พิมพ์หน้านี้
|
นกเสียบไส้เอย... เจ้าบินจากไปอีกแล้ว หรือนี่... ๑. บางที... บางคนก็ต้องตื่นมา เพื่อที่จะรับรู้บางสิ่งที่น่าแปลกใจ อยู่เสมอ... สายๆ วันนี้แดดหน้าบ้านส่องแสงด้วยสีใสๆ ที่สวยมาก ฟ้าเบื้องบนไม่ถึงกับจะโปร่งนัก เพราะมีเมฆหนาๆ คอยเกาะกุมอยู่เป็นหย่อมๆ แต่ก็มีอยู่บ้างหรอกที่เปิดโล่งพอให้เห็นเนื้อในของท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มไกลลิบๆ นั่น ความจริงก่อนหน้านี้สักไม่นานนาทีเท่าใดเลย ฝนก็เทลงมา แล้วก็หยุด เพื่อปลดปล่อยให้แสงอาทิตย์ได้ผุดโผล่ออกมาทำงาน สลับกันอยู่อย่างนี้อย่างไม่มีใครเกี่ยงงอน หลายคนที่นี่ต่างเปรยบทชวนสนทนาคล้ายๆ กันว่า ปีนี้ฝนมาเร็วเหลือเกิน เมษายนทั้งเดือนที่เคยร้อนก็ผ่อนคลายเป็นเย็นด้วยฝนที่โหมกระหน่ำ เผลอไผลไปไม่นานฤดูกาลก็เปลี่ยนผันจาก ฝนออก ที่พัดหอบเอาความชุ่มชื้นผ่านทะเลอ่าวไทย ข้ามเทือกบรรทัดสูงใหญ่มานานวันก็เริ่มแปรเป็นทั้งลม ทั้งฝนที่ลงหนักจากทะเลอันดามัน ชุ่มฉ่ำหัวใจไม่ต่างกัน... ๒. ทุกๆ ครั้งที่ฝนตก ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นบรรยากาศที่น่านอน เพื่อนพ้อง น้องพี่ หรือใครต่อใครที่ครั้งหนึ่งเคยเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ก็มีความเห็นคล้ายๆ กันเช่นนี้ ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงของนกที่ร้องอยู่ริมหน้าต่าง ผมนิ่งฟังด้วยความรู้สึกที่คุ้นชินแม้จะไม่ได้ยินนกชนิดนี้มานานแล้ว แรกๆ ผมก็นอนฟังนิ่ง ก่อนจะหันไปมองหาเจ้าของเสียง แต่ไม่เห็น ... ผมค่อยๆ ลุกขึ้น แล้วเดินย่องเบาๆ ออกไปสู่ทิศทางของหน้าต่าง เพราะกลัวเขาจะตกใจแล้วบินหนีไปเสียก่อนจะได้เห็นตัว นั่นไง... ที่เข้าใจว่าจะเกาะอยู่ตรงใกล้ๆ กลับไม่ใช่ เขาอยู่บนสายไฟหน้าบ้านโน่นต่างหากล่ะ ผมยิ้มอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข เมื่อเห็นนกที่ผมรักกระโดดอยู่ไปมาบนสายไฟเส้นสีดำที่ลากมาจากไหนไม่รู้ แต่มาสิ้นสุดลงตรงหน้าบ้านสุดท้ายปลายซอย... หลังนี้ ถ้าจะให้ผมเขียนเล่าเป็นตัวหนังสือ คงไม่ง่ายนักหรอกว่าเสียงร้องของนกตัวเล็กๆ ปากแหลม ตัวสีเหลือง อมเทาอ่อนๆ ว่องไว ปราดเปรียว ตัวนี้จะมีเสียงร้องอย่างไร จิ๊บๆ จ๊อกๆ หรือแจ๊กๆ ผมพยายามฟังให้ชัดแต่ยังไม่สามารถจะบอกได้ ขณะที่เจ้าตัวเล็กได้บินออกไปเกาะและกระโดดไปมาอยู่บนใบอ่อนของต้นมะม่วงเบาหน้าบ้าน ก่อนจะถลาข้ามกำแพงหายลับไปกับป่ารกชัฏข้างนอกนั้น... นกเสียบไส้เอย... เจ้าบินจากไปเสียแล้ว... ๓. หลายวันก่อน จู่ๆ ใครบางคนก็โทรมา... อ้อยค่ะ... แรกๆ ผมก็งงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะคลี่คลายและเข้าใจว่าเป็นน้องคนหนึ่งที่รู้จักกันทางตัวหนังสือ ด้วยระบบที่อาศัยความทันสมัยวิธีการนานา ผ่านฟ้าถึงกันและกันทางหน้าจอ จากการเริ่มรู้จัก ทักทาย ให้ความเห็นต่องานเขียนที่เวียนกันอ่านใน บ้านกลางอากาศ ที่เปิดกว้างหลังนั้น (เธอบอกต่อมาว่า ความจริงรู้จักผมก่อนแล้วที่ร้านหนังสือ กับ หรือจะเป็นบันทึกบทสุดท้ายถึงหญิงสาว