พิมพ์หน้านี้
|
ปีหน้าลอง ก่อขบถ ให้ดูหน่อยเถอะครับ... นับเนื่องมาจากการให้สัมภาษณ์ในบางประเด็นของนาย ความจริง ผมมีโอกาสได้คุยกับ ส.ส.สมชาย เกี่ยวกับพฤติกรรมชวนกังขาของเหล่ากาชาดจังหวัดตรังมาตั้งแต่กลางเดือนเมษายนแล้ว แต่ตอนนั้น ส.ส.เขาขอเวลาไปรวบรวมเอกสาร หลักฐาน ที่เกี่ยวข้องอีกสักระยะเวลาหนึ่ง จึงไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผมในทันที วันนั้น เรา... มีความเห็นสอดคล้องต้องกันในเรื่องนี้ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะผมกับผู้แทนฯเท่านั้น แต่รอบๆ โต๊ะกาแฟในตอนสายๆ วันดังกล่าว ยังมีคนอื่นๆ นั่งอยู่ด้วยอีกมากมาย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่บ่นหนักใจเกี่ยวกับการที่จะต้องออกเร่จำหน่ายบัตรให้กับกาชาด นักการเมืองท้องถิ่นระดับผู้บริหาร ที่เล่าให้ฟังว่า มีหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ อบต.ตั้งงบสนับสนุนกาชาด ปีละ 15,000 บาท ฯลฯ ไม่จำเป็นที่จะต้องมองเรื่องนี้ด้วยสายตาของคนที่อยู่ในวงการข่าว เพราะเพียงมองด้วยใจของคนธรรมดาสามัญก็พอจะรับรู้ได้ว่า น่าจะต้องตั้งเครื่องหมายคำถามอยู่ไม่น้อย ที่เหล่ากาชาดจังหวัดตรังจำเป็นต้องตอบให้ผู้คนในสังคมนี้ได้ตาสว่าง ตั้งแต่จำนวนรายรับในแต่ละปี จำนวนบัตรที่จำหน่ายไป มีกี่หมื่น หรือกี่แสนใบ ที่บางคนออกมาประกาศว่า ไม่เคยบังคับใครให้ขายบัตรกาชาด และไม่เคยมีปีไหนที่ขายบัตรหมด ผมว่า ยังไม่ใช่คำตอบที่ชัดเจนเพียงพอเพื่อให้เข้าใจ หรือยอมรับได้ นอกจากนี้ จำนวนเงินสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้ง อบจ.ตรัง เทศบาล และ อบต. ทั้งหมดน่ะปีละเท่าใด ฯลฯ เรื่องของค่าใช้จ่าย กาชาดจังหวัดได้นำรายได้ทุกประเภท ที่เข้ามาจากทุกเส้นทาง ไปทำอะไร เพื่อใคร ที่ไหนบ้าง เงินทั้งหมดนี้ จะผันเปลี่ยนไปเป็นประโยชน์แก่สาธารณะใด ความโปร่งใส ชัดเจนเหล่านี้ต่างหาก ที่คนจังหวัดตรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้างรายรับ ทั้งซื้อบัตร ตั้งงบฯ และผู้บริจาคสิ่งของ รางวัล ฯลฯ เขาอยากรู้ วกกลับไปพูดถึงบทบาทของ อปท.อีกครั้งหนึ่ง จากจำนวนที่จังหวัดตรังมีอยู่ 100 องค์กรพอดิบพอดีนี้ จะมีกี่แห่งที่ตั้งงบให้กับเหล่ากาชาดที่ขอความร่วมมือให้ผู้ว่าฯออกหนังสือ ขอรับเงินอุดหนุน แต่เข้าใจว่า น่าจะเกินครึ่ง หรือเกือบจะทั้งหมดนี่แหละ (มาถึงตรงนี้ผมก็อดยิ้มในความน่ารักๆ เช่นนี้ไม่ได้ เออนะ... คล้ายๆ จะเป็นเรื่องของคนในครอบครัวเดียวกันเลยล่ะครับ) เมื่อมีโอกาสได้อ่านหนังสือฉบับดังกล่าวของผู้ว่าฯ ผมก็หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่เป็น เพราะมีอยู่ตอนหนึ่งที่ว่า จังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่า ภารกิจของเหล่ากาชาดมีความสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของ อปท. ซึ่ง อปท.สามารถตั้งงบประมาณสนับสนุนกิจการกาชาดได้... อ้าว... เมื่อสอดคล้องกัน ทำไมไม่ให้ท้องถิ่นเขาทำกันเองล่ะครับ ไปขอเงิน แย่งงานเขามาทำไม เพราะตรรกะของการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น ระบุไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าให้ชาวบ้านเขาคิดเอง ทำเอง แต่อีกนั่นแหละ ผมก็เห็นใจพี่น้องชาวบ้านที่เข้ามาทำงานการเมืองท้องถิ่นหลายๆ แห่ง ที่มักจะพกพาเอาความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเกรงอกเกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดเข้ามาด้วย จริงอยู่ แม้เขาจะมีสิทธิปฏิเสธ เพราะไม่มีกฎข้อบังคับฉบับใดให้ต้องทำตาม คำขออนุเคราะห์ นั้น แต่โลกนี้ยังมีความจริงซับซ้อนอยู่อีกหลายชั้น วันนี้ แม้ เจ้าเมือง จะลดบทบาทการ ควบคุม มาเป็น กำกับดูแล ท้องถิ่นแล้ว แต่ใครจะเชื่อล่ะว่าไม่มีผลต่อการพิจารณางบประมาณประจำปีทั่วๆ ไป หรืองบพิเศษ ที่อาจจะหลั่งไหลเข้ามาสู่ท้องถิ่นในแต่ละปี เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครล่ะจะกล้าหือ... เอาเถอะ... ที่ผ่านมาก็ผ่านไป ปีหน้าลอง ก่อขบถ ในเรื่องนี้ให้ดูกันหน่อยเถอะครับ... (หนังสือพิมพ์รักษ์ตรัง วันที่ 16-31 พฤษภาคม 2551) |