พิมพ์หน้านี้
|
นานๆ ผมจะมีโอกาสได้พบกับท่านผู้ว่าฯ สักครั้งหนึ่ง... ใช่... นานๆ ผมจะมีโอกาสได้พบกับท่านผู้ว่าฯ สักครั้งหนึ่ง... และนานๆ สักครั้งเช่นกัน ที่ผมต้องทำข่าวด้วยตัวเอง วันจันทร์ที่แล้วผมจำเป็นต้องเข้ามาทับเที่ยงตั้งแต่เช้า เพราะวันนั้นมีหลายรายการให้จัดการ เริ่มตั้งแต่การพาแม่เข้าโรงพยาบาลประจำเดือนนี้ด้วยมากโรคที่เริ่มเร้ารุม จากนั้นก็รีบบึ่งไปสังเกตการณ์การเปิดสมัครรับเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลโคกหล่อ สมัยแรก และวันแรก ระหว่างที่เดินไปเดินมา ถ่ายรูปผู้สมัครที่เพิ่งมาเพียงทีมเดียว พี่ๆ น้องๆ นักข่าวก็ได้บอกกับผมว่า ตอนสิบโมง จะมีการแถลงข่าวของนาย เมื่อถึงเวลา ปรากฏว่ามีนักข่าวเข้ารับฟังไม่มากคนนัก นอกจากจะมีตัวแทนของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 4-5 ฉบับแล้ว ก็มีนักข่าวโทรทัศน์อีกเพียง 3 ช่อง และผมอดจะรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เมื่อทราบว่ามีบ้างที่ตั้งใจจะไม่ทำข่าวแบบนี้ เปล่า... มิได้หมายความว่าจะเป็นข่าวเล็ก หรือข่าวใหญ่ แต่ในกรณีนี้ ผมหมายถึงข่าวที่กระทบถึงเหล่ากาชาดฯ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ความจริงแล้ว ในรอบเกือบสองเดือนที่ผ่านมา มีประเด็นที่ต้องโต้ตอบกันไปมาระหว่าง ส.ส.สมชาย กับนาย การแถลงข่าวครั้งล่าสุดก็เช่นกัน ส.ส.ได้ตั้งคำถามต่อถึงค่าเช่าสถานที่จัดงาน คือบริเวณหน้าศาลากลางหลังเก่า ว่า จริงหรือไม่ที่มีการจ่ายค่าที่ตรงนี้เป็นตัวเลขสูงถึง 2 ล้านบาท ต่อการจัดงานหนึ่งครั้ง ถ้ามีจริง ทำไมไม่มีการลงไว้ในบัญชีรายรับของเหล่ากาชาดฯ ที่เพิ่งได้แถลงแล้ว หรือเงินจำนวนนี้ตกไปอยู่ที่ใคร... ผมออกจากที่แถลงข่าว ขณะที่กำลังโอนเงินค่ายาของแม่ให้กับคลินิกแห่งหนึ่งที่หาดใหญ่อยู่ในห้างสิริบรรณ น้องนักข่าวคนหนึ่งก็โทรศัพท์แจ้งให้รีบกลับไปศาลากลาง เพราะท่านผู้ว่าฯกำลังจะให้สัมภาษณ์โต้ตอบ ส.ส.สมชายอีกครั้งแล้ว นานๆ จะมีโอกาสได้พบกับท่านผู้ว่าฯ สักครั้งหนึ่ง... ก่อนเที่ยงวันนั้น ผมเดินขึ้นไปยังบริเวณหน้าห้องผู้ว่าฯ ขณะที่น้องๆ นักข่าวบางส่วนนั่งฟังอยู่แล้ว ไม่แน่ใจว่าก่อนผมจะไปถึง ท่านผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงอะไรไปบ้างแล้ว แต่เท่าที่ผมได้รับฟังก็พอจะจับความได้ว่า ไม่เคยมีเรื่องตัวเลข 2 ล้าน ปีที่ผ่านมาก็มีเงินส่วนนี้เพียง 3 แสนบาท ทางจังหวัดได้นำไปใช้จ่ายเพื่อความสะดวกของงานราชการ ไม่เคยเข้าพกเข้าห่อส่วนตัวใครๆ ทั้งสิ้น ปีนี้ก็ยังไม่ได้ และไม่รู้ว่าจะมีเงินเข้ามาสักเท่าไหร่ เมื่อใด เพราะไม่เคยคุยกัน ไม่เคยกำหนดในเรื่องของตัวเลขตรงนี้... ไม่ทราบว่าเพื่อนๆ ร่วมอาชีพคนอื่นๆ จะคิด หรือรู้สึกอย่างไร ส่วนผมรู้เพียงว่า การแถลงเช่นนี้ ยังไม่เป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอ และบอกตรงๆ ว่า ผมไม่เชื่อ... ก่อนกลับออกมาจากหน้าห้องท่านผู้ว่าฯ วันนั้น ผมไม่ได้ตั้งคำถามใดๆ แต่ได้ฝากเป็นคำบอกเล่าไว้ง่ายๆ ว่า เหล่ากาชาดฯ เป็นองค์กรสาธารณะ มีสิทธิที่จะปฏิบัติการเชิงรุกในการชี้แจงแถลงข่าว แต่วันนี้ หน่วยงานแห่งนี้ ปล่อยให้ผู้คนในสังคมเกิดความระแวงสงสัย จนเกิดเป็นเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ขึ้นทั้งจังหวัดเสียแล้ว และตัวหน่วยงานเองก็ตั้งรับจนเกินไป เกินไปจนคล้ายจะเป็นคนที่ง่อยเพลี่ยเสียขา... ผมหวัง... หลังจากท่านผู้ว่าฯบอก คุณพูดถูก... คงจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้เครื่องหมายคำถามจะได้จางลงในใจคน... (นสพ.รักษ์ตรัง ฉบับ วันที่ 1-15 มิ.ย. 51) |