ของผมที่วางแผงตั้งแต่กลางปีก่อน) ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาฯ ที่ผมเห็นและพูดคุยกับเธอ ใช่... ด้วยตัวหนังสือ เราต่างค่อยๆ สนิทสนมกันในพื้นที่ของ บ้านกลางอากาศ ไม่เคยเห็นหน้า ไม่ปรากฏชื่อจริง ไม่เคยได้ยินเสียง มีเพียงแต่ภาษาของตัวหนังสือที่สื่อถึงกัน ทุกวัน และทุกคืน ผมนึกอะไรขึ้นมานะ... เมื่อเราต่างรู้จักกันสักพักหนึ่ง จึงให้หมายเลขโทรศัพท์ไว้กับเธอ ตอนแรกก็ไม่คิดหรือคาดหวังว่าเราจะได้คุยกัน แต่ในบ่ายต้นเดือนพฤษภาฯหน้าฝนนี้ เธอก็ส่งเสียงมาทักทาย... จากนานวันสักครั้ง แต่ครั้งละนานๆ ก็ค่อยๆ เพิ่มปริมาณการพูดคุยที่ถี่ขึ้น ก็น้องคนหนึ่งน่า... ที่คุยกันได้กับเรื่องราวมหัศจรรย์ในโลกของคนเขียนหนังสือ แปลก... ที่เธอไม่ยอมบอกชื่อจริงๆ ให้ได้รู้จัก ขณะที่ผมเปลือยออกไปหมดสิ้นแล้ว เพราะ บ้านหลังเล็ก ของผมที่ปรากฏอยู่บนพื้นที่สาธารณะกลางอากาศนั้น มีทั้งภาพ ทั้งชื่อ ทั้งภารกิจการงานที่รับผิดชอบ แผ่หลาอยู่บนนั้น เรียบร้อย... ออกจะเปิดเผยจนเกินไป... สักนิด ที่ผมบอกเธอถึงนามแฝงหนึ่งที่ใช้มาตั้งแต่เขียนอะไรต่อมิอะไร ก็อกๆ แก็กๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พอได้ยิน เธอหัวเราะกิ๊ก... ฟังแล้วเซ็กซี่ สยิวกิ้วท้องจังเลย... ฟังว่าเธอพูดเล่นอย่างนั้น... คนอะไร ตั้งนามแฝงให้ตัวเองว่า นกเสียบไส้ น่าจะเป็นนกเสียวไส้มากกว่า อิ อิ อิ ผมบอกไม่รู้ เมื่อเธอถามว่า นกชนิดนี้ ภาษากลาง หรือทางการเขาเรียกว่านกอะไร แต่สมัยหนึ่งที่ยังเป็นคนหนุ่ม ปราดเปรียว ชอบเขียนวิพากษ์วิจารณ์สังคมอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยแถวๆ ปัตตานี ผมตัดสินใจเลือกใช้นามแฝงนามแรกนี้ก็ตอนที่คิดถึงนกเล็กๆ ตัวหนึ่งที่กระโดดไปมาอยู่บนกิ่งไม้ข้างบ้านแม่... ๔. ก๊อก ก๊อก ตื่นยัง... จะมาบอกลา รู้ว่ารบกวนเวลาเธอมากแล้ว... จู่ๆ อีกนั่นแหละ ในเช้าของวานนี้ที่ผมได้รับข้อความสั้นจากเธอ แรกๆ ผมก็นอนนิ่งอึ้งไปนาน เออ... แปลกดีนะคนเรา นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป เปล่า... ไม่ได้เศร้า ไม่ได้เสียใจอะไรหรอก เพราะบนโลกกว้างกลางอากาศนั้น วันหนึ่งเราก็พบกัน อีกวันก็อาจจะจากไป แต่ที่ต้องถึงกับอึ้งก็เพราะ... พอได้รู้จัก ทักทาย ความเป็นเพื่อนก็พลันเกิดขึ้นในหัวใจ... ของผม... บางที... บางคนก็ต้องตื่นมา เพื่อที่จะรับรู้บางสิ่งที่น่าแปลกใจ อยู่เสมอ... เป็นข้อความเดียว และสุดท้าย ที่ผมส่งถึงเธอในเช้าของเมื่อวาน... ๕. ถ้าจะให้ผมเขียนเล่าเป็นตัวหนังสือ คงไม่ง่ายนักหรอกว่าเสียงร้องของนกตัวเล็กๆ ปากแหลม ตัวสีเหลือง อมเทาอ่อนๆ ว่องไว ปราดเปรียว ตัวนี้จะมีเสียงร้องอย่างไร จิ๊บๆ จ๊อกๆ หรือแจ๊กๆ ผมพยายามฟังให้ชัดแต่ยังไม่สามารถจะบอกได้ ขณะที่เจ้าตัวเล็กได้บินออกไปเกาะและกระโดดไปมาอยู่บนใบอ่อนของต้นมะม่วงเบาหน้าบ้าน ก่อนจะถลาข้ามกำแพงหายลับไปกับป่ารกชัฏข้างนอกนั้น... นกเสียบไส้เอย... เจ้าบินจากไปอีกแล้ว... (หนังสือพิมพ์บินหลาไทม์ วันที่ 16-31 พฤษภาคม 2551)
|