีปัญหา แต่... โดย วานิช สุนทรนนท์
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 151 , 00:02:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


จาก ‘วานิช’ ถึง ‘วุฒิชัย’ ตอนที่ 1

“ที่ผ่านมา ส..สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ก็ได้ส่งนายวานิช สุนทรนนท์ ลงสมัครแข่งขัน แต่ก็สอบตกไป ส่วนสำหรับในปีนี้ไม่มีใครลงสมัครแข่งขัน แค่ไม่ผิดกฎกติกา และต้องผ่านให้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้มาลงคะแนนก็เป็นอันว่าผ่าน”

เรียน พี่วุฒิฯที่เคารพครับ

                        ผมยอมรับว่า การเริ่มต้นเขียนจดหมายถึงพี่เป็นฉบับแรกในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความลำบากใจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ประการแรกก็คือ เกรงว่าเมื่อพี่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว พี่อาจจะไม่เข้าใจและจะพาให้ต้องโกรธกันไปอีก ประการที่สอง พี่หรือใครต่อใครอาจจะคิดว่า ทำไมเรื่องแค่นี้ผมต้องนำมาเขียนลงหนังสือพิมพ์ด้วย ประการที่สาม อาจจะทำให้พี่หรือใครต่อใครคิดไปได้ว่า ทำไมวานิชที่บอกลาการเมืองไปแล้วจึงยังไม่หยุดที่จะพูดหรือเขียนถึงพี่อีก แน่ล่ะทั้งหมดนี้อาจจะส่งผลเช่นเดียวกับประการที่หนึ่ง คือ ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ต้องขัดข้องหมองใจกันอีก

        ประการที่สำคัญ ผมลำบากใจมากที่สุดที่ต้องเขียนถึงพี่ในหน้าหนังสือพิมพ์ของผมเองเช่นนี้ เพราะอาจจะทำให้ผู้อ่านที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ จะไม่ได้ประโยชน์และพาให้รู้สึกเซ็งไปตามๆ กัน หรือไม่ก็อาจจะมีคนเข้าใจว่าผมฉวยโอกาสที่มีสื่อเป็นของตัวเองกระทำกับพี่ แต่พี่ครับ ถ้าพี่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ไปจนจบ ผมเชื่อว่าพี่จะเข้าใจ และเชื่อเช่นกันว่าผู้อ่านท่านอื่นๆ ก็จะเข้าใจ อย่างน้อยๆ ก็จะเข้าใจว่า ผมไม่มีทางเลือกเป็นอื่นแล้วจริงๆ  

                        พี่วุฒิฯครับ ตั้งแต่ผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ตรังแนวหน้า ฉบับประจำวันที่ 16-29 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งมีการเสนอข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งของเทศบาลตำบลย่านตาขาว ที่มีขึ้นในวันที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมเองแม้ไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว แต่ก็ยังให้ความสนใจต่อเหตุการณ์บ้านเมืองที่ตัวเองเคยมีส่วนร่วมมาก่อนอยู่เสมอ แล้วผมก็พบกับข้อความที่พี่ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ มาถึงบรรทัดนี้ ผมอยากให้พี่ย้อนกลับไปอ่านข้อความที่ผมคัดลอกมาไว้ข้างบนนี้อีกครั้งหนึ่ง...

                        ทันทีที่ผมได้อ่านที่พี่ให้สัมภาษณ์ในตอนนั้น ผมก็โทรศัพท์ถึง ‘คุณเจี๊ยบ’ บุษยมาศ กลิ่นเพชร บรรณาธิการ ของหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว น้องเขาก็ยืนยันว่าพี่เป็นคนให้สัมภาษณ์อย่างนั้นจริงๆ

                        ความจริงไม่จำเป็นต้องถามบรรณาธิการผมก็เชื่อว่าน่าจะเป็นจริงตามนั้น เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้รับรู้ว่าพี่คิดและเข้าใจผิดในตัวผมอย่างนั้น เพราะการเลือกตั้งที่เราต้องแข่งขันกันเองเป็นครั้งที่สองเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ก็เคยมีคนออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองที่คล้ายๆ กันนี้มาแล้วครั้งหนึ่งว่า “ไม่ได้สู้กับวานิช แต่สู้กับคนที่อยู่ข้างหลัง”

                        พี่รู้ไหมว่า การให้สัมภาษณ์ของพี่ตามที่ผมยกมาข้างบนนั้นทำให้ผมได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง และเป็นการสร้างความหนักใจให้กับผมเป็นอย่างมาก เพราะอะไร... เพราะถ้าพี่ไปพูดตามร้านน้ำชากาแฟผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก แม้จะเป็นที่สาธารณะเหมือนกัน แต่ก็ยังเป็นพื้นที่วงแคบกว่าการให้สัมภาษณ์ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ พอพี่ทำแบบนี้ มันก็คล้ายจะบีบให้ผมต้องออกมาทำในสิ่งที่ใครๆ อาจจะคิดและเข้าใจว่ากำลังทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

                        ใช่ครับ มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับพี่ หรือใครคนอื่นๆ แต่สำหรับผม วันเวลาที่เคยโลดแล่นอยู่ในวงการเมืองที่นี่มานานกว่า 20 ปีนั้น ผมมั่นใจว่า ผมไม่สกปรก ไม่หาประโยชน์ และเป็นตัวของตัวเองมาโดยตลอด พอพี่ให้สัมภาษณ์ไปแบบนี้ ผมจึงได้รับความเสียหาย เพราะทำให้ใครต่อใครที่รู้จักผมอาจจะเข้าใจผมผิดว่า ที่แท้ผมก็แค่เป็นนักการเมืองที่ทำงานการเมืองตามใบสั่งเท่านั้นเอง

                        พี่ครับ ตามหลักการแล้ว เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเราในสื่อสิ่งพิมพ์ที่แพร่หลายและเป็นหลักฐานที่ชัดเจนในรูปแบบของหน้าหนังสือพิมพ์นั้น ผู้ได้รับความเสียหายย่อมมีสิทธิที่จะกระทำใดๆ ในการปกป้องตนเองได้ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อไม่ให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจผิดในตัวเรา หนึ่งอาจจะถึงขั้นฟ้องร้องถ้าความเสียหายนั้นมีความรุนแรงจนยอมความกันไม่ได้ หรือไม่ก็ต้องไปเจรจาให้ผู้พูดกล่าวคำขอโทษ เพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ในลักษณะที่คล้ายกัน

                        พี่วุฒิฯครับ สำหรับเรื่องนี้ผมเข้าใจดีว่ามันเล็กน้อยเกินไปที่จะต้องฟ้องร้องกัน และอีกอย่างหนึ่งความเป็นญาติไม่สามารถทำให้ผมคิดและทำเช่นนั้นได้ ส่วนจะให้ผมไปขอพบพี่ เพื่ออธิบายให้พี่ฟัง แล้วขอให้พี่ลงข้อความในหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อเป็นการขอโทษขอโพยนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลยครับ หรือจู่ๆ จะให้ผมเข้าไปขอพบพี่ อธิบายพี่เป็นการส่วนตัวแล้วจบลงเพียงแค่นั้นก็ไม่ได้อีก เพราะพี่เริ่มต้นไว้ในพื้นที่ของสื่อสาธารณะเสียแล้ว

                        ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการที่ผมจำเป็นต้องใช้สิทธิพาดพิงเพื่ออธิบายข้อเท็จจริง เพื่อปกป้องตัวผมเองไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดที่อาจจะทำให้ผมได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียงจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ รวมทั้งขออนุญาตทำความเข้าใจกับพี่ไปพร้อมๆ กันด้วย...............

                        พี่วุฒิฯครับ ผมจบการศึกษาปริญญาตรีมาในปี พ.. 2522 กลับมาอยู่บ้านได้เพียง 3 วันพ่อก็เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ พอปี 2524 ครบวาระของคณะกรรมการสุขาภิบาลในตอนนั้น ผมซึ่งเคยทำกิจกรรมทางการเมืองในมหาวิทยาลัยมาตลอดก็กระโดดเข้ามาสมัครเป็นกรรมการสุขาภิบาลด้วย ตอนนั้นคณะกรรมการสุขาภิบาลมีเพียง 4 คน ไม่มีเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ มีแต่ค่าเบี้ยเลี้ยงประชุมเพียงครั้งละ 75 บาทเท่านั้นเอง

                       ผมจำได้ว่าตอนนั้น ผมมีโอกาสประชุมและทำงานร่วมกับคุณตาสมบูรณ์ สุนทรนนท์ คุณพ่อของพี่ซึ่งเป็นกำนันตำบลย่านตาขาวและเป็นกรรมการสุขาภิบาลโดยตำแหน่ง พี่เองก็กำลังมาแรงด้วยฉายาที่ว่า ‘พี่มีแต่ให้’ เพราะพี่ให้ความช่วยเหลือต่อสังคมที่นี่ ในขณะเดียวกันก็สร้างชื่อเสียงให้กับคนบ้านเราด้วยผลงานการสร้างค่ายมวย ในนามของ ว.สุนทรนนท์

                        ต่อมา ในปี 2527 คุณตาสมบูรณ์เสียชีวิตลง พี่ก็ได้รับเลือกตั้งให้เป็นกำนันสืบต่อจากคุณตา ตอนนั้นผมดีใจที่พี่มีน้ำใจมาถามผมว่า ผมคิดอย่างไรเกี่ยวกับตำแหน่งกำนัน คงจะเป็นเพราะพ่อของผมก็เคยเป็นกำนันมาก่อนเช่นกัน

                        ผมเป็นกรรมการสุขาภิบาลมาเรื่อยๆ จนหยุดไป 1 สมัยเพราะติดภารกิจการงานอยู่ต่างจังหวัด พอกลับมาอีกครั้งหนึ่งในปี 2538 ผมได้ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จำได้ครับว่า พี่เป็นผู้สนับสนุนหลักในการขอให้กรรมการสุขาภิบาลที่เพิ่มเป็น 9 คนยกมือให้ผม

                        มองย้อนกลับไป ใครๆ ก็รู้ว่าผมทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา จนหลายๆ คนอาจจะมองว่าผมตรงเกินไป ทั้งเรื่องของการไม่ยอมรับเงินเปอร์เซ็นต์จากงานรับเหมาก่อสร้าง จนเป็นที่มาของการเริ่มต้นขัดแย้งกับใครบางคน หรือเรื่องของการรับสมัครลูกจ้าง คนงาน ที่ผมยึดหลักคุณธรรม เน้นคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ไม่เคยรับเด็กฝากใดๆ แม้แต่คนเดียว รวมทั้งเด็กของพี่ที่ฝากผ่านมาทางปลัดสุขาภิบาล หรือนายช่างสุขาภิบาลในขณะนั้นด้วย

                        เป็นความบังเอิญที่ในช่วงเวลาที่ผมปฏิบัติหน้าที่ พนักงานขับรถดับเพลิง 3 คน และพนักงานขับรถบรรทุกขยะอีก 1 คน เกษียณอายุในวันเวลาที่ไล่เลี่ยกัน การเปิดรับสมัครพนักงานขับรถคนใหม่แต่ละครั้ง ผมจะแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ให้ทำการสอบข้อเขียน สัมภาษณ์ และภาคปฏิบัติ ตามระเบียบด้วยความซื่อตรงทุกครั้งไป ไม่มีใครฝากใครได้ แต่ความจริงผมเองก็ใช่ว่าจะเถรตรงเป็นไม้บรรทัด หรือยอมหักไม่ยอมงอ ถ้าตอนนั้นพี่ฝากเด็กที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการจะเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถดับเพลิง

                       เมื่อผมจำเป็นต้องรับผู้สมัครคนอื่นที่เขามีความสามารถในการสอบมากกว่าในทุกๆ ขั้นตอน และมีคุณสมบัติที่ไม่สุ่มเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ พี่ก็ไม่พอใจผม ตอนนั้นผมได้ยินการพูดทำนองว่า ฝากใครต่อใครได้ทั่วประเทศ แต่ฝากประธานสุขาฯพี่น้องเองไม่ได้ นี่จึงเป็นปฐมเหตุที่พี่โกรธและเกลียดผมจนเข้ากระดูกดำ

                        ต่อมาไม่นานนัก เก้าอี้ประธานกรรมการสุขาภิบาลก็เริ่มร้อน เพราะมีหลายๆ คนที่ไม่พอใจผม เอาล่ะ ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากการทำหน้าที่ของผม ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครทำได้ดีทุกเรื่องทุกเวลา หรือบางเรื่องถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ หนึ่งในนั้นก็คือ จำนวนของเงินเปอร์เซ็นต์ที่บางคนเริ่มเข้ามาบีบบังคับผมมากขึ้น เพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นจนกระทั่งมีการกดดันให้ผมลาออก ซึ่งผมรู้และเข้าใจมาตลอดว่ามีใครยืนให้ท้ายอยู่เบื้องหลังบ้าง

         ระหว่างเวลานั้น ผมมีโอกาสไปเรียนต่อระดับปริญญาโทของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าที่หาดใหญ่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เมื่อการเมืองรุกเร้ามากขึ้น ผมก็เลยตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานสุขาภิบาล (แต่ไม่ได้ลาออกจากกรรมการสุขาภิบาล) ทั้งๆ ที่ไม่มีความผิด หรือข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น

                        ต่อมา พ.. 2542 สุขาภิบาลย่านตาขาวได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล ซึ่งโดยกฎหมายได้ให้กรรมการสุขาภิบาล 9 คนเป็นสมาชิกสภาเทศบาลไปโดยปริยายจนกว่าจะครบวาระของกรรมการสุขาภิบาลเดิม และให้คัดเลือกกันเองเพื่อเป็นนายกเทศมนตรี 1 คน และเทศมนตรีอีก 2 คน ตอนนั้น ผมสามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้แล้ว เพื่อจะสนับสนุนให้ตัวเองเป็นนายกเทศมนตรีคนแรกของเทศบาลตำบลย่านตาขาว แต่ก็มีคนเข้ามารื้อทำลายจำนวนเสียงเหล่านั้นลงด้วยความตั้งใจอย่างมีนัยยะสำคัญ

                        พี่วุฒิฯครับ ผมเชื่อว่าพี่รู้ และจำได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังของการกระทำครั้งนั้น รวมทั้งใครที่สนับสนุนอีกฝ่ายหนึ่งให้ขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีอย่างออกหน้าออกตา จึงช่วยไม่ได้ครับ ที่ผมจะถือเป็นปฐมเหตุของการไม่ยอมรับเขาคนนั้น ตั้งแต่บัดนั้นเช่นกัน

                      (กรุณาติดตามอ่านตอนจบฉบับหน้า)

                       

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
idtha วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

น้องกำนันวุฒิหรือคะ ไม่ทราบว่าเล่นการเมืองด้วย มีถมเถพี่กันน้องกันยังอยู่คนละพรรค ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด มีสติและตัดอัตตา เป็นกำลังใจนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 12.36 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เดี๋ยวนี้การเมืองท้องถิ่นคือสนามของพรรคการเมือง
ผลประโยชน์คือสิ่งที่ทุกพรรคต้องการ จากนั้นค่อยคืนประชาชน..
ความคิดเห็นที่ 1
วานิชสุนทรนนท์ วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 00.13 น.
http://www.oknation.net/blog/kontrang49
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี จากคนบ้านนอก... ติดตาม... นสพ.ฅนตรัง ได้ที่... http://www.oknation.net/blog/kontrangnews

ผมเคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมานานถึงกว่า 22 ปี ชีวิตมีทั้งบวกและลบมายาวนาน

ครั้งหนึ่งเมื่อมีการยกฐานะสุขาภิบาลย่านตาขาวเป็นเทศบาลตำบล เมื่อปี 2542 ญาติของผม คุณวุฒิชัย สุนทรนนท์ ซึ่งเป็นกำนัน... 'กำนันวุฒิฯ' ได้ลาออกมาเล่นการเมืองเพื่อตำแหน่งนายกเทศมนตรี

ขณะที่ผมทำงานการเมืองมาตั้งแต่ 2524 เมื่อมีความคิด ความเชื่อกันคนละแบบ เราก็กลายมาเป็นคู่แข่งกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้วยอาวุโส บารมี ที่น้อยกว่า ผมไปไม่ถึงชัยชนะนั้น แต่ก็ได้ต่อสู้บนวิถีที่คิดว่าถูกต้อง ดีงามแล้ว และเข้าใจว่า เมื่อได้ต่อสู้แล้ว แพ้ หรือชนะ ก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป

เรื่องที่ค่อนข้างยาวถึง 2 ตอนนี้ มิได้เป็นเรื่องส่วนตัว แม้จะเป็นญาติกัน แต่เป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นเรื่องของสาธารณะครับ

ขอบคุณทุกๆ ท่านครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน