• วานิชสุนทรนนท์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kontrang49@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 108
  • จำนวนผู้ชม : 11328
  • จำนวนผู้โหวต : 30
  • ส่ง msg :
วานิช สุนทรนนท์ นสพ.ฅนตรัง
ความเรียง บทความขนาดสั้น บทกวี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/kontrang49
วันพฤหัสบดี ที่ 1 พฤษภาคม 2551
ตอนจบ - การเมืองท้องถิ่น ที่ทำให้ญาติพี่น้องมีปัญหา แต่... โดย วานิช สุนทรนนท์
Posted by วานิชสุนทรนนท์ , ผู้อ่าน : 146 , 17:57:39 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

“ที่ผ่านมา ส..สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ก็ได้ส่งนายวานิช สุนทรนนท์ ลงสมัครแข่งขัน แต่ก็สอบตกไป ส่วนสำหรับในปีนี้ไม่มีใครลงสมัครแข่งขัน แค่ไม่ผิดกฎกติกา และต้องผ่านให้ได้ 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้มาลงคะแนนก็เป็นอันว่าผ่าน”   จาก นสพ.ทับเที่ยงโพสต์ วันที่ 16-29 ก.พ. 51

 

เรียน พี่วุฒิฯที่เคารพครับ

                      ผมต้องขออภัยที่ไม่สามารถจะเขียนจดหมายถึงพี่ให้จบได้ในฉบับเดียว ทั้งนี้เพราะฉบับที่แล้วผมต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างมากในการพูดถึงที่ไป ที่มา หรือความจำเป็นที่ว่า ทำไมผมจึงต้องเขียนจดหมายถึงพี่ นอกจากนี้ ฉบับที่แล้วผมยังได้พูดถึงบางสาเหตุที่ทำให้เราคล้ายจะผิดใจกัน จนนำไปสู่การยืนกันคนละข้างของการเลือกตั้งในเวลาต่อมา

                      ความจริงแล้ว ในระหว่างเวลาเหล่านั้นยังมีเรื่องราวหรือเหตุการณ์อีกมากมาย ที่ผมคิดว่าได้ทำให้เราต้องห่างเหินหรือหมางเมินต่อกันมากขึ้น แต่หลายๆ ประเด็นเหล่านั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องหยุมหยิมเกินกว่าที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว เอาเป็นว่า มีหลายต่อหลายเรื่องที่ผมเชื่อว่า เราต่างก็รับกันไม่ค่อยจะได้ แต่ถึงกระนั้น ผมยังมั่นใจว่า ที่ผ่านมาทั้งหมดผมไม่เคยแตะต้องพี่ในเรื่องส่วนตัวใดๆ เลย

                       พี่วุฒิฯครับ... เมื่อถึงเวลาของการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลครั้งแรกภายหลังการยกฐานะมาจากสุขาภิบาล พี่ได้ลาออกจากตำแหน่งกำนันและตั้ง ‘ทีมวุฒิชัย’ ขึ้นมาเพื่อจะส่งผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้ง ผมจำได้ว่า มีญาติของเราบางคนมาบอกว่า พี่ต้องการให้ผมเข้าทีมด้วยเพื่อที่จะได้ร่วมกันทำงาน แต่ผมได้ปฏิเสธไปหลายต่อหลายหน เพราะเหตุจากความระหองระแหงต่อกันในช่วงก่อนหน้านั้นทำให้ผมรู้สึกว่า เรามีความคิด ความเห็น กันคนละแบบ คือมีหลายต่อหลายอย่างที่ไม่เหมือนกัน ผมจึงขอไม่ร่วมทีมด้วย

                       ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เป็นความผิดของใคร แต่เมื่อในวันเวลาตอนนั้น ผมยังมีความต้องการที่จะทำงานการเมืองให้กับบ้านเราตรงนี้ ผมจึงจำเป็นต้องหาลู่ทาง หาผู้สมัครเข้ามาร่วมทีม แต่พี่ครับ การหาผู้สมัครเข้าร่วม ‘ทีมวานิช’ นั้นไม่ง่าย เพราะกว่าจะได้มาสักคนยากสุดแสนจะสาหัส หลายคนที่ผมไปทาบทาม เขาก็อยากทำงานเหมือนกัน แต่หนึ่ง... เขาเกรงว่าจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะผมในฐานะหัวหน้าทีมเสียเปรียบพี่ในหลายๆ ด้าน สอง... หลายคนบอกว่า ไม่อยากจะไปขัดใจกับใคร สาม... บางคนเข้าร่วมแล้ว แต่ไม่สิ้นคนเกรงใจ มีคนมาโน้มน้าวจนต้องถอนตัวออกไป และผมรู้ครับว่า คนที่มาทำหน้าที่โน้มน้าวก็ได้รับการไหว้วานมาอีกทีหนึ่ง

                     การเลือกตั้งในครั้งนั้น ผมสามารถส่งผู้สมัครได้เพียง 10 คน จากจำนวนสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) ทั้งหมด 12 คน เมื่อการเลือกตั้งสิ้นสุดลง ประชาชนที่นี่เลือกผมไปเป็นฝ่ายค้านเพียงคนเดียวในสภาฯ

                     พี่ครับ... ผมแพ้พี่ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ด้วย ‘เหตุผล’ หลายๆ ประการ ทั้งที่ยอมรับได้ และที่ต้องทำใจลำบากไปบ้างก็มีเหมือนกัน แต่ผมก็ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของผมไป ซึ่งหากว่าผมทำหน้าที่มากไป ตรวจสอบมากไปก็ไม่ได้ เพราะมีคนจะเข้าใจว่า วานิชรบพี่น้องอีกแล้ว ทั้งๆ ทุกครั้งที่ผมพูด ผมเขียน จะพูดถึงแต่งานที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ ไม่เคยเลยแม้สักครั้งที่ไปก้าวก่ายในเรื่องส่วนตัวของใครๆ

                     การเป็นฝ่ายค้าน 1 คน ต่อ 11 คน ในสภาฯนั้นเป็นความจริงเฉพาะในส่วนของนักการเมือง แต่นอกจากนั้นยังมีพนักงาน และเจ้าหน้าที่ อีกมากมายภายในห้องประชุม ถามว่าเครียดไหม ใครตกอยู่ในสภาพนั้นนานถึง 4 ปี ไม่เครียดบ้างก็ไม่ใช่แล้วล่ะครับ และความเครียดมาถึงจุดสูงสุดก็ในวันที่มีคนเดินมาผลักอกผมในสภาฯ

                     พี่รู้ไหม... วันนั้นผมเจ็บปวดที่สุด และเสียใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต (ในเวลาเดียวกัน ผมก็เชื่อว่า เหตุการณ์นั้นเป็นความเลวร้าย ตกต่ำ และถดถอยที่สุดแล้วเช่นกันของสภาพการเมืองท้องถิ่นบ้านเรา) เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีเรื่องราวกันถึงขนาดนั้น เพราะการทำหน้าที่อภิปรายทุกครั้ง ผมจะต้องเตรียมตัว มีเหตุมีผล และแม้จะมีเหตุผลอย่างไร แค่ไหน ก็ยังถูกประท้วงก่อกวนจากสมาชิกบางคนอยู่เสมอ พอผมอภิปรายถึงพี่ก็จะมีคนหนึ่งลุกขึ้นประท้วง พอกระทบถึงผู้เป็นประธานสภาฯก็จะมีอีกคนหนึ่งลุกขึ้นมาประท้วงอีก เป็นอยู่อย่างนี้บ่อยๆ จนครบวาระ

                     พี่วุฒิฯครับ... สมัยที่สอง (การเลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2547) ผมจำเป็นต้องยืนคนละข้างกันกับพี่ ภายใต้กฎกติกาใหม่ ที่ให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีโดยตรง ซึ่งครั้งนี้ผมก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับพี่อีกครั้งหนึ่ง จำได้ว่าพี่ได้คะแนนไปประมาณ 2,000 ขณะที่ผมได้ ประมาณ 1,200 คะแนน สอบตกเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตการเมือง 20 กว่าปี และผู้สมัคร ส.ท. ‘ทีมวานิช’ สามารถสอดแทรกเข้าไปได้เพียงคนเดียว คือ นายวินัติ เดชรัตน์

                    หลังจากนั้น ผมก็ประกาศวางมือทางการเมือง หันมาทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเป็นของตัวเองในนาม หนังสือพิมพ์ฅนตรัง ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2549 มาจนถึงปัจจุบัน

                   ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวโดยย่อของการเข้าไปมีบทบาททางการเมืองของผมในแผ่นดินเล็กๆ ตรงนี้ รวมถึงสาเหตุความจำเป็นที่ผมไม่สามารถจะร่วมงานด้วย และต้องกลายมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองของพี่อยู่ในระยะเวลาหนึ่ง แต่ทั้งหมดนี้ผมยังไม่ได้ตอบโจทย์ที่พี่ให้สัมภาษณ์ (ดังที่ผมคัดมาไว้ข้างบนอีกครั้งหนึ่งแล้ว...)

                  พี่ครับ... ตลอดเวลาอันยาวนานบนเวทีทางการเมืองของผม ผมไม่เคยโกรธใคร ไม่ว่าจะเกิดความแตกต่างกันทางความคิด หรือมีความขัดแย้งกันสูงต่ำอย่างไร ผมก็แยกออกว่านั่นเป็นเรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องการต่อสู้เพื่อผลประโยชน์และความสุขของสาธารณะ พี่ก็รู้ว่า มีบางคนเล่นกับผมแรงแค่ไหน หรือมีบางคนถึงขั้นไปพูดว่า จะลากผมไปตบให้พี่แลที่สนามชนไก่ แต่ผมไม่เคยเป็นอารมณ์กับเรื่องราวเหล่านี้ ผมยึดถือว่า ในทางการเมืองเราสู้กันให้ถึงที่สุด แต่ในความเป็นส่วนตัวผมจะไม่สู้รบตบมือกับใครเลย

                  ในรายละเอียดทางการเมือง ผมไม่มีค่าย ไม่มีพรรค ไม่มีพวกใครพวกมัน ผมเป็นนักการเมืองที่มีความเชื่อว่าจะต้องคบกับนักการเมืองทุกคน ทุกฝ่าย ทุกพรรค นอกจากเขาคนนั้นจะไม่อยากคบกับผม ก็เป็นอีกเรื่องหนี่ง

                  นอกจากนี้แล้ว การทำงานทางการเมืองของผมไม่เคยมี ‘นายหัว’ หรือใครๆ มาสั่งให้ซ้ายหันขวาหันได้ ในเวลาเดียวกันก็ไม่เคยเป็น ‘ลูกน้อง’ ใครเหมือนกัน จึงไม่เคยเข้าร่วมกับบรรยากาศที่วันหนึ่งนายหัวอยู่พรรคนี้ ลูกน้องก็พรูตามหลังกันไปเป็นพรวน มาอีกวันหนึ่งนายหัวเปลี่ยนพรรคแล้ว ลูกน้องก็พรูตามกันไปพรรคโน้นอีก

                 เมื่อผมเป็นนักการเมืองที่คบกับนักการเมืองทุกคน ทุกพรรค ทุกพวก ไม่เคยถือโทษโกรธเคืองใครเป็นการส่วนตัว ไม่เคยคิดอาฆาตแค้นใครเลยสักคน แล้วทำไมผมจะคบหากับนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ด้วยไม่ได้

                 ในช่วงที่ผมอยู่คนละข้างกันทางการเมืองกับพี่ มีญาติของพวกเราบางคนเคยเข้ามาถามว่า ไปบ้าน ส.ส.สมชายทำไม มันก็แปลกดีนะครับ ส.ส.สมชายมีโอกาสเข้าเรียนต่อปริญญาโทหลังผม บางครั้ง เมื่อผมมีหนังสือ หรือตำราดีๆ ก็นำไปให้เขาได้อ่านด้วย ทำไมจะไม่ได้

                เป็นที่รู้กันว่า พี่กับ ส.ส.สมชาย เป็นคู่แข่งกันทางการเมืองมานานหลายปีดีดักแล้ว แต่ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ พี่เป็นคู่แข่งกับใครก็ไม่จำเป็นที่ผมจะไม่คบหากับคนนั้นไปด้วย จริงอยู่ ในระหว่างที่ผมทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาล ก็เคยมีความเห็นที่แตกต่างกับ ส.จ.สมชายเกี่ยวกับการกำหนดพื้นที่ขาว-แดง และการกำหนดสถานที่จอดรถแท๊กซี่และรถตู้ในเขตสุขาภิบาลจนถึงขั้นมีความขัดแย้งกัน แต่ก็เป็นเรื่องของสาธารณะ เมื่อจบก็คือจบ ไม่มีการรื้อฟื้น อาฆาต โกรธเป็นเกลียดตายกันแต่อย่างใด

               อย่างไรก็ตาม การคบหากับ ส.ส.สมชาย รวมทั้งพี่ๆ น้องๆ ของเขาก็ไม่ได้มีความสนิทสนมถึงขั้นไปมาหาสู่กันมากมาย แม้ในใจผมจะเคารพและนับถือ ‘หมะ’ หรือคุณแม่ของ ส.ส.สมชายค่อนข้างมาก เพราะท่านเป็นผู้หญิงที่มีความอุตส่าห์พยายามเลี้ยงลูกมาจนประสบกับความสำเร็จ ได้ดิบได้ดีกันทุกคนอย่างน่าภาคภูมิใจ

              พี่วุฒิฯครับ... ผมอยากจะเรียนพี่เพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาก็นานๆ หรือหลายเดือนสักครั้งที่ผมจะแวะไปสนทนาสั้นๆ กับ ส.จ.สมชาย หรือแม้แต่ตอนที่เขาเป็น ส.ส.แล้วก็เถอะ ยิ่งตอนผมมาทำงานหนังสือพิมพ์ ส.ส.สมชายน่าจะเป็นแหล่งข่าวที่สำคัญสำหรับคนทำอาชีพนี้ แต่บางเดือนผมก็ไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลย

              ย้ำอีกครั้งหนึ่งครับว่า ไม่ว่าตอนเขาลงสมัคร ส.จ. หรือ ส.ส.สมัยไหนๆ ไม่ว่าพี่ชายเขาจะสมัคร ส.ว. หรือพี่ชายเขาอีกคนจะสมัคร ส.จ. ผมไม่เคยมีส่วนร่วมเข้าไปช่วยเหลือใดๆ ให้กับเขาเลยแม้แต่เท่าปลายก้อย ในระหว่างการเลือกตั้งทุกครั้งเหล่านั้นผมไม่เคยเข้าใกล้ (ยกเว้นตอนมาทำหนังสือพิมพ์แล้ว ที่เคยไปสัมภาษณ์ แต่ก็นานๆ สักครั้งหนึ่ง) ทุกวัน ทุกเวลา มาจนถึงบัดนี้ ผมไม่เคยติดสอยห้อยตาม (ยกเว้นตอนที่ ส.ส.สมชายได้เสนอชื่อผมให้เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการป้องกันและปราบยาเสพติดประจำสภาผู้แทนราษฎร สมัยที่เขาเป็น ส.ส.สมัยแรก ผมเคยได้ไปร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ครั้งหนึ่งที่จังหวัดสงขลา ซึ่งก็เป็นเรื่องของประโยชน์สาธารณะ)

ทั้งหมดนี้ ผมต้องการจะอธิบายว่า ผมไม่เคยเป็นคนของ ส.ส.สมชาย และผมเชื่อว่า เขาเองก็ไม่เคยคิดเช่นนั้น แล้วทีนี้ความคิดที่ว่า “ที่ผ่านมา ส.ส.สมชาย โล่สถาพรพิพิธ ก็ได้ส่งนายวานิช สุนทรนนท์ ลงสมัครแข่งขัน...” เกิดขึ้นมาได้อย่างไร พี่คิดจริงๆ หรือครับว่าเขาจะทำเช่นนั้น ทำไปเพื่ออะไร เขาจะได้ประโยชน์สิ่งใด หรือพี่ตั้งโจทย์ข้อนี้ขึ้นมาเอง...

พี่รู้ไหมครับว่า ครั้งแรกที่ผมต้องต่อสู้ทางการเมืองกับพี่ ทีมของผมต้องเรี่ยไรเงินในหมู่ผู้สมัครกันเอง เพื่อจะเป็นค่าโปสเตอร์ ค่าเวทีปราศรัย โชคดีครับที่เราไม่นิยมการกระทำนอกลู่นอกทาง จึงมีค่าใช้จ่ายกันคนละไม่กี่มากน้อย

ครั้งต่อมา ผมตัดสินใจโค่นไม้ยางพาราบางส่วนของสวนที่มีอยู่ โดยไม่ทันได้ขอทุนจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งก็เป็นจำนวนไม่กี่หมื่นบาท เพราะเราใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

พี่ครับ... ผมพร้อมที่จะยืนยันที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ว่า ส.ส.สมชาย หรือใครๆ ในโลกนี้ ไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับการลงเลือกตั้งทุกครั้ง ทุกสมัยของผมเลย แต่อย่างไรก็ตาม ผมเข้าใจพี่นะครับว่า ทำไมพี่จึงคิดอย่างนั้นขึ้นมา เพราะอย่างน้อยๆ พี่ก็ได้คิดต่อไปว่า การชนะผมก็เท่ากับชนะ ส.ส.สมชายแล้ว ซึ่งความจริงเป็นคนละเรื่องเดียวกันหรือไม่ ผมรู้ พี่รู้ และใครต่อใครก็รู้ครับ...

พี่วุฒิฯครับ... ผมขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่พี่ได้ติดตามอ่านจดหมายของผมมาจนถึงบรรทัดนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องราวเก่าๆ เช่นนี้อีก นอกจากเรื่องอื่นๆ ในบทบาทของสื่อที่ไม่สามารถจะ ‘ย่างปลา ประชดแมว’ หรือจะไม่พูดถึงการทำงานของพี่เลยก็ไม่ได้ แต่จะกระทำไปด้วยเหตุและผล อ่อนน้อม สร้างสรรค์ และพร้อมจะช่วยประชาสัมพันธ์งานของเทศบาลตำบลย่านตาขาวที่พี่เป็นหัวเรือใหญ่ตลอดไปครับ

ด้วยความเคารพรักพี่เสมอ

โอด... วานิช สุนทรนนท์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
รณบุตร วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 19.54 น.
http://www.oknation.net/blog/wayuboot2499
รณบุตร จุดไฟฝัน แบ่งปันฮัก ปฏิปักษ์คนกังฉิน กินบ้านเมือง 

อืมมม...การเมืองนี่ คนจะเล่นได้ต้องสุดยอดจริงๆ นะ..
ความคิดเห็นที่ 2
idtha วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

ภาพนักการเมืองไม่ค่อยน่ารัก เป็นนักเขียน สื่อมวลชนน่ารักกว่า(ตามความคิดหนู) เพราะเมื่อก่อนหนูมองสมคิด นวลเปียนไม่ค่อยน่ารักพอเขามีเวลามาเขียนกลอน(ลงมติชน)ภาพเขาสวยงามทันตาเห็น เขียนงานได้ดีมาก ลึกซึ้ง ไพเราะจริงๆ(เล่าสู่กันฟังน่ะ)
ความคิดเห็นที่ 1
idtha วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/idtharaman

เหมือนมาแอบอ่านจม.เขายังไงก็ไม่รู้
สุนทรนนท์เป็นนามสกุลดังของเมืองตรัง ของย่านตาขาว คนคงให้ความสนใจเยอะ การขัดแย้งกันย่อมไม่ใช่เรื่องดี แต่ว่ากำนันเขาได้อ่านหรือเปล่า อ่านแล้วยอมรับหรือยิ่งต่อต้านหนักขึ้นล่ะ เพราะท่าทางกำนันก็อัตตาไม่ใช่เล่น
อยากให้ดีกัน เข้าใจกัน ทั้งกำนันและพี่โอด เป็นกำลังใจนะคะ(พี่โอดอย่าลืมสระโอเดี๋ยวจะอดนะจ๊ะ)
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